Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารสำหรับ มกราคม, 2008

วิทยากร เชียงกูล
วิธีการพื้นฐานที่จะป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกสื่อโฆษณาชักจูงความคิด จิตใจเชิงประสบการณ์ของเขาให้คล้อยตามโดยง่าย คือ ให้การศึกษาประชาชน ให้รู้จักแยกแยะว่า การจูงใจแบบไหนไม่เหมาะสม เด็กๆ ควรได้รับการสอนให้รู้ว่า ความคิดจิตใจเชิงเหตุผล และความคิดจิตใจเชิงประสบการณ์ของเรา ทำงานอย่างไร และเราจะรู้จักใช้ความคิดทั้งสองแบบให้ช่วยส่งเสริมกันและกันตามหลักการของการคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร
เด็กๆ ควรได้รับการฝึกสอนและการฝึกฝนให้รู้จักแยกแยะออกระหว่างที่มุ่งจูงใจความคิดจิตใจเชิงประสบการณ์และสิ่งที่มุ่งจูงใจความคิดเชิงเหตุผล อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอาจจะประกอบไปด้วยตัวอย่างการโฆษณาสินค้า การโฆษณาหาเสียงทางการเมือง รวมทั้งเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันจากประสบการณ์ของพวกเขาเอง การฝึกเช่นนี้ นอกจากจะทำให้พวกนักเรียนได้ประโยชน์อื่นๆแล้ว ยังเป็นการเตรียมตัวให้พวกเขาจบจากโรงเรียนไปโดยมีความพร้อมที่จะมีปฏิกิริยาต่อสิ่งจูงใจทางอารมณ์ที่พยายามหาประโยชน์จากพวกเขาได้อย่างวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าที่จะยอมรับอะไรง่ายๆ
เรายังควรสอนให้เด็กๆ รู้จักแนวทางการจัดการกับปัญหาในชีวิตแบบที่มุ่งแก้ปัญหาและยอมรับตนเอง (Problem – solving, self accepting approach) มากกว่าแบบมุ่งประเมิน ( evaluation approach) ว่าใครเป็นคนดี ใครเป็นคนเลว พวกเขาควรได้รับการสอนให้รู้ว่า การตีความหรืออธิบายเหตุการณ์ต่างๆนั้น มีได้หลายวิธี ไม่ใช่วิธีเดียวเท่านั้น และพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องคิดว่าปฏิกิริยาโดยอัตโนมัติครั้งแรกที่ยังไม่ได้ตรวจสอบของเขานั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
เราควรสอนให้นักเรียนรู้ว่า การคิดแบบแบ่งเป็น 2 ขั้วสุดโต่ง (categorical thinking) มีข้อจำกัดอย่างไร และมันอาจจะนำไปสู่การมีอคติลำเอียงต่อเรื่องหนึ่งเรื่องใดได้อย่างไร พวกเขาควรได้รับการสอนให้รู้จักตั้งคำถาม ความถูกต้องชอบธรรมต่อการตัดสินใจทางอารมณ์ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบของเขา และตระหนักว่า การที่เขามีอารมณ์ความรู้สึกต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างรุนแรงนั้น ไม่ได้แปลว่าเรื่องนั้นจะต้องถูกต้องหรือเป็นจริง พวกเขาควรได้รับการสอนในเรื่องเทคนิคการแสวงหาปัญญาเชิงญาณสังหรณ์ (Intuitive wisdom) จากความคิดจิตใจเชิงประสบการณ์ และเทคนิคในการใช้ความคิดเฟ้อฝันอย่างสร้างสรรค์

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม [...]

Read Full Post »

วิทยากร เชียงกูล
เราสามารถสร้างสังคมที่มีเป้าหมายเพื่อความสุขสำหรับคนส่วนใหญ่ได้ โดย
1. เผยแพร่ให้ประชาชนเข้าใจเรื่องความสุขที่แท้จริง2. เก็บภาษีมรดก ภาษีทรัพย์สิน ภาษีรายได้ในอัตราก้าวหน้า และให้สิทธิลดหย่อนภาษีแก่ผู้บริจาคเพื่อสาธารณกุศลเพิ่มขึ้น3. นโยบายพัฒนาประเทศ ต้องให้ความสำคัญอันดับแรกต่อโครงการพัฒนาคนจนทั้งทางด้านสาธารณสุข การศึกษา และการทำให้พวกเขามีงานทำ มีรายได้เพิ่มขึ้น4. เปลี่ยนกรอบวิธีคิดของประชาชนและนโยบายการพัฒนาประเทศที่เน้นการเพิ่มผลผลิตสูงสุด กำไรสูงสุด เป็นการพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตและการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม5. ผลักดันการปฏิรูปการศึกษา ที่เน้นให้เด็กมีความสุขในการเรียน เกิดแรงจูงใจภายในตัวเองที่จะรักการอ่าน การเรียนรู้ เน้นการพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ 6. นโยบายการพัฒนาประเทศต้องเน้นการลดอัตราการว่างงานหรือเพิ่มการจ้างงานเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด7. ให้ความสำคัญต่อชีวิตครอบครัวเพิ่มขึ้น8. ควบคุมรายการทางโทรทัศน์และการโฆษณาสินค้าทางสื่อต่างๆที่ยั่วยุให้คนนิยมบริโภคมาก และเน้นความร่ำรวยเกินไป9. ส่งเสริมเยาวชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนให้มีสถานที่สำหรับเล่นกีฬา ศูนย์เยาวชน โรงเรียนศิลปะ ดนตรี การแสดง พิพิธภัณฑ์ วัดที่ร่มรื่นและมีพระที่มีความรู้และคุณธรรม แหล่งการเรียนรู้และนันทนาการที่สร้างสรรค์เพิ่มขึ้น10. ส่งเสริมความคิด จิตใจและกิจกรรมแบบรวมหมู่ผ่านระบบการศึกษา สื่อมวลชน การกล่อมเกลาทางสังคมและนโยบายภาครัฐ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ในหนังสือความรัก การสร้างสรรค์ และความสุข – วิทยากร เชียงกูลกรุงเทพ ฯ : สายธาร, 2550160 หน้า ISBN : 978-974-8460-07-9

Read Full Post »

บทความที่ตีพิมพ์ใน นสพ. ผู้จัดการรายสัปดาห์
24 มกราคม 2551 14:03 น.
พรรคการเมืองใหญ่ทุกพรรคมีแนวนโยบายการพัฒนาในแนวส่งเสริมการลงทุนและก ารค้าเสรีกับต่างชาติในแนวเดียวกับประเทศแถบอเมริกาใต้ การพัฒนาแนวนี้ทำให้เกิดความไม่สมดุล ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง การเป็นหนี้ ความเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมการค้าและบริการ ควบคู่ไปกับความยากจนของประชาชนในเมืองและชนบท เกิดวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำเป็นระยะๆและปัญหาความขัดแย้งทางสังคมตามมามากมาย
การที่ประชาชนในอเมริกาใต้ถูกเอาเปรียบจากบริษัททุนข้ามชาติและนายทุ นใหญ่มากจนประชาชนทนไม่ค่อยไหวอีกต่อไป ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้น ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา คือมีพรรคแนวสังคมประชาธิปไตย/พรรคแรงงาน หรือพรรคแนวซ้ายกลางอื่นๆได้รับการเลือกตั้งมาเป็นรัฐบาลหลายประเทศ เช่น ชิลี อาเจนตินา บราซิล เวเนซูเอล่า โบลิเวีย อุรุกวัย ยกเว้น บราซิลซึ่งเป็นประเทศใหญ่ มีประชากร 179 ล้านคนแล้ว ประเทศอื่นๆล้วนเล็กกว่าไทย แต่ไทยส่วนใหญ่ (ยกเว้น โบลิเวีย) มีรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทย
บทเรียนจาก 6 ประเทศในอเมริกาใต้
1.ประเทศเหล่านี้พัฒนาเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจข องสหรัฐและบริษัททุนข้ามชาติต่างๆมานาน สร้างความแตกต่างทางด้านกระจายทรัพย์สินและรายได้สูง ทั้งในชนบทและในเมืองมีปัญหาความยากจน การว่างงาน ความหิวโหยมาก บางประเทศมีคนจนที่มีรายได้ไม่พอยังชีพมากถึง 40 % สร้างความขัดแย้งทางชนชั้นที่รุนแรง เกิดขบวนการต่อสู้ของประชาชนในรูปแบบต่างๆทั้งรุนแรงและสันติวิธี
2. นักการเมืองพรรคใหญ่มีนโยบายเข้าข้างสหรัฐ ขาดประสิทธิภาพและคอรัปชั่นมาก ฝ่ายซ้ายเก่าที่เป็นฝ่ายค้านหรือร่วมรัฐบาลผสมก็มีปัญหาหัวเก่าและฉ้อฉล คนเบื่อหน่ายพรรคการเมืองเก่าทั้งพรรคขวาและพรรคซ้าย [...]

Read Full Post »

บทความที่ตีพิมพ์ใน นสพ. ผู้จัดการรายสัปดาห์
17 มกราคม 2551 16:52 น.

ตัวเลขสส.ก่อนการประกาศใบเหลืองใบแดง พรรคพลังประชาชนได้สส.มากที่สุดคือ 233 คนหรือคิดเป็น 48.54 % ของจำนวนสส.ทั้งหมด พรรคประชาธิปัตย์ได้สส. 165 คน หรือ 34.37 % ของจำนวนสส.ทั้งหมด แต่คนที่เลือกพรรคพลังประชาชนทั้งประเทศจริงๆไม่น่าจะเกิน 40 % ของผู้ไปใช้สิทธิ์ คะแนนสัดส่วน พรรคพลังประชาชนได้ราว 42% ของคะแนนรวมของทุกพรรค แต่ไม่ถึง 42% ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด เพราะยังมีผู้ไม่ลงคะแนนให้ใคร + บัตรเสียอีกราว 7% ส่วนคะแนนแบ่งเขต ถ้านับรวมทั้งประเทศแล้วพรรคพลังประชาชนไม่น่าจะได้เกิน 40% หลายเขตผู้ที่ได้คะแนนสูงที่สุดได้แค่ 30% – 40% ก็ได้เป็นสส.แล้ว
การเลือกตั้งแบบสัดส่วน พรรคใหญ่ 2 พรรคคือพลังประชาชนและประชาธิปัตย์ได้คะแนนรวมทั้งประเทศแล้ว พรรคละ 14 ล้านเสียงพอๆกัน (ประชาธิปัตย์ได้มากกว่าเล็กน้อย) แต่พรรคพลังประชาชนได้ สส. 34 คนมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ [...]

Read Full Post »

 
 ข่าวดี !
สำหรับสมาชิกชมรมฯ และผู้สนใจ ติดตามผลงานของ อาจารย์วิทยากร  เชียงกูล ที่อยู่จังหวัดสกลนครและจังหวัดใกล้เคียง  เพราะอาจารย์จะเดินทางไปบรรยาย
“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

ในวันที่ 21 มกราคม  2551  เวลา 09.00-10.30 น. ห้องประชุมชั้น 3 อาคารวิทยบริการ ณ มหาวิทยาลัยราชมงคลอิสาณ วิทยาเขตสกลนคร
 
 
      

Read Full Post »

บทความที่ตีพิมพ์ใน นสพ. ผู้จัดการรายสัปดาห์
11 มกราคม 2551 15:19 น.

นักการเมืองชอบเสนอนโยบายให้การศึกษาฟรี เพื่อได้คะแนนเสียง โดยไม่ต้องทำการบ้านให้ลึกซึ้งกว่านี้ การให้การศึกษาฟรีที่มีแต่ปริมาณ แต่คุณภาพต่ำ เสียงบประมาณมาก ได้ประโยชน์น้อย เยาวชนเสียเวลาเรียนจบมาแล้วก็ทำอะไรไม่เป็นหรือหางานทำยาก ส ิ่งที่ต้องทำคือการปฏิรูปครูและกระบวนการเรียนรู้ให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้เด็กรักการอ่าน คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ลงมือทำเป็น รวมทั้งมีการพัฒนาด้านอารมณ์ พัฒนาด้านจิตสำนึกที่ดีด้วย
การปฏิรูปการศึกษาที่สามารถทำได้เร็วที่สุด ได้ผลมากที่สุด และประชาชนทำเองได้ด้วย คือการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กตั้งแต่ในครรภ์ถึงวัย 5 ขวบ นี่คือโอกาสทอง เพราะเป็นช่วงวัยที่สมองของพวกเขาเติบโตและพัฒนาได้มากที่สุด เร็วที่สุด
หากรัฐบาล ภาคเอกชนและพ่อแม่ทุ่มเทพัฒนาเด็กเล็กอย่างฉลาด เด็กและเยาวชนของเราจะมีโอกาสเติบโตเป็นเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพกายและส ุขภาพใจที่ดี เป็นคนฉลาดทั้งทางปัญญา อารมณ์ และทางสังคม รวมทั้งการมองโลกในแง่ดี และการเป็นพลเมืองดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนามนุษย์และประเทศชาติ
นี่คือสิ่งที่นักจิตวิทยา นักประสาทวิทยา แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการแขนงต่างๆ ยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่รัฐบาลและชนชั้นนำไทยกลับสนใจเรื่องการศึกษาเด็กเล็กนี้น้อยมาก เพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ที่พ่อแม่ผู้ปกครองแต่ละคนจะทำอยู่แล้ว
ปัญหาด้านสุขภาพ การศึกษา ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาสังคมด้านต่างๆ ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการที่เด็กจำนวนมากไม่ได้รับการดูแลที่ดีมาตั ้งแต่วัยเด็กเล็ก ผ ู้ใหญ่ที่มีปัญหาด้านต่างๆทั้งเป็นอาชญากร ขี้โกง ขี้อิจฉา [...]

Read Full Post »

สวัสดีค่ะชาวสมาชิกของชมรมศึกษาฯ และท่านผู้สนใจทั่วไป ทางชมรมศึกษาฯ ยินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่เปิดตัวเว็บไซต์ของชมรมได้ไม่นานแต่ก็ได้รับการตอบรับจากท่านสมาชิกนักอ่านและท่านผู้สนใจทุกท่านเป็นอย่างดียิ่ง
ซึ่งเว็บไซต์ “ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล” นี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจ และเผยแพร่ผลงานของ อ.วิทยากร เชียงกูล และท่านอาจารย์เองก็หวังว่าบทความ งานเขียนต่างๆ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์แห่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านไม่มากก็น้อย
และก็เป็นที่น่ายินดี ว่าทางชมรมได้จัดส่ง “รายงานสภาวะการศึกษาปี 49-50″ แก่ผู้ที่ให้ความสนใจและแจ้งความจำนงค์ขอไฟล์ ซึ่งทางชมรมก็ได้จัดส่งให้เรียบร้อยทุกท่านแล้วนะค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล 

Read Full Post »

ฉันได้มาได้เห็นเว้นแต่ว่า
มีอาจคว้าความมีชัยเหมือนใครนั่น
เพราะต่างแห่งต่างสมัยต่างวัยกัน
ความมุ่งมั่นและความคิดผิดกันไกล

Read Full Post »

จำได้ครั้งเป็นเด็กตัวเล็กจ้อย
โดนเพื่อนต่อยร้องจ้าวิ่งมาบ้าน
เรียกหาแม่วุ่นไปใส่เล่ห์พาล
แต่ป่วยการแม่กลับสอนสั่งย้อนมา
“จะอยู่เยี่ยงคนขลาดหวาดเขาหรือ
เรามีมือมีเท้าเท่าเขาหนา
หากเจ้าไม่คิดสู้ผู้บีฑา
จะมีค่าใดให้เห็นว่าเป็นคน”

Read Full Post »

สมาชิกชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล แวะไปเยี่ยมบ้านของ อ.วิทยากร เมื่อช่วงสายวันที่ 6 ม.ค.2551 ในบรรยากาศสบายๆแถวบางพลับ นนทบุรี
กับการพบปะพูดคุย โครงการใหม่ของชมรมฯ ในปี 2551
พบกับบรรยากาศที่น่าอยู่ภายในบริเวณบ้านพักของ อ.วิทยากร เชียงกูล สถานที่สงบเงียบที่เป็นแหล่งผลิตหนังสือที่มีคุณค่าออกมามากมายหลายเล่ม
และตู้เก็บหนังสือของ อ.วิทยากร เชียงกูลที่หลายคนไม่มีโอกาสได้เห็นได้ง่ายนัก

Read Full Post »