| บทความที่ตีพิมพ์ใน นสพ. ผู้จัดการรายสัปดาห์ | 24 มกราคม 2551 14:03 น.
พรรคการเมืองใหญ่ทุกพรรคมีแนวนโยบายการพัฒนาในแนวส่งเสริมการลงทุนและก ารค้าเสรีกับต่างชาติในแนวเดียวกับประเทศแถบอเมริกาใต้ การพัฒนาแนวนี้ทำให้เกิดความไม่สมดุล ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง การเป็นหนี้ ความเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมการค้าและบริการ ควบคู่ไปกับความยากจนของประชาชนในเมืองและชนบท เกิดวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำเป็นระยะๆและปัญหาความขัดแย้งทางสังคมตามมามากมาย การที่ประชาชนในอเมริกาใต้ถูกเอาเปรียบจากบริษัททุนข้ามชาติและนายทุ นใหญ่มากจนประชาชนทนไม่ค่อยไหวอีกต่อไป ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้น ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา คือมีพรรคแนวสังคมประชาธิปไตย/พรรคแรงงาน หรือพรรคแนวซ้ายกลางอื่นๆได้รับการเลือกตั้งมาเป็นรัฐบาลหลายประเทศ เช่น ชิลี อาเจนตินา บราซิล เวเนซูเอล่า โบลิเวีย อุรุกวัย ยกเว้น บราซิลซึ่งเป็นประเทศใหญ่ มีประชากร 179 ล้านคนแล้ว ประเทศอื่นๆล้วนเล็กกว่าไทย แต่ไทยส่วนใหญ่ (ยกเว้น โบลิเวีย) มีรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทย บทเรียนจาก 6 ประเทศในอเมริกาใต้ 1.ประเทศเหล่านี้พัฒนาเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจข องสหรัฐและบริษัททุนข้ามชาติต่างๆมานาน สร้างความแตกต่างทางด้านกระจายทรัพย์สินและรายได้สูง ทั้งในชนบทและในเมืองมีปัญหาความยากจน การว่างงาน ความหิวโหยมาก บางประเทศมีคนจนที่มีรายได้ไม่พอยังชีพมากถึง 40 % สร้างความขัดแย้งทางชนชั้นที่รุนแรง เกิดขบวนการต่อสู้ของประชาชนในรูปแบบต่างๆทั้งรุนแรงและสันติวิธี 2. นักการเมืองพรรคใหญ่มีนโยบายเข้าข้างสหรัฐ ขาดประสิทธิภาพและคอรัปชั่นมาก ฝ่ายซ้ายเก่าที่เป็นฝ่ายค้านหรือร่วมรัฐบาลผสมก็มีปัญหาหัวเก่าและฉ้อฉล คนเบื่อหน่ายพรรคการเมืองเก่าทั้งพรรคขวาและพรรคซ้าย หันมาสนับสนุนพรรคแนวกลางซ้าย (สังคมนิยมอ่อนๆแบบประชาธิปไตย) ที่ก้าวหน้า มีนโยบายประชานิยม ชาตินิยม โดยเฉพาะนักการเมืองใหม่ๆที่มาจากสหภาพแรงงาน (บราซิล) ระบบเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงในประเทศเหล่านี้ก็ทำให้ผู้นำที่ก้าวหน้าได ้ ที่มีโอกาสหาเสียงจากประชาชนทั่วประเทศและได้รับเลือกตั้ง 3.นักการเมืองพรรคแนวกลางซ้ายที่เข้ามาแข่งขันได้โดยไม่ต้องผ่านระบบ พรรคใหญ่และมีชื่อเสียงประสบความสำเร็จได้โดยใช้นโยบายเชิงปฏิรูปทางเศรษฐกิ จและสังค,ที่หาเสียงจากประชาชนชั้นล่าง แต่ขณะเดียวก็ประนีประนอมกับฝ่ายนายทุนดังนั้นรัฐบาลพรรคกลางซ้ายส่วนใหญ่จึ งยังมีนโยบายการพัฒนาประเทศแบบตลาดเสรี แต่จัดสรรงบประมาณและมีโครงการช่วยพัฒนาคนจน พัฒนาการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการมากขึ้น 4.การที่สหรัฐทุ่มกำลังและงบประมาณไปที่ตะวันออกกลางและทอดทิ้งลาติน อเมริกา ทำให้เกิดช่องว่างที่พรรคฝ่ายขวาที่เป็นรัฐบาลอยู่อ่อนแอลง และพรรคฝ่ายกลางซ้ายเติบโตขึ้นมาแทนที่ แม้ตอนหลังรัฐบาลสหรัฐจะเริ่มตกใจและเริ่มกลับไปแทรกแซง แต่ก็ทำไม่ได้เต็มที่เหมือนสมัยที่สหรัฐหนุนการโค่นล้มรัฐบาลอัลเอนเด้ของชิ ลีเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เพราะสถานการณ์การเอาเปรียบประชาชนของบริษัทข้ามชาติรุนแรงขึ้น จนภาคประชาชนทนรับนโยบายรัฐบาลที่เข้าข้างนายทุนต่างชาติไม่ได้อีกต่อไป และภาคประชาชนมีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น ยืนหยักสนับสนุนรัฐบาลฝ่ายก้าวหน้าที่มาจากการเลือกตั้งอย่างแข็งขัน 5. การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังคงมีความเสี่ยงสูง ว่ารัฐบาลพรรคกลางซ้ายบางแห่งมีโอกาสจะถูกกลืนเป็นพรรคขวา หรือถ้าไม่ถูกกลืนก็มีโอกาสจะถูกโค่นล้มจากฝ่ายขุนนางและชนชั้นกลางได้ รัฐบาลฝ่ายก้าวหน้าจะต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างมาก ว่าสามารถบริหารเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและซื่อสัตย์พอเพียง รัฐบาลเหล่านี้ถูกบีบคั้นทั้งจากรัฐบาลสหรัฐและบริษัททุนข้ามชาติ และจากการเรียกร้องผลักดันของประชาชนชั้นล่างที่ยากจน มีปัญหามาก อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศอเมริกาใต้ในกลุ่มนี้เริ่มมีขบวนการขององค์กรประชาชนเป็นสหภาพแ รงงานสหกรณ์ , สหพันธ์ชาวนาชาวไร่ , สมาคมวิชาชีพต่าง ๆ ฯลฯที่เข้มแข็ง เป็นตัวของตัวเอง ร่วมมือและผลักดันพรรคการเมืองก้าวหน้าแบบเป็นเครือข่ายพันธมิตร ไม่ได้ขึ้นต่อพรรคการเมืองนั้นๆโดยตรง ก็เป็นแนวทางการสร้างการเมืองภาคประชาชนที่ไม่ได้พึ่งประชาธิปไตยแบบตัวแทนห รือรัฐสภาอย่างเดียว ภาคประชาชนที่เข้มแข็งยังสามารถมีอำนาจต่อรองกับพรรคการเมืองได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าพรรคกลางซ้ายจะอยู่ได้ยืดหรือไม่ก็ตาม แต่พรรคการเมืองอื่นๆในประเทศเหล่านี้ก็ต้องปรับนโยบายเพื่อหาเสียงหรือฟังเ สียงประชาชนเพิ่มขึ้น นี่คือสิ่งที่ภาคประชาชนไทยน่าจะเรียนรู้จากการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มประเทศเหล ่านี้ ถ้าเราเห็นการณ์ไกลและปรับเปลี่ยนในทางปฏิรูปเพื่อช่วยคนจนให้เข้มแข็งได้ก่ อนก็น่าจะดีกว่าการนั่งรอให้เกิดการกดขี่เอารัดเอาเปรียบมากจนเกิดวิกฤติขั้ นรุนแรงแบบที่ประเทศในอเมริกาใต้เผชิญมาแล้ว เพราะการรอให้เกิดวิกฤติแล้วค่อยปรับเปลี่ยน จะทำให้เกิดการเจ็บปวดและการเปลี่ยนแปลงแบบรุนแรงที่วุ่นวาย ถ้าปรับเปลี่ยนก่อน เช่น รัฐนำเอาเศรษฐกิจพอเพียง สหกรณ์ รัฐสวัสดิการ มาใช้ ก็จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างสันติวิธี ราบรื่น และเจ็บปวดน้อยกว่า |
