RSS

ทางออกของปัญหา:การแก้ปัญหาและปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นระบบองค์รวม

03 ก.ย.

บทความของวิทยากร เชียงกูล
ที่เขียนใน ผู้จัดการรายสัปดาห์
30 สิงหาคม 2550 15:15 น.
การจัดการศึกษาในปี 2549 – 2550 นั้น ประชาชนไม่ได้มีโอกาสรับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประชากรที่มีโอกาสได้เรียนระดับก่อนประถมและประถมศึกษา ยังมีสัดส่วนต่ำลงกว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วด้วย มีระดับมัธยม ที่ประชาชนวัยเรียนมีโอกาสได้เรียนเป็นสัดส่วนสูงขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังนิยมเรียนสายสามัญมากกว่าอาชีวศึกษา แม้ว่าสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาจะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ส่วนอุดมศึกษา มีสัดส่วนผู้ได้เรียนสูงขึ้น ผู้สำเร็จการศึกษาก็เพิ่มขึ้น และเป็นกลุ่มผู้มีการศึกษาที่ว่างงานเพิ่มขึ้นเช่นกัน

การจัดการศึกษาโดยเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำที่ราวร้อยละ 17.3 โดยไม่เปลี่ยนแปลง การจัดการศึกษาโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก การศึกษาโดยฝ่ายสงฆ์ลดลง การศึกษานอกระบบโรงเรียน ใกล้เคียงของเดิม ขณะที่เด็กด้อยโอกาสคงมีโอกาสได้เรียนหนังสือน้อย หรือออกกลางคันมากกว่าเด็กอื่นๆ

การจัดสรรงบประมาณการศึกษาของรัฐ ในช่วงปีงบประมาณ 2548 และ 2549 แม้ตัวเงินจะเพิ่มขึ้น แต่คิดเป็นสัดส่วนต่องบประมาณของทั้งประเทศลดลงจากปีก่อนหน้านั้น งบประมาณการศึกษาปี 2550 ในช่วงรัฐบาลใหม่ที่มาจากคณะปฏิรูปการปกครอง มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งไปเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวนักเรียน ส่วนหนึ่งไปเพิ่มเรื่องเงินวิทยฐานะให้ครู นอกจากนั้นก็ยังเป็นการก่อสร้างอาคารและอื่นๆ ส่วนในด้านการจัดการนั้น การศึกษาระดับอุดมศึกษา ได้รับงบเป็นสัดส่วนสูงขึ้น ขณะที่งบการศึกษาขั้นพื้นฐานมีสัดส่วนลดลง งบการศึกษาพื้นฐานเองก็กระจายสู่โรงเรียนขนาดใหญ่ในเมืองสูง ซึ่งสะท้อนว่า การจัดสรรงบประมาณการศึกษายังเน้นช่วยคนรวยคนชั้นกลางมากกว่าคนจนส่วนใหญ่

ในด้านประสิทธิภาพและความเสมอภาคในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการจัดการศ ึกษา ยังไม่สามารถจัดการศึกษาระดับพื้นฐานให้ประชาชนเรียนได้อย่างถ้วนหน้าได้ เพราะการยกเว้นค่าเล่าเรียนอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้คนจนมีโอกาสได้เรียนจนจบได้ เนื่องจากการไปโรงเรียนยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหารกลางวัน ค่าอุปกรณ์การศึกษา ค่าใช้จ่ายด้านคอมพิวเตอร์และอื่นๆ ทั้งคนจนยังเสียโอกาสจากการไม่ได้ช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงิน รวมทั้งมีปัญหาเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพต่ำกว่าโรงเรียนระดับดีในเมืองใหญ ่ ทำให้คนจนไม่ได้เรียน หรือออกกลางคัน เรียนไม่จบมาก

ในด้าน การจัดสรรงบประมาณ จัดสรรให้การศึกษาระดับมัธยมน้อยเกินไปและอุดมศึกษามาก เมื่อเทียบประเทศอื่นที่มีรายได้ปานกลางระดับใกล้เคียงดับไทย งบลงทุนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และวิธีการจัดสรรงบประมาณผ่านเขตพื้นที่การศึกษา และมีเพียงบางส่วนที่จัดสรรให้โรงเรียนโดยตรง ทำให้โรงเรียนมีงบประมาณที่สามารถนำไปใช้พัฒนาคุณภาพการศึกษาได้น้อย การจัดสรรงบประมาณและกำลังคนยังมีความไม่เป็นธรรมสูง โรงเรียนขนาดใหญ่ในเมืองหรือจังหวัดที่มีฐานะดีกว่า จะได้เปรียบในการใช้ทรัพยากรและการประหยัดจากขนาด ซึ่งส่งผลให้โรงเรียนรัฐขนาดเล็กและโรงเรียนขยายโอกาส มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรวม

ผลสัมฤทธิ์การศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยรวมแล้ว ได้คะแนนต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ก ารประเมินคุณภาพโรงเรียนระดับพื้นฐานทั่วประเทศโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา พบว่า โรงเรียนที่ไม่ได้มาตรฐาน มีถึงร้อยละ 65 ส่วนใหญ่คือสถานศึกษาของรัฐขนาดเล็กในชนบท ขณะที่โรงเรียนสาธิต โรงเรียนเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น ได้มาตรฐานเป็นสัดส่วนที่สูงกว่า ปัญหามาจากหลายปัจจัย ที่สำคัญคือการขาดแคลนครูทั้งปริมาณและคุณภาพ ก ระบวนการบริหารทางด้านวิชาการการเรียนการสอน ยังเป็นแบบบรรยายให้ท่องจำที่ล้าหลัง รวมทั้งสถานศึกษาในชนบทไม่ได้รับงบประมาณและกำลังคนพอเพียง ขาดอิสระและความคล่องตัวในการบริหาร

การศึกษาด้านอาชีวศึกษา มีปัญหาด้านต้องพัฒนาคุณภาพครูอาจารย์ หลักสูตร เครื่องไม้เครื่องมือและกระบวนการเรียนการสอนอยู่มาก ส่วนอุดมศึกษาก็มีปัญหาขยายตัวเชิงปริมาณมาก โดยเฉพาะสายสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาบางกลุ่มยังมีคุณภาพระดับพอใช้และต้องปรับปรุง

ปัญหาด้านผลลัพธ์การจัดการศึกษา ส่วนหนึ่งมาจากการที่ครูในโรงเรียนชนบทที่มีน้อยอยู่แล้วต้องใช้เวลาในการทำ งานธุรการและการเดินทางประชุม ทำให้มีเวลาทำงานสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพลดลง ปัญหาประสิทธิภาพส่วนหนึ่งมาจากหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอนทั้งระบบ เน้นการท่องจำเนื้อหาข้อมูลมากไป ควรจะปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดความสนุกในการเร ียน เชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้ เข้าใจหลักการสาระสำคัญของวิชาหลัก และรู้จักวิธีที่จะเรียนรู้ต่อด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้แล้วการปฏิรูปการศึกษาหรือกระบวนการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจะต้องหาทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในด้านการบริหารจัดการศึกษาที่สำคัญๆด ้วยในขณะเดียวกัน เช่น ควรจัดสรรงบประมาณปฏิรูปการศึกษาด้านเด็กเล็กอย่างเร่งด่วนและทำให้มีคุณภาพ อย่างทั่วถึง การปฏิรูประบบบริหารจัดการรวมทั้งระบบงบประมาณ ทั้งในเรื่องเขตพื้นที่การศึกษา การกระจายให้เอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น ชุมชน องค์กรต่างๆ มีส่วนในการจัดการศึกษาได้อย่างหลากหลายและมีคุณภาพในทุกระดับ รวมทั้งอาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชน การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยซึ่งยังมีการพัฒนาน้อยกว่าสายสามัญ ทั้งนี้เพื่อให้เด็ก เยาวชน ประชาชน มีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงเพิ่มขึ้น

การจัดการศึกษา ควรมุ่งตอบสนองความต้องการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ คือ การผลิตแรงงานทั้งในสาขาที่เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานเช่น ช่างฝีมือ นักวิชาชีพต่างๆ และสาขาที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ เช่น เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย ผู้ทำงานด้านภาครัฐและสังคมประชา อย่างใกล้เคียงกับความต้องการ

นอกจากนี้แล้วการจัดการศึกษาควร ม ุ่งผลิตพลเมืองที่ฉลาด ปรับตัว แก้ไขปัญหาสถานการณ์ต่างๆได้ มีจิตสำนึกตระหนักถึงความจำเป็นจะต้องร่วมมือกันทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างมีคุ ณธรรมควบคู่ไปกับความรู้ด้วยในขณะเดียวกัน เราจึงจะสามารถลงทุนเรื่องการศึกษาเพื่อพัฒนาคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และมีส่วนช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศได้ดียิ่งขึ้น

About these ads
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 34 other followers

%d bloggers like this: