การฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งเป็นคำไทยที่ใช้มาดั้งเดิม มักจะหมายถึง การฉ้อโกงสิ่งท่าเคยเป็นหรือสิ่งที่ควรเป็นของราษฎร และการฉ้อโกงภาษีงบประมาณของรัฐ ซึ่งความหมายนี้ค่อนข้างจำกัด การคอรัปชั่นในสมัยปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบไปมาก เนื่องจากระบบเศรษฐกิจการเงิน การธนาคารมีการพัฒนาที่ซับซ้อน และผู้ที่แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวก็พัฒนารูปแบบการทุจริตที่ซับซ้อนขึ้น คำว่าฉ้อราษฎร์บังหลวงอาจจะไม่ครอบคลุมมากพอ ดังนั้น ในระยะหลังคนจึงนิยมใช้คำว่า การทุจริตคอรัปชั่น มากกว่า แม้จะเป็นการใช้ทับศัพท์ฝรั่งอยู่บ้าง แต่ประชาชนก็ได้ยินได้เห็นบ่อยจนเข้าใจ และเรามักใช้คำนี้ในความหมายกว้าง คือรวมถึงการทุจริตฉ้อฉลของผู้ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวทุกรูปแบบ
การทุจริตคอรัปชั่น ในสมัยปัจจุบันอาจจำแนกได้หลายรูปแบบ ประกอบไปด้วย
1.การยักยอก (Embezzlement) การแอบเอางบประมาณหรือทรัพย์สินของรัฐไปเป็นของตน
2. การที่เจ้าหน้าที่รัฐเรียกร้องเงินจากธุรกิจเอกชน (Extortion) หรือการที่ภาคธุรกิจเอกชนให้สินบน (Bribery) หรือผลประโยชน์ภายหลัง (Kickback) แก่เจ้าหน้าที่รัฐให้ตัดสินใจทำ หรือไม่ทำอะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้รับสินบนได้ประโยชน์เหนือคู่แข่งรายอื่น
3. การเลือกจ้างหรือแต่งตั้งญาติและพรรคพวกของตน (Nepotism)
4. การทำสัญญาจ้างหรือให้สัมปทานเฉพาะพรรคพวกผู้สนับสนุนตน (Cronyism)
5. การใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อหรือขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (Insider Trading) ซึ่งน่าจะรวมทั้งการใช้ข้อมูลภายใน เพื่อซื้อขายเงินตราต่างประเทศด้วย เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงรู้ล่วงหน้าว่ารัฐบาลจะตัดสินใจประกาศลดค่าเงิน แล้วมีการบอกข้อมูลนี้ให้นักธุรกิจ/ นักลงทุนสั่งซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เพื่อทำกำไรภายหลังจากที่มีการประกาศข่าวต่อสาธารณะ
6. การฟอกเงิน (Money Laundering) การโยกย้ายถ่ายเทเงินที่ได้จากการทุจริตฉ้อฉล หรือได้มาโดยผิดกฏหมายหรือผิดศีลธรรม เช่น การพนัน การขายของเถื่อน กิจการโสเภณี เป็นนายหน้าค้าแรงงาน ฯลฯ ไปเข้าธนาคาร สถาบันการเงิน หรือธุรกิจที่ถูกกฏหมายเพื่อลบร่องรอยแหล่งที่มาที่ไม่ถูกต้องของเงิน มีทั้งการโยกย้ายไปต่างประเทศและภายในประเทศ
7. การใช้ตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐเอื้อประโยชน์ให้บริษัทตนเองและพรรคพวก (Conflict of Interest)1
8. การเอื้อประโยชน์ (Trading Influence) การที่บริษัทให้สัญญาจะให้ผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐในทางอ้อม เช่น ให้ตำแหน่งในบริษัท เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐผู้นั้นปลดเกษียณหรือพ้นจากตำแหน่ง ให้ตำแหน่งงานแก่ญาติหรือให้ผลประโยชน์ทางอ้อมอื่นๆ แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อแลกกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทธุรกิจ (5 Center of International Private Enterprise. “Combating Corruption : Private Sector Perspectives and Solutions” Economics Reform Issue Paper, no 0409 September 22, 2004.)
อย่างไรก็ตาม การทุจริตคอรัปชั่นในหลายกรณี ผู้ทุจริตคอรัปชั่นก็อาจจะใช้วิธีการโกงหลายรูปแบบไปพร้อมๆกันอย่างสลับซับซ้อนได้ การจำแนกการทุจริตคอรัปชั่นออกเป็นรูปแบบต่างๆข้างต้น เพียงเพื่อช่วยอธิบายให้เราเห็นปัญหาได้กว้างขวาง และชัดเจนขึ้นไม่ใช่เรื่องที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง
ที่มา นโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ :
การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of Interest)
วิทยากร เชียงกูล
ISBN 974-449-285-6

อ.ช่วยอธิบายการปฎิรูปการเมืองเชิงระบบให้หน่อย
และการปฎิรูปวัฒนธรรมธรรม มีคุณค่าอย่างไรกับสังคมไทย