รัฐบาลไม่ได้สนใจลงทุนด้านพัฒนาคุณภาพของการศึกษา สื่อสารมวลชน และการพัฒนาชุมชน
เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความรู้ มีการรวมกลุ่ม มีความสามารถด้านบริหารจัดการและสร้างอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง ไม่มีการปฏิรูปที่ดิน ไม่มีการปฏิรูปการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ไม่มีการปฏิรูประบบภาษีอากร การคลังและการธนาคาร
นโยบายของรัฐบาลทักษิณ คือ ได้แต่ส่งเสริมการกู้เงินและการค้าให้ประชาชนบริโภคและผลิตเพื่อขาย คนชั้นล่างที่กู้เงินได้ส่วนใหญ่ขาดทุนมากกว่ากำไรและเป็นหนี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มที่เก่ง เช่น ทำผลิตภัณฑ์ 1 ตำบลได้ดีมีอยู่ไม่เกิน 10% ของตำบล 7,000 ตำบลของทั้งประเทศ และผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงขายได้ดีก็มักจะถูกธุรกิจเอกชนแทรกเข้าไปเป็นเจ้าของและหากำไรส่วนตัว มากกว่าจะเป็นกิจการของรัฐวิสาหกิจชุมชน หรือเป็นของสหกรณ์ที่ประชาชนถือหุ้นและได้แบ่งปันผลตอบแทนอย่างยุติธรรม
ดังนั้นภาคการผลิตระดับรากหญ้า ธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลางส่วนใหญ่จึงขาดทุนหรือเติบโตอย่างไม่เข้มแข็ง ขณะที่ภาคการค้า การบริการ อุตสาหกรรมที่เติบโตพอสมควรนั้นก็ถูกครอบงำโดยนายทุนผูกขาดและนายทุนขนาดใหญ่ที่มุ่งหากำไรระยะสั้นของเอกชน ส่วนผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง พนักงาน ผู้บริโภคได้รับประโยชน์น้อยกว่า และไม่ได้มีการส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจภายในและตลาดภายในประเทศเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
ก้ามข้ามระบอบทักษิณ สู่เส้นทางปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ. – - กรุงเทพฯ : บ้านพระอาทิตย์, 2550.
ISBN 978-974-8003-90-0
- Posted in: วิทยากร เชียงกูล
- ใส่ป้ายกำกับ:บทความ, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ผลประโยชน์ส่วนตัว, ผลเสียหายต่อประเทศ, รัฐบาลทักษิณ, วิทยากร เชียงกูล, เศรษฐกิจและสังคม

ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจจเพราะไม่ได้ติดตามแต่ว่าขออนุญาติเพิ่มบล็อกคุณที่บล็อกผมหน่อยน่ะครับ ถ้าได้ช้วยคอมเม้นให้ที่ http://www.zealbloging.com
เค้าไม่พัฒนาการศึกษาหรอกครับ
ทำให้การเรียนแพงๆเข้าไว้
ปล่อยให้คนโงๆจนๆไม่ได้เรียนหนะ
ปกครองง่าย บอกอะไรก็เชื่อ
น่าสงสารประเทศไทยครับ