วิทยากร เชียงกูล
..เนื่องจากบรรษัทข้ามชาติ มีเงินทุนและเทคโนโลยีที่เหนือกว่า สามารถผลิตสินค้าได้ราคาต่ำกว่า และสามารถตัดราคาขายปลีกเพื่อขับไล่คู่แข่งออกจากตลาด (Dumping) ได้ นโยบายเปิดเสรีทางการค้าทำให้สินค้าของบรรษัทข้ามชาติหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย ทำลายธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลางที่คนไทยเป็นเจ้าของดังที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลก ในประเทศไทยเอง การเปิดเสรีทางการค้ากับประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมจะส่งผลต่อธุรกิจต่างๆ ดังนี้
กิจการการค้าปลีก
บริษัทข้ามชาติ เช่น บริษัทคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส และเทสโก้-โลตัสของอังกฤษ ได้กว้านซื้อธุรกิจขายปลีกของคนไทย และขยายร้านขายปลีกขนาดต่างๆ ไปทั่วทุกภูมิภาค ทำให้ธุรกิจร้านค้าขนาดเล็กหลายหมื่นแห่งของคนไทยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดต้องปิดตัวลง บริษัทธุรกิจขายปลีกสมัยใหม่ มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากร้อยละ 26 ในปี พ.ศ.2540 เป็นร้อยละ 40 ในปี พ.ศ.2544 (ชำแหละนโยบายแข่งขันเสรีภายใต้รัฐบาล “ไทยรักไทย” ผลประโยชน์ทับซ้อน?. มติชนรายวัน, 26 พฤศจิกายน 2545.)
นอกจากนี้ นโยบายการลดแลกแจกแถมเพื่อกำจัดคู่แข่งของบรรษัทข้ามชาติเหล่านี้ ก็เพิ่มนิสัยการบริโภคเกินความจำเป็นให้กับคนไทยในต่างจังหวัดที่มีรายได้น้อยและเป็นหนี้สินอยู่แล้วเพิ่มขึ้น และทำให้เงินไหลออกนอกประเทศเพิ่มขึ่น
การเกษตรกรรม
บรรษัทค้าข้าวและเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติสี่บรรษัท คือ บรัษัท Cargill General Mills Conagra มีขนาดใหญ่มากถึงขนาดคุมตลาดค้าข้าวและเมล็ดพันธุ์มากกว่า 80% ของตลาดโลก
การเปิดเสรีทางการค้าจะทำให้เกษตรกรไทยต้องถูกแข่งขันตัดราคาพืชผล จากบรรษัทข้ามชาติเหล่านี้ เพราะบรรษัทข้ามชาติทางการเกษตรซึ่งมีฐานอยู่ที่สหรัฐ และยุโรปมักผลิตได้ต้นทุนต่ำกว่า หรือเสนอขายได้ราคาขายต่ำกว่า เนื่องจากเป็นการผลิตขนาดใหญ่ ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมทั้งได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นด้วย
การตกลงเปิดเสรีระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงเนื้อวัวและวัวนมของไทยราว 1.6 ล้านราย เป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะสู้การแข่งขันด้านราคาไม่ได้ การเปิดการค้าเสรีระหว่างไทยกับจีนก็ทำให้เกษตรกรที่ปลูกหอม กระเทียม ลิ้นจี่ ส้ม และผักผลไม้หลายอย่างเสียเปรียบเพราะสู้การแข่งขันด้านราคาจากเกษตรกรจีนไม่ได้ หากไทยลงนามเปิดเสรีทางการค้ากับสหรัฐฯ เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด และถั่วเหลืองก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน (วิสุทธิ์ ใบไม้ และคณะ. ลงนามเพื่อล่มสลาย ข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับผลกระทบต่อทรัพยากรชีวภาพ สิทธิเกษตรและภาคเกษตรกรรมไทย, คณะกรรมการจัดงานมหกรรมเกษตรกรรมยั่งยืน, 2547.)
การเปิดเสรีทางการเกษตรมีโอกาสทำให้เกิด “ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร” ดังเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศเม็กซิโก หลังจากเซ็นสัญญาการค้าเสรีนาฟต้ากับสหรัฐและแคนาดา เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐให้เงินอุดหนุน เกษตรกรรัฐสูง ทำให้พวกเขาส่งข้าวโพดไปตีตลาดในเม็กซิโกจนเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวโพดในเม็กซิโกเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น ต่อมาเมื่อข้าวโพดนำเข้ามีราคาสูงขึ้นอย่างมาก ประชาชนเม็กซิโกจึงเกิดความเดือดร้อนถ้วนหน้า เพราะข้าวโพดในเม็กซิโกนั้น เป็นอาหารหลักเหมือนข้าวในประเทศไทย ประชาชนชาวเม็กซิโกที่ยากจนต้องดิ้นรนลักลอบไปทำงานในสหรัฐฯ แต่ก็ถูกสกัดกั้น
ในรัฐทางใต้ของสหรัฐอเมริกา เช่น ฟลอริดา และ เท็กซัส มีอากาศอบอุ่นพอที่จะปลูกข้าวได้ และมีเทคโนโลยี และเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐ จึงเป็นไปได้อย่างยิ่งว่านโยบายการค้าเสรีของสหรัฐจะทำลายธุรกิจข้าวในประเทศไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ที่เกิดเป็นธุรกิจสำคัญไปแล้วในเท็กซัส ในประเด็นนี้นักธุรกิจไทยที่ส่งออกข้าว และนักธุรกิจไทยที่นำเข้าข้าวไทยในสหรัฐฯ อาจได้รับผลกระทบอย่างหนัก
การเข้ามาครอบงำที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ
นโยบายสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ ด้วยการให้ชาวต่างประเทศ “เช่า” ที่ดินในประเทศไทยได้เป็นเวลา 30 ปี โดยสามารถต่ออายุการ “เช่า” ได้อีกสองครั้ง รวมเป็นเวลา “เช่า” ทั้งหมด 90 ปี เป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากพอที่จะแสวงหากำไรได้อย่างแทบไม่ต่างจากการเป็นเจ้าของโดยตรง (ปัจจุบันก็มีการขายอสังหาริมทรัพย์ให้ชาวต่างชาติหลายแบบ เช่น โดยใช้ชื่อภรรยาคนไทย หรือ บริษัทตัวแทนคนไทย)
อสังหาริมทรัพย์ที่ขายให้ชาวต่างชาตินี้ มีทั้งแบบเพื่ออยู่อาศัยและที่ดินสำหรับตั้งโรงงาน ที่ดินบางแห่งตั้งอยู่ในบริเวณที่ยังมีป่าไม้ สัตว์ป่าที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ จึงเป็นไปได้อย่างยิ่งว่า ในอนาคต ที่ดินดีๆของไทยจะถูกครอบงำและเก็งกำไร โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติที่มีอำนาจเงินเหนือกว่า
ความหลากหลายทางพันธุกรรม
ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์พืชที่หลากหลาย ซึ่งมีประโยชน์มหาศาลทั้งในด้านนิเวศวิทยา สมุนไพร และอาหาร แต่ความหลากหลายและสมบูรณ์พูนสุขเหล่านี้กำลังถูกลิดรอนด้วยนโยบายการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทต่างชาติ
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศสหรัฐและยุโรป ทำให้พวกเขาสามารถตัดต่อยีน สกัดสาร หรือสร้างพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ใหม่ที่ดีกว่า ทำยาได้ แต่กว่าจะทำสำเร็จนั้น ทางห้องทดลอง จะต้องเอาพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ในประเทศเขตร้อนนับล้านมาทดลองจนกว่าจะเจอคุณสมบัติพิเศษ และเมื่อพวกเขาเอาคุณสมบัติพิเศษของพืช/สัตว์เขตร้อน เข้าไปใส่ในพืช/สัตว์เขตหนาวได้สำเร็จ พวกเขาก็สามารถจะจดสิทธิ์ทางปัญญาเป็นของเขาได้
การกระทำดังกล่าว จะก่อให้เกิดการผูกขาดพันธุ์พืช/สัตว์ โดยบรรษัทข้ามชาติ ตัวอย่างข้างล่างนี้เป็นเพียงไม่กี่กรณีในหลายพันกรณีของการคุกคามสิทธิทางพันธุกรรมของบรรษัทจากยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา
- บริษัท Pure World Botanicals, Inc ได้จดลิขสิทธิ์ Maca ซึ่งเป็นพืชที่ขึ้นอยู่บนยอดเขาสูงแห่งเปรู สารสกัดจากพืชดังกล่าวมีคุณสมบัติในการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เป็น ‘natural viagra” ลิขสิทธิ์ดังกล่าวจะทำให้ชาวนาที่ราบสูงแห่งเปรูต้องเดือดร้อนเพราะถูกแย่งตลาด
- บริษัท RiceTech จากเท็กซัส ได้จดลิขสิทธิ์ข้าวพันธุ์ Basmati ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ขึ้นในอินเดียและปากีสถาน หลังจากนั้นก็ได้จดลิขสิทธิ์ข้าวพันธุ์ Jasmati ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิหรือ Jasmine Rice ของไทย หรือ Basmati rice ของอินเดีย อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน เลือกซื้อข้าวพันธุ์ที่สหรัฐจดทะเบียน แทนที่จะซื้อจากพันธุ์ของเจ้าของดั้งเดิม
ในสาขาเกษตร แม้การตกลงเปิดเขตเสรีทางการค้า จะมีการลดภาษีศุลกากรระหว่างกัน แต่ยังคงมีกำแพงทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non- tariff measures) ทั้งในแง่ของการตั้งมาตรฐานด้านสุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม การกักตรวจสินค้าเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้เกษตรกรจากประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์เท่ากับเกษตรกรจากประเทศอื่น
ที่มา นโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ :
การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of Interest)
วิทยากร เชียงกูล
ISBN 974-449-285-6
