วิทยากร เชียงกูล
ขณะที่โลกประกอบไปด้วยประเทศกำลังพัฒนากว่า 200 ประเทศ เศรษฐกิจโลกถูกครอบงำและบงการ โดยประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมเพียง 24 ประเทศ ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม OECD ประเทศที่เป็นแกนนำของระบบทุนนิยมโลก คือ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี
ประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้น ร่วมมือกับแคนาดา ตั้งเป็นกลุ่ม G7 มีการนัดประชุมสุดยอดระดับหัวหน้ารัฐบาลทุกปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 เพื่อปรึกษาหารือเรื่องปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองของโลก และนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 มีการเชิญประธานาธิบดีรัสเซียมาปรึกษาด้วย ในตอนนั้นเรียกกลุ่ม G8 (ในอนาคตคาดว่าจะเชิญจีนและอินเดียมาร่วมด้วย เพราะเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโตในอัตราสูง)
รัสเซียนั้นแยกออกมาจากสหภาพโซเวียตรัสเซีย ซึ่งเคยเป็นมหาอำนาจฝ่ายสังคมนิยมคู่แข่งกับสหรัฐฯมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่หลังจากที่สหภาพโซเวียตเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ คือ ยกเลิกระบบสังคมนิยม และกลับมาเป็นทุนนิยม ในปี ค.ศ. 1991 รัฐต่างๆก็แยกตัวออกเป็น 16 ประเทศ (เช่น ยูเครน คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน) แต่รัสเซียยังคงเป็นประเทศใหญ่ที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรม มีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอยู่มาก (มีประชากรมากเป็นอันดับ 8 ของโลก (141 ล้านคน) GDP อันดับ 10 ของโลก
จีนกับอินเดีย ซึ่งมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก มีขนาดทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาในอัตราสูง และมีแนวโน้มจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจต่อไป โดยจีนจะไปได้เร็วกว่าอินเดีย
ประเทศที่กำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจ ที่น่าจับตามองอีกแห่ง คือ บราซิล ซึ่งมีประชากรมากอันดับที่ 5 ของโลก และมีขนาดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศใหญ่อันดับที่ 9 ของโลก
ประเทศพัฒนาปานกลางค่อนข้างร่ำรวย คือ ประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง (เขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่ภายใต้การปกครองของจีน) บราซิล เม็กซิโก ประเทศที่ตลอดกำลังขยายตัว (Emerging Market) เช่น จีน อินเดีย โปแลนด์ และยุโรปตะวันออก รวมทั้งประเทศที่ชาวยุโรปไปตั้งรกราก เช่น อิสราเอล สหภาพแอฟริกาใต้
หากดูขนาดของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ที่ถ่วงน้ำหนักด้วยค่าครองชีพตามตารางที่ 1 แล้ว สหรัฐฯซึ่งมีประชากรราว 4% ของโลก มีสัดส่วนในการบริโภคสินค้าและบริการมากกว่า 20% ของโลก ประเทศที่มี GDP เป็นที่ 2 คือ จีน ซึ่งมีประชากร 1,306 ล้านคน มากกว่าสหรัฐฯ กว่า 4 เท่า
ประเทศญี่ปุ่น มี GDP สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก แม้จะมีประชากรเพียง 127 ล้านคน
ประเทศที่มี GDP สูงอันดับ 4 คือ อินเดีย ซึ่งมีประชากร 1,080 ล้านคน
ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่รองลงมาคือ เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี ซึ่งมีประชากรขนาดกลางๆ แต่พัฒนาเศรษฐกิจได้ก้าวหน้ามาก พวกเขารวมตัวกันทางเศรษฐกิจเป็นสหภาพยุโรป ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 27 ประเทศ มีผลิตภัณฑ์ภายในประเทศรวมกันแล้วสูงกว่าสหรัฐฯ
ยกเว้น เยอรมนี ซึ่งมีประชากร 82 ล้านคนแล้ว ทั้ง อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี มีประชากรน้อยกว่าไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรใหญ่อันดับที่ 19 ของโลก แต่ทั้ง 3 ประเทศในยุโรปนี้แต่ละประเทศมีขนาดเศรษฐกิจ (ที่ถ่วงน้ำหนักด้วยค่าครองชีพแล้ว) ใหญ่กว่าไทย 3-4 เท่า
นอกจากนี้แล้วประเทศสเปน แคนาดา เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ อาร์เจนตินา ล้วนแต่เป็นประเทศที่มีประชากรน้อยกว่าไทย แต่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ GDP สูงกว่าไทย ซึ่งมี GDP สูงอันดับที่ 21 ของโลก ที่ไทยมี GDP รวมแบบคิดปรับด้วยค่าครองชีพแล้วอยู่อันดับสูงพอสมควร เพราะไทยมีประชากรมากอันดับที่ 19 ของโลก แต่ถ้าคิด GDP ต่อหัวแล้ว ไทยอยู่อันดับที่ 72 ของโลก และถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
ประเทศที่มีประชากรมาก แต่มี GDP รวมต่ำ ก็มี ปากีสถาน บังคลาเทศ ไนจีเรีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อียิปต์ เอธิโอเปีย ตุรกี อิหร่าน ระเทศในกลุ่มนี้บางประเทศ เช่น เวียดนาม กำลังเติบโตในอัตราสูง เพราะมีพื้นฐานมาจากสังคมนิยม ที่มีการสร้างพื้นฐานทางการศึกษา และการจัดตั้งองค์กรทางสังคมค่อนข้างดี เวียดนามอาจจะแซงไทยในแง่ GDP รวมได้ในอนาคต
ตารางที่ 1 ขนาดทางเศรษฐกิจของประเทศ (31 มี.ค.2550) ลำดับตามผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ถ่วงน้ำหนักด้วยค่าครองชีพ (Purchasing Power Parity – PPP) แล้ว และจำนวนประชากร
| ลำดับที่ | ประเทศ | GDP ล้านดอลลาร์สหรัฐ | ประชากร (ล้านคน) |
| - | โลก | 61,258,714 | 6,585.66 |
| - | สหภาพยุโรป | 13,111,389 | - |
| 1 | สหรัฐอเมริกา | 12,229,276 | 295.73 |
| 2 | จีน | 8,817,394 | 1,306.31 |
| 3 | ญี่ปุ่น | 3,946,090 | 127.41 |
| 4 | อินเดีย | 3,729,533 | 1,080.26 |
| 5 | เยอรมนี | 2,436,004 | 82.43 |
| 6 | อังกฤษ | 2,006,078 | 60.41 |
| 7 | ฝรั่งเศส | 1,835,696 | 60.65 |
| 8 | อิตาลี | 1,713,399 | 58.10 |
| 9 | บราซิล | 1,594,482 | 186.11 |
| 10 | รัสเซีย | 1,576,226 | 143.42 |
| 11 | สเปน | 1,140,929 | 40.34 |
| 12 | เม็กซิโก | 1,094,301 | 106.20 |
| 13 | แคนาดา | 1,089,645 | 32.80 |
| 14 | เกาหลีใต้ | 1,069,042 | 48.64 |
| 15 | อินโดนีเซีย | 886,333 | 241.97 |
| 16 | ไต้หวัน | 645,381 | 2.89 |
| 17 | ออสเตรเลีย | 640,914 | 20.09 |
| 18 | ตุรกี | 611,407 | 69.66 |
| 19 | แอฟริกาใต้ | 565,602 | 44.34 |
| 20 | อาร์เจนตินา | 558,860 | 39.53 |
| 21 | ไทย | 555,492 | 64.18 |
| 22 | อิหร่าน | 554,744 | 68.01 |
| 23 | เนเธอร์แลนด์ | 541,513 | 16.4 |
| 24 | โปแลนด์ | 524,435 | 38.55 |
| 25 | ฟิลิปปินส์ | 427,622 | 87.85 |
ที่มา : GDP มาจาก IMF อ้างไว้ในสารานุกรมออนไลน์ Wikipedia
สถิติประชากรมาจาก U.S. Census Bureau, Internetional Data Base
ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อนาคตเศรษฐกิจโลกและทางออกของไทย. – กรุงเทพ ฯ : บ้านพระอาทิตย์, 2550.
176 หน้า.
ISBN 978-974-13-0621-3
+ +
