บทความที่ตีพิมพ์ใน นสพ. ผู้จัดการรายสัปดาห์
11 มกราคม 2551 15:19 น.
นักการเมืองชอบเสนอนโยบายให้การศึกษาฟรี เพื่อได้คะแนนเสียง โดยไม่ต้องทำการบ้านให้ลึกซึ้งกว่านี้ การให้การศึกษาฟรีที่มีแต่ปริมาณ แต่คุณภาพต่ำ เสียงบประมาณมาก ได้ประโยชน์น้อย เยาวชนเสียเวลาเรียนจบมาแล้วก็ทำอะไรไม่เป็นหรือหางานทำยาก ส ิ่งที่ต้องทำคือการปฏิรูปครูและกระบวนการเรียนรู้ให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้เด็กรักการอ่าน คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ลงมือทำเป็น รวมทั้งมีการพัฒนาด้านอารมณ์ พัฒนาด้านจิตสำนึกที่ดีด้วย
การปฏิรูปการศึกษาที่สามารถทำได้เร็วที่สุด ได้ผลมากที่สุด และประชาชนทำเองได้ด้วย คือการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กตั้งแต่ในครรภ์ถึงวัย 5 ขวบ นี่คือโอกาสทอง เพราะเป็นช่วงวัยที่สมองของพวกเขาเติบโตและพัฒนาได้มากที่สุด เร็วที่สุด
หากรัฐบาล ภาคเอกชนและพ่อแม่ทุ่มเทพัฒนาเด็กเล็กอย่างฉลาด เด็กและเยาวชนของเราจะมีโอกาสเติบโตเป็นเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพกายและส ุขภาพใจที่ดี เป็นคนฉลาดทั้งทางปัญญา อารมณ์ และทางสังคม รวมทั้งการมองโลกในแง่ดี และการเป็นพลเมืองดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนามนุษย์และประเทศชาติ
นี่คือสิ่งที่นักจิตวิทยา นักประสาทวิทยา แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการแขนงต่างๆ ยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่รัฐบาลและชนชั้นนำไทยกลับสนใจเรื่องการศึกษาเด็กเล็กนี้น้อยมาก เพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ที่พ่อแม่ผู้ปกครองแต่ละคนจะทำอยู่แล้ว
ปัญหาด้านสุขภาพ การศึกษา ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาสังคมด้านต่างๆ ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการที่เด็กจำนวนมากไม่ได้รับการดูแลที่ดีมาตั ้งแต่วัยเด็กเล็ก ผ ู้ใหญ่ที่มีปัญหาด้านต่างๆทั้งเป็นอาชญากร ขี้โกง ขี้อิจฉา [...]
