ฉันมองไม่เห็นเลยว่ามีเหตุผลอะไรที่ฉันควรจะใช้ชีวิตอยู่อีกต่อไป ฉันถูกอบรมสั่งสอนมาตลอดเวลาว่าชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่มีราคา และการฆ่าตัวตายนั้นเป็นบาป เป็นการกระทำของคนขี้ขลาด แต่จะให้ฉันคิดอยู่เช่นนั้นได้อย่างไรในวันเช่นนี้ วันอาทิตย์ที่เงียบเหงา ไม่มีเพื่อนที่พอจะรับความรู้สึกเบื่อหน่วยร่วมกันได้สักคน แม้สตางค์หรือความหวังว่าจะได้มันมาก็ไม่มีด้วย ถึงก่อนหน้านั้น ฉันก็ไม่ค่อยจะติดใจคำสอนนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่เพียงแต่จะระแวงว่ามันเป็นคำสอนของผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ในการคิดฆ่าตัวตายมาก่อนเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะฉันไม่อาจมองเห็นค่าในชีวิตได้จริงๆด้วย ฉันเห็นชีวิตมาแล้วไม่น้อย ชีวิตที่เกิดมาง่ายๆ เป็นอยู่ง่ายๆ และตายง่ายๆ เป็นชีวิตที่ได้มาเปล่าๆทั้งสิ้น และทุกวันนี้ปริมาณของมันก็ล้นโลกจนเขาต้องการหาทางจำกัดผลผลิตกันให้วุ่นวายอยู่หลายประเทศแล้ว ใครกันมีหน้ามาบอกว่า ชีวิตเป็นสิ่งมีราคา การฆ่าตัวตายเล่าเป็นบาปละหรือ เป็นบาปได้อย่างไรกัน ในเมื่อเราไม่ได้ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ถ้างั้นเมื่อเราขโมยหรือหลอกตัวเองก็เป็นบาปด้วยซิ พวกนักเทศน์นี่ก็ตีขลุมไม่ใช่เล่นเหมือนกัน ตั้งท่าจะสอนท่าเดียว ไม่คิดคำนึงถึงเหตุผลอะไรทั้งนั้น แล้วก็ข้อสุดท้ายล่ะ การกระทำของคนขี้ขลาดอย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นคนทั้งโลกที่ไม่ได้ฆ่าตัวตายก็เป็นคนกล้าหาญทุกคนซิ แล้วเรายังจะต้องมาทำเหรียญกล้าหาญแจกบุคคลอีกประเภทหนึ่งให้วุ่นวายทำไมกัน เมื่อคนทั้งโลกที่ทนมีชีวิตอยู่ก็มีสิทธิ์จะได้รับอยู่แล้ว…
Archive for กุมภาพันธ์ 19th, 2008
ถนนสายที่นำไปสู่ความตาย : เรื่องสั้น
Posted in วิทยากร เชียงกูล, แท็ก วิทยากร เชียงกูล, เรื่องสั้น on กุมภาพันธ์ 19, 2008 | 2 Comments »
mail ตอบกลับจากสมาชิกที่ชมรมศึกษาฯ ได้จัดส่งผลงานให้
Posted in กำลังใจ, ข่าวสารสมาชิกชมรมฯ, ตอบกลับจากสมาชิก, รศ.วิทยากร เชียงกูล, รายงานสภาวะการศึกษ on กุมภาพันธ์ 19, 2008 | Leave a Comment »
เรียน คุณขนิษฐา ที่นับถือ
ผมได้รับ เอกสาร “รายงานสภาวะการศึกษาไทย 49 – 50 แล้วด้วยความขอบพระคุณยิ่ง เพราะ
ให้ประโยชน์ต่อการบริหาร พัฒนาโรงเรียน วงการศึกษาไทย และตัวผมในบทของนัก
ศึกษาปริญญาเอก
สาขาการบริหารการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ผมได้ศึกษารายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี 47 – 48 ของท่าน
อาจารย์วิทยากร มาก่อนหน้าเมื่อปีสองปีให้หลัง ได้คุณประโยชน์จากเอกสารเล่มดังกล่าวเป็นอย่างมาก
และทราบจากหน้าข่าว นสพ. เกี่ยวกับ “รายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี 49 – 50″ จึงลองค้นหาผ่านเว็บ
Google.com จึงได้เจอกับเว็บ ของชมรมฯ และขอความอนุเคราะห์มาแล้วดังทราบ อย่างไรก็ดี
ขอขอบพระคุณเป็นล้นพ้นมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง
ศักดา พันธุ์เพ็ง
นี่เป็นข้อความตอบกลับจากสมาชิกฯ ที่ทางชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล ได้จัดส่งรายงานสภาวะการศึกษาปี 49-50 ให้ ซึ่งทางชมรมศึกษาฯ ขออนุญาต นำข้อความของคุณศักดา มาให้สมาชิกฯ ได้อ่านกันว่า [...]
ทางออกของปัญหา:กองทุนหมู่บ้าน- ประชานิยมไม่อาจแก้ปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้างได้
Posted in ข่าวสารสมาชิกชมรมฯ, ชมรมศึกษาผลงานฯ, ทางออกของปัญหา, บทความในผู้จัดการร, รศ.วิทยากร เชียงกูล, องทุนหมู่บ้าน on กุมภาพันธ์ 19, 2008 | Leave a Comment »
ทางออกของปัญหา:กองทุนหมู่บ้าน- ประชานิยมไม่อาจแก้ปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้างได้
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์
17 กุมภาพันธ์ 2551 19:01 น.
โครงการกองทุนหมู่บ้านและโครงการให้สินเชื่อรายย่อยประเภทต่างๆ ช่วยให้คนจนมีเงินสดหมุนเวียนไปประกอบอาชีพเกษตรกรและอาชีพอิสระรายย่อยเพิ่มขึ้นได้บ้าง แต่ยากที่จะแก้ปัญหาความยากจนได้จริงๆ เพราะการที่คนจนจะก้าวข้ามพ้นความยากจน ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างระบบเศรษฐกิจการเมืองได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การมีโอกาสได้เป็นเจ้าของที่ดินหรือปัจจัยการผลิตอื่น มีความรู้ความสามารถในการจัดการ มีระบบตลาดและการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ผู้ผลิตรู้จักรวมตัวกันเป็นกลุ่มสหกรณ์ที่เข้มแข็ง ฯลฯ
การเน้นโครงการให้สินเชื่อรายย่อยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการพัฒนาเศรษฐกิจแบบแข่งขันในระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจนได้ ทั้งๆที่คนที่ยากจนขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นอย่างมากนั้น จนเพราะถูกระบบระบบทุนนิยมผูกขาดเอาเปรียบ และพวกเขาควรได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐแบบให้เปล่าในเรื่องการศึกษา สาธารณสุข บริการขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่างๆ โดยรัฐบาลต้องเก็บภาษีจากคนรวยในอัตราก้าวหน้าและหารายได้ต่างๆมาช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาหรือปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานต่างๆในถิ่นที่ยากจน จึงจะเป็นช่องทางช่วยพัฒนาคนจนให้ช่วยตัวเองได้
การส่งเสริมการปล่อยเงินกู้รายย่อยให้ประชาชนเข้าไปแข่งขันในระบบทุนนิยมผูกขาดแบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้ประกอบการรายย่อยส่วนน้อยเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จในบางพื้นที่ แต่ก็อาจจะอยู่ในขอบเขตจำกัดและในระยะสั้นๆ ไม่อาจจะแข่งขันสู้กับบริษัทใหญ่ได้ในระยะกลางและระยะยาวได้ ยกเว้นแต่จะมีการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ผู้ผลิตที่เข้มแข็ง
การส่งเสริมธนาคารให้สินเชื่อขนาดย่อมเป็นด้านหลักโดยไม่ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองให้เป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตย เป็นเพียงการเปลี่ยนการขูดรีดดอกเบี้ยจากคนจนโดยระบบนายทุนเงินกู้เอกชน มาเป็นการขูดรีดโดยสถาบันการเงิน ที่คิดดอกเบี้ยต่ำกว่านายทุนเงินกู้เอกชนหน่อย แต่ดอกเบี้ยที่รายย่อยกู้ได้ยังสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าชั้นดีมากเท่านั้น เนื้อแท้ของการขูดรีดผ่าน ระบบการซื้อ (ปัจจัยการผลิต) แพง ขาย (ผลผลิต) ได้ถูก ไม่ได้เปลี่ยนแปลง โครงการเงินกู้รายย่อยเพียงช่วยให้ผ่อนคลายปัญหาและช่วยให้เศรษฐกิจทุนนิยมเดินต่อไปได้โดยไม่สะดุดดูดี แต่คนจนก็ยังติดกับดักของเงินกู้ คือต้องเป็นหนี้สะสมเพิ่มขึ้นไปชั่วชีวิตไม่ต่างไปจากเดิม
ทางออกของคนจน
เราน่าศึกษาบทเรียนจากธนาคารกรามีนของบังคลาเทศ (อ่าน วิทยากร เชียงกูล มูฮัมหมัด ยูนูส ธนาคารคนจนและรางวัลโนเบล [...]
