ปัญหาคอขวดในการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญคือ
1. สิ่งที่เรียกว่าการปฏิรูปการศึกษา เป็นเพียงการเสนอการปฏิรูปภายในกลุ่มผู้บริหารใน
กระทรวงและนักวิชาการด้านการศึกษา ไม่ได้มีแรงผลักดันมาจากภาคประชาชนและภาคการเมืองอย่างจริงจัง จึงเป็นการปฏิรูปเพียงรูปแบบ เป็นการปฏิรูปโดยระบบบริหารราชการ แบบแก้กฏหมาย ใช้คำสั่งจากบนลงล่าง เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบเล็กน้อย ไม่เกิดแนวคิดใหม่และแรงผลักดันที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนการสอนอย่างขนานใหญ่ (จากแบบท่องจำเป็ฯแบบคิดวิเคราะห์เป็น) ที่ดีขึ้นและแตกต่างไปจากเดิมอย่างแท้จริง
2. การขาดภาวะผู้นำที่ตระหนักถึงรากเหง้าและความสำคัญของปัญหาการปฏิรูปการศึกษา
อย่างเป็นระบบองค์รวมและรู้จักจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหา เพื่อก่อให้เกิดแกนนำในการเปลี่ยนแปลงที่จะไปผลักดันการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบได้
3. ระบบคัดเลือก การบริหาร และการให้ความดีความชอบครูอาจารย์และบุคลากร ยังอยู่ภายใต้ระบบราชการแบบรวมศูนย์ ที่เป็นเรื่องการใช้อำนาจนิยมและการวิ่งเต้นเส้นสายมากกว่าระบบให้ผลตอบแทนคนตามความสามารถอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณในแง่การผลิตผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมและอาชีวศึกษาและในแง่ของคุณภาพของผู้จบการศึกษาทุกระดับยังต่ำกว่าหลายประเทศ
5. ระบบการประเมินผลและการสอบแข่งขันเพื่อรับการคัดเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย ยังเป็นการสอบแบบปรนัยเพื่อวัดความสามารถในการจดจำข้อมูล ทำให้ขัดแย้งกับแนวคิดปฏิรูปการเรียนรู้แบบใหม่ ที่เสนอว่าควรส่งเสริมให้ผู้เรียนได้หัดคิดหัดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประยุกต์ใช้เป็น
ทางออกของปัญหาคือ
1. ลดขนาดและบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการส่วนกลางลง ด้วยการกระจายอำนาจการบริหารและงบประมาณสู่สถานศึกษาโดยตรง ส่งเสริมให้มีการจัดการศึกษาโดยองค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคธุรกิจเอกชน และองค์กรอื่นๆเป็นสัดส่วนสูงขึ้น โดยรัฐสนับสนุนเงินและความช่วยเหลือด้านอื่นๆ
2.ปฏิรูปครูอาจารย์โดยการเพิ่มแรงจูงให้ครูดีครูเก่งอยู่ต่อและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น พัฒนาครูที่มีแววและครูรุ่นใหม่อย่างเอาจริงเอาจัง โดยต้องกล้าตัดสินใจแบบผ่าตัดคัดครูที่มีคุณภาพต่ำที่ฝึกอบรมใหม่ได้ยากออกไป เช่นให้โยกย้ายไปทำธุรการหรือให้เกษียณก่อนกำหนด
3. ปฏิรูประบบการจัดสรรและการจ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมขึ้น เช่น จัดสรรให้สถานศึกษาในจังหวัดและอำเภอรอบนอก อาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาเพิ่มขึ้น
4. เน้นการพัฒนาการศึกษาระดับปฐมวัยให้มีคุณภาพ ให้ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นให้เรียนรู้ได้อย่างสอดคล้องกับการทำงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพราะนี่คือวัยที่สมองพัฒนาได้มากที่สุดและเร็วที่สุด
5. เปลี่ยนระบบการประเมินผลและสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ โดยวัดจากการคิดวิเคราะห์เป็น การมีความถนัดเฉพาะทางควบคู่ไปกับการเข้าใจภาพองค์รวม มีความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม เพิ่มขึ้น
ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีพ การศึกษาทางไกล การศึกษาทางอินเทอร์เน็ต การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยอย่างกว้างขวางและอย่างมีคุณภาพ
ประสบการณ์ของประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมและประเทศเศรษฐกิจกำลังขยายตัวชี้ว่า การพัฒนาการศึกษาและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ประเทศเหล่านั้นประสบความสำเร็จมากกว่าประเทศอื่นๆ ประเทศไทยก็ลงทุนทางด้านการศึกษาไม่น้อย แต่เป็นการลงทุนเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ และเป็นการจัดการศึกษาอย่างคับแคบ คือ จัดการศึกษาแบบแพ้คัดออก เพื่อคัดคนส่วนน้อยไปทำงานรับใช้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอุตสาหกรรมที่เน้นการเติบโตของธุรกิจเอกชนแบบสุดโต่ง
การจะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างถูกทาง ต้องมองการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งการศึกษาในความหมายกว้างกว่าการผลิตแรงงานไปรับใช้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมคือต้องมุ่งพัฒนาคนทุกคนตามศักยภาพของพวกเขาอย่างทั่วถึงเป็นธรรม เพื่อยกระดับคนทั้งประเทศให้มีทั้งความรู้ ความฉลาดทางอารมณ์ มีบุคลิกนิสัยและจิตสำนึกที่ดี พอที่จะไปพัฒนาตัวเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศให้เติบโตอย่างสมดุล เป็นธรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชนอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความหมายกว้างกว่าการพัฒนาแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมที่เน้นการเจริญเติบโตของสินค้าและบริการ
การที่จัดการศึกษาเพื่อแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมในความหมายกว้างได้ ต้องส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม และเผยแพร่ให้คนทุกชนชั้นทุกกลุ่มมีโอกาสเข้าถึงและเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คนแต่ละคนได้พัฒนาศักยภาพของเขาได้ดีที่สุด องค์กร ชุมชนและประเทศได้เรียนรู้สิ่งที่ดี เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและส่วนรวมมากที่สุด
วิทยากร เชียงกูล

เรียน รศ.วิทยากร
ขอความอนุเคราะห์ลงบทความใหม่ๆ อย่างเช่น เรื่องสภาวะการศึกษาไทยปี 2549/2550 ที่ได้จัดทำ มีคอลัมภ์ คุณตุลย์ ณราชดำเนิน นำไปเผยแพร่น่าสนใจมาก เพราะเคยอ่านบทสรุปที่อาจารย์ทำปี 2547/2548 มาแล้ว ขอความกรุณาส่งกลับตาม e-mail trat1582@yahoo.com ขอขอบพระคุณอย่างยิ่งมาพร้อมกันนี้
เคารพ
กาญจนา จินตกานนท์ ครู โรงเรียนตราดสรรเสริญวิทยาคม
จะส่งไปไว้ในเว็บนี้ครับ
วิทยากร
กฏหมายปฎิรูปการศึกษากำหนดให้มีการกระจายอำนาจบริหารการจัดการให้กับสถานการศึกษา ยกเว้นข้อใด
1. ด้านวิชาการ
2. ด้านการบิรหารบุคคล
3. ด้านงบประมาณ
4. ด้านบริการการศึกษา
เรียน รศ.วิทยากร
เป็นบทความที่น่าสนใจมากครับ อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าการนำเอาทางออกที่นำเสนอนี้ไปใช้จริง คงทำไม่ได้ง่ายๆ
นอกจากนี้ ขอ รศ.วิทยากร ให้รายละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับทางออกที่ 4 ครับ “เน้นการพัฒนาการศึกษาระดับปฐมวัยให้มีคุณภาพ ให้ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นให้เรียนรู้ได้อย่างสอดคล้องกับการทำงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพราะนี่คือวัยที่สมองพัฒนาได้มากที่สุดและเร็วที่สุด”
เช่น ระดับปฐมวัยหมายถึงระดับไหน, ยกตัวอย่างการพัฒนาการศึกษาที่สอดคล้องกับการทำงานของสมองครับ
ขอบพระคุณครับ
เราจะเริ่มตรงไหนดีล่ะครับ เพราะครูที่เก่งๆไม่ค่อยมี วงจรมันเริ่มตั้งแต่การคัดเด็กหัวกะทิไปเข้ารร.เตรียมทหาร/ตำรวจ ตั้งแต่ชั้นม.4 ม.5 เด็กหัวดีก็สอบเอ็นทรานซ์ติดคณะวิศวะ,แพทย์ศาสตร์และวิชาที่จบออกมาแล้วทำเงินได้มาก ส่วนพวกที่รู้ตัวหรือกลัวว่าสอบไม่ติดคณะดังที่กล่าวมา ก็เลือกคณะศึกษาศาตร์ ห้อยเอาไว้เพื่อจะได้ชื่อว่าเอ็นฯติดกะเค้ามั่ง แล้วพวกที่เหลือก็ไปเรียนสายอาชีพแต่ที่สำคัญคือ มีบางส่วนที่ไม่รู้จะไปเรียนที่ไหน ก็เลยเข้าราชภัฏ วิทยาลัยครู(เดิม)เรียนรวมกับพวกที่จบมาทางกศน.ซึ่งไร้มาตรฐานการรับรองเป็นที่สุดในโลก
เห็นไหมครับ ว่าจุดรวม หรือเส้นทางของคนที่จะมาเรียนครู คือคนที่ไม่มีทางไป ในเรื่องการเรียน เราก็รู้กันอยู่ว่าความเข้มข้นของวิชาการมีมากน้อยแค่ไหน พอเรียนจบแล้วก็ออกมาเป็นครู สอนเด็กรุ่นใหม่ๆต่อไป เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ปี 25…
ทำให้มาตรฐานครูตกต่ำมาเรื่อยๆ จนกระทั่งระยะหลังเริ่มมีข่าวครูไร้จริยะธรรมและจิตสำนึกออกมาตามหน้านสพ.บ่อยๆ เช่น
* ครู สมสู่กับนักเรียน หรือเอาเกรดเป็นตัวประกันแลกกับตัวนัดเรียน
* ครู เอารองเท้าตีหัว หรือฟาดปากนักเรียน
* ครู เอาเวลาไปขายของ หรือ ไปสอนพิเศษจนไม่สนใจการเรียนการสอน ฯลฯ
เราให้คนฉลาดน้อยๆ มาสอนเด็ก เด็กรุ่นต่อไป ก็ฉลาดน้อยลงเรื่อยๆ นี่ไงครับมาตรฐานการศึกษาของไทย
ที่นี้ ถ้าเราจะเริ่มต้นพัฒนาการศึกษาของไทยให้ดีขึ้น เราจะเริ่มตรงไหนดี
1. เพิ่มคะแนนการสอบเข้า เพื่อให้ได้คนเก่งๆมาเข้าระบบการศึกษา คงจะยากหน่อย ถ้าไม่มีข้อ2 ร่วมด้วย
2.เพิ่มเงินเดือนครู เพื่อจูงใจให้เด็กรุ่นใหม่ที่เก่งๆหันมาเรียนครู จบมาแล้วจะได้เงินเดือนสูงๆ ครูรุ่นเก่าก็จะน้อยใจ ว่าสอนมาตั้งนาน ได้เงินเดือนน้อยกว่าครูใหม่ ทำไงดี
3. ตั้งโครงการยอดมุษย์ สมมติ(นะ) คุรุทายาท อัดเรื่องวิชาการคุณธรรม จริยะธรรม ความเก่งกาจทั้งหลาย ให้ จบมาแล้วมีเงินเดือนสูงกว่าครูทั่วไป ปูทางขึ้นไปสู่ผู้บริหารการศึกษาในอนาคต ไม่รู้จะเป็นไปได้หรือเปล่า
แต่ทั้งหลายทั้งปวง ทั้ง 3 ประการนี้ ถ้าเริ่มต้นวันนี้ กว่าจะผลิตครูออกมาสู่สังคมได้ ก็ต้องทนรออีกตั้ง 4 ปี ระหว่างนี้ ก็ต้องให้เด็กๆในระบบ ดิ้นรนกันเองไปก่อน
นี่แหละอนาคตประเทศไทย
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบทความที่นำมาแบ่งปันให้กัน。◕‿◕。
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบทความที่นำมาแบ่งปันให้กัน