| นักการเมืองชอบเสนอนโยบายให้การศึกษาฟรี เพื่อได้คะแนนเสียง โดยไม่ต้องทำการบ้านให้ลึกซึ้งกว่านี้ การให้การศึกษาฟรีที่มีแต่ปริมาณ แต่คุณภาพต่ำ เสียงบประมาณมาก ได้ประโยชน์น้อย เยาวชนเสียเวลาเรียนจบมาแล้วก็ทำอะไรไม่เป็นหรือหางานทำยาก ส ิ่งที่ต้องทำคือการปฏิรูปครูและกระบวนการเรียนรู้ให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้เด็กรักการอ่าน คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ลงมือทำเป็น รวมทั้งมีการพัฒนาด้านอารมณ์ พัฒนาด้านจิตสำนึกที่ดีด้วย
การปฏิรูปการศึกษาที่สามารถทำได้เร็วที่สุด ได้ผลมากที่สุด และประชาชนทำเองได้ด้วย คือการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กตั้งแต่ในครรภ์ถึงวัย 5 ขวบ นี่คือโอกาสทอง เพราะเป็นช่วงวัยที่สมองของพวกเขาเติบโตและพัฒนาได้มากที่สุด เร็วที่สุด
หากรัฐบาล ภาคเอกชนและพ่อแม่ทุ่มเทพัฒนาเด็กเล็กอย่างฉลาด เด็กและเยาวชนของเราจะมีโอกาสเติบโตเป็นเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพกายและส ุขภาพใจที่ดี เป็นคนฉลาดทั้งทางปัญญา อารมณ์ และทางสังคม รวมทั้งการมองโลกในแง่ดี และการเป็นพลเมืองดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนามนุษย์และประเทศชาติ
นี่คือสิ่งที่นักจิตวิทยา นักประสาทวิทยา แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการแขนงต่างๆ ยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่รัฐบาลและชนชั้นนำไทยกลับสนใจเรื่องการศึกษาเด็กเล็กนี้น้อยมาก เพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ที่พ่อแม่ผู้ปกครองแต่ละคนจะทำอยู่แล้ว
ปัญหาด้านสุขภาพ การศึกษา ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาสังคมด้านต่างๆ ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการที่เด็กจำนวนมากไม่ได้รับการดูแลที่ดีมาตั ้งแต่วัยเด็กเล็ก ผ ู้ใหญ่ที่มีปัญหาด้านต่างๆทั้งเป็นอาชญากร ขี้โกง ขี้อิจฉา หลงตัวเอง สุขภาพกาย สุขภาพจิตไม่ดี ฯลฯ 80 – 90 % เป็นผลมาจากการไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่ดีมากเพียงพอในสมัยเด็กเล็กทั้งนั้น การพัฒนาเด็กเล็กจริงๆแล้วลงทุนน้อยและได้ผลดีกว่าการที่จะมาติดตามแก้ไขปัญ หาที่ตามมาทีหลังมาก แต่ต้องลงทุนอย่างฉลาด
เป็นห น้าที่ของรัฐที่จะต้องช่วยเหลือพ่อแม่ทั้งในทางเศรษฐกิจและในทางความรู้ ให้สร้างพลเมืองที่ดีของชาติ ไม่ใช่การปล่อยปละละเลยให้เป็นไปตามกลไกตลาดแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา เพราะเด็กทุกคนคือทรัพยากรอันสำคัญของชาติ ถ้าพัฒนาเด็กให้ดีก็จะเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสูง พวกเขาจะสร้างปัญหาให้กับประเทศด้วย
ดีเอ็นเอหรือรหัสพันธุกรรมไม่ได้กำหนดคนเราได้ 100 % รหัสพันธุกรรมของเด็กแต่ละคน ยังเปลี่ยนแปลงและมีพัฒนาการที่แตกต่างกันไปได้ตามแต่สภาพแวดล้อม การกินอาหาร การเลี้ยงดู การใช้ชีวิตสัมพันธ์ทางสังคมกับคนอื่นๆและสภาพแวดล้อมต่างๆ การเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมจึงมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเด็กมาก ถ้าหากทั้งภาครัฐและเอกชนช่วยกันพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ เราก็จะเปลี่ยนคนไทยรุ่นใหม่ทั้งประเทศให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทุกๆฝ่ายควรร่วมมือกันในการจัดให้การศึกษาให้คนที่เป็นพ่อแม่และคนหนุ่มสาวที่จะเป็นพ่อแม่ต่อไป ให้เข้าใจว่าก ารให้ความรักและดูแลเด็กเล็กอย่างสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิ ต และวาระเร่งด่วนของประเทศชาติ เพราะนี่คือโอกาสทองครั้งเดียวในชีวิตของเด็กเหล่านั้น หากเด็กเล็กไม่ได้รับการดูแลที่ดี เขาจะพลาดโอกาสที่จะพัฒนาเป็นคนฉลาด แข็งแรง สุขภาพจิตดีไปตลอดชีวิต จะรอไว้มาพัฒนาทีหลังก็ออกจะสายเกินไปเสียแล้ว
รัฐต้องให้ความช่วยเหลือพ่อแม่ที่เป็นคนจน ให้ความรู้ความเข้าใจและมีโอกาสช่วยพัฒนาเด็กเล็กอย่างจริงจัง เ พราะพ่อแม่ที่เป็นคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่เวลานี้ มีปัญหาทั้งมักขาดความรู้ความเข้าใจ ขาดเวลา ขาดเงินทอง ที่จะเลี้ยงดูลูกอย่างดีพอรัฐต้องมีหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพตามไปช่วยปู ่ย่าตายายที่เลี้ยงเด็กเล็ก ต้องพัฒนาศูนย์เด็กเล็กทุกแห่งให้มีคุณภาพ ช่วยให้โรงงานจัดตั้งศูนย์เด็กเล็กที่มีคุณภาพ รวมทั้งการให้เงินอุปกรณ์การดูแลพัฒนาเด็กเล็กจากครอบครัวที่ยากจนโดยตรง
การเลี้ยงเด็กในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาลของคนจนยังมีคุณภาพต่ำกว่าโรงเรียนอนุบาลของคนรวยคนชั้นกลางมาก ป ัญหานี้จะทำให้เด็กจากครอบครัวคนจนรุ่นนี้ซึ่งมีจำนวนมากได้รับการพัฒนาทั้ง ทางกายภาพและจิตใจน้อย และพวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหาต่อไป ถ้าคนทั้งประเทศไม่ช่วยกันและคิดหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เป็นประโยชน์ร ่วมกันของทั้งคนจนและคนรวยเสียตั้งแต่ตอนนี้
รัฐต้องมีหน่วยงานที่ฉลาด มีประสิทธิภาพ ให้ความรู้แก่พ่อแม่ที่เป็นคนรวยคนชั้นกลางด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาหลายคนมัวห่วงเรื่องการทำงานหาเงินและการหาความสุขให้ตัวเอง ใช้เงิน ใช้ทีวี คอมพิวเตอร์ และคนทำงานบ้านเป็นคนเลี้ยงลูก ไม่ได้มีเวลาให้ความรักใคร่ ดูแลลูกให้เกิดความอบอุ่น มั่นคง มองโลกในแง่ดี พัฒนาอารมณ์ สุขภาพจิตที่ดีอย่างสร้างสรรค์ พ่อแม่บางคนชอบตามใจพะเน้าพะนอลูกแบบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทำให้ลูกคนรวยคนชั้นกลางที่มีปัญหาเกเร ติดยาเสพติด หมกมุ่นเรื่องเพศ ฯลฯ ไม่ต่างไปจากลูกคนจน
การจะมาตามแก้ปัญหาเด็กวัยรุ่นเกเรกันทีหลังแก้ได้ยาก โดยเฉพาะถ้ารัฐบาลและพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มองปัญหาแบบแยกส่วน ได้แต่โทษคนอื่น โทษสภาพแวดล้อม ยิ่งแก้ไม่ได้ผล ต้องมองปัญหาอย่างเป็นระบบองค์รวม และแก้ไขที่ตนเอง รวมทั้งร่วมมือกับคนอื่น แ ละเรียกร้องให้สังคมช่วยกันดูแลเด็กและเยาวชนให้เจริญเติบโตเป็นคนมีความสุข เก่ง และดี ด้วยความรัก ความเอาใจใส่ อย่างฉลาด มองเห็นการณ์ไกล เช่น ปฏิรูปการเรียนการสอน ปฏิรูปครูอาจารย์ ส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน ปฏิรูปสื่อและสภาพทางสังคมวัฒนธรรม ฯลฯ เราจึงจะมีทางแก้ไขปัญหาความด้อยพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งนำไปสู่ความด้อยพัฒนาทางการเมืองและเศรษฐกิจได้มากกว่าที่เป็นอยู่ |