RSS

ปัญหาของชาวนา – ชีวิตและทัศนะของวิทยากร เชียงกูล

25 พ.ค.

+ ในช่วงปี 2516 – 2519 ที่ชาวนาเข้าประท้วงในกรุงเทพฯ มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง แล้วในฐานะที่เคยเขียนเรื่องปัญหาเกี่ยวกับชาวนา เรื่องทางออกของชาวนา ปัญหาพื้นฐานของชาวนา คิดว่าปัญหาจริงๆของชาวนาเกิดขึ้นจากอะไร จะแก้ไขตรงจุดไหนบ้าง

ผมเขียนหนังสือเป็นเล่มไว้แล้วนะ (หัวเราะ) ผมว่าปัญหาหลักคือ เสียเปรียบนั่นแหละ ปัญหาคือ เขาทำงานแล้วถูกเอาเปรียบในหลายด้าน ด้านราคาพืชผลที่ขายได้ ด้านต้องเป็นหนี้สิน เสียดอกเบี้ย เสียภาษีพรีเมี่ยมข้าว อะไรต่างๆ สรุปคือ แล้วสังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่เอาเปรียบพวกชาวนา สังคมมีการพัฒนาเศรษฐกิจในแง่ผลผลิตประชาชาติต่อปีเพิ่มสูงขึ้นจริง แต่ความมั่งคั่งเหล่านี้มันไม่ได้กระจายกลับสู่คนส่วนใหญ่ ทั้งที่ประเทศเราส่งพืชพลเป็นสินค้าออกปีละมากๆ เป็นประเทศด้อยพัฒนาเพียงไม่กี่ประเทศที่สามารถส่งอาหารได้ ประเทศด้อยพัฒนาส่วนใหญ่มีอาหารไม่พอกิน มีประมาณ 6 ประเทศแค่นั้นเองในหมู่ประเทศด้อยพัฒนาที่มีอาหารเหลือกินส่งไปขายได้ ทางแก้ต้องให้ชาวนาเขามีสิทธิมีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจด้วย ไม่ใช่แค่สิทธิเลือกตั้งคนอื่นไปเป็นผู้แทนตน ผมคิดว่าต้องรวมตัวเป็นสหกรณ์ทุกระดับเลยนะ รวมทั้งสหกรณ์ส่งออกได้ด้วย คือ ตัดพ่อค้าคนกลางให้เหลือน้อยที่สุด ให้เขาสามารถส่งออกข้าวได้เอง เพื่อทำกำไรต่างๆ จะได้ปันส่วนกัน แต่ปัจจุบันสหกรณ์เติบโตไม่ได้ เพราะว่าสู้พ่อค้าไม่ได้ เสร็จแล้วสหกรณ์เล็กๆ ไม่รู้จะไปขายให้ใครต้องไปขายให้พ่อค้าอยู่ดี ถูกพ่อค้ากดราคาอยู่ดี

+ แล้วที่รัฐบาลตั้งองค์การตลาดฯ ที่ช่วยเหลือชาวนา มันช่วยได้จริงไหม

เขาตั้งขึ้นมาเพื่อชะลอปัญหา มันมีงบประมาณก้อนหนึ่งที่จะไปซื้อได้จำนวนหนึ่ง เสร็จแล้วก็ไปตั้งรับซื้อที่จังหวัดบ้าง ที่อำเภอบ้าง หรือบางทีก็รับซื้อจากพ่อค้าบ้าง กลไกของรัฐคอรัปชั่นมากก็ไปไม่ถึงชาวนา

+ ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรลาสหกรณ์การเกษตร) มีบทบาทอย่างไรบ้าง

ก็มีบทบาทในการชะลอปัญหา ช่วยเยียวยาไม่ให้ชาวนาตายเร็ว (หัวเราะ) คือให้ดอกเบี้ยถูกหน่อยอะไรอย่างนี้ ไม่งั้นกู้นายทุนหรือเอกชนเสียดอกเบี้ยแพง กู้ ธ.ก.ส.เสียดอกเบี้ยถูกหน่อย

+ ส่วนมากชาวนากู้เขาทั้งนั้น ตามที่เคยไปสำรวจเรื่องเกี่ยวกับข้าว

มีหนี้สินทั้งนั้น

+ ไม่มีบ้านไหนไม่กู้เลย ส่วนใหญ่กู้ ธ.ก.ส. ถ้าตรงไหนมี ธ.ก.ส. เขาจะกู้หมดเลย

แต่ระเบียบในการกู้ยืมมันต้องมีหลักประกัน

+ ส่วนมากชาวนาที่กู้มีที่ดินหน่อยๆ…

มีที่ดินใช่มั้ย จะได้กู้ ธ.ก.ส. อย่างงี้พวกชาวนาจน ชาวนารับจ้างจะลำบากเวลากู้จากเอกชนจะเสียดอกเบี้ยแพงกว่า เวลาซื้อเงินเชื่อก็ถูกบวกดอกเบี้ยเข้าไปสูงมาก

+ บางบ้านบอกว่ารับจ้างเขาดีกว่า ถ้าทำเองแล้วไม่มีทาง มีแต่ขาดทุน

ชาวนาจนกลับยิ่งลำบาก ใช่

+ อย่างนี้การต้องจำนำจำนองที่ดินก็เป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ใช่ไหม

ในระบบนี้แก้ไม่ได้ คือ อย่างธนาคาร ธ.ก.ส.นี่ ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรได้ มันลดปัญหานิดหน่อย แต่ปัญหาหลัก คือ เขายังขายข้าวได้ราคาต่ำ เมื่อเขากู้มาได้ เขาทำนาเสร็จขายข้าวมาขาดทุนอีกหรือได้น้อย มาใช้หนี้ไปก็หมดอีก มันไม่มีอะไรดีขึ้น ปัญหาคือ ราคาข้าว ราคาพืชผลนี่ปัญหาหลัก

+ ที่มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ปลอดหนี้ไม่ทราบว่าไปถึงไหน หรือว่าใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

มีหรือฮะ ไม่มีมั้ง

+ มี ตอนปี 18

อาจารย์เกริกเกียรติเสนอ แต่ไม่มีใครเห็นด้วยมั้ง คือ เสนอไม่ต้องใช้หนี้ 5 ปี อะไรอย่างนี้ไม่ต้องคิดดอกเบี้ยอะไรอย่างนี้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยในระบบทุนนิยม พวกนายทุนไม่ยอมหรอก โวยวายกันตาย

+ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดิน ไม่มีทางออกหรือ

ปฏิรูปที่ดินเวลานี้มันปฏิรูปแบบนายทุนน่ะ รัฐบาลเอาเงินก้อนหนึ่งไปซื้อ ซื้อจากนายทุนซื้อจากเจ้าของที่ดินมา แล้วมาให้ชาวนาเช่าแค่นี้เอง อาจจะเสียค่าเช่าถูกหน่อย วิธีแก้ไขส่วนใหญ่มันไปช่วยชะลอปัญหาช่วยจุดนั้นจุดนี้ ไม่มีข้าวกินก็ไปตั้งธนาคารข้าว ธนาคารควายอะไรต่างๆ แต่มันไม่ได้แก้โครงสร้างเลย มันไปแก้จุดนั้นจุดนี้

+ คือนับวันปัญหามันก็ต้องสะสม

ฮะ ปัญหามันสะสม เขาก็ต้องคิดอะไรต่างๆ ที่จะมาแก้อยู่เรื่อยๆ ให้พยุงฐานะชาวนาให้พออยู่ได้ อย่างพอคนไม่มีงานทำก็จ่ายงบประมาณไปก้อนหนึ่ง ไปสร้างงานสร้างถนน สร้างอะไรให้ชาวบ้านมีเงินพออยู่รอดกันไปได้ในหน้าแล้ง

+ สหกรณ์หรือหมู่บ้านมีโครงการพัฒนาทั้งของรัฐหรือเอกชนเข้าไปได้ผลอย่างไรบ้าง

มันก็แตกต่างกันนะ บางแห่งจะดีขึ้นกว่าบางแห่ง แต่มันยังอยู่ในกลไกใหญ่ คือ ยังต้องรวมพืชผลมาขายให้แก่พ่อค้า ต้องซื้อของจากพ่อค้า ต้องเสียเปรียบต้องพึ่งพาระบบทุน

+ นอกจากว่าชาวนาจะรวมเป็นสหกรณ์ถึงจะสู้ได้ ถึงจะมีกำลังต่อรอง แต่ในขณะนี้สหกรณ์เป็นไปไม่ได้ คิดว่าจะมีวิธีการอะไรอีกไหม

ผมเห็นใจ ไม่ค่อยมีทางเลือกเหมือนกันนะ คือ เขาจะรวมกลุ่ม รวมอะไรก็รวมได้ลำบากเหมือนกัน หรือว่าบางแห่งมันรวมได้บางจุดแล้ว ตอนนี้ แต่ว่าปัญหาคือ คุณรวมกันได้แค่นี้คุณไม่มีกำลังพอใช่ไหม สมมติว่าหมู่บ้านคุณรวมกันได้ คุณบอกเอาละข้าวฉันไม่ขายราคานี้ ต้องสูงกว่านี้ถึงจะขาย แต่หมู่บ้านอื่นขาย อำเภออื่นขายก็เสร็จใช่ไหม พวกเขาตื่นตัวไม่พร้อมกันทั้งประเทศ ตื่นตัวบางจุด ต้องรอกัน รอการตื่นตัวทั้งประเทศจึงจะสามารถรวมกันได้เป็นองค์กรระดับใหญ่ที่มีอำนาจต่อรองอย่างแท้จริง

+ คนที่ไม่ขายก็ต้องลำบากมาก

ใช่ ลำบากมาก ตอนนี้ถึงแม้ว่าบางแห่งสหกรณ์เล็กๆนี่จะเข้มแข็งพอสมควร แต่จริงๆแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมันเล็กมาก

+ เท่าที่ว่ามาคือ มีแต่ปัญหากับการชะลอปัญหา แล้วทางออกจริงๆมันคืออะไร

ทางออกจริงๆ ยังเป็นการปฏิวัติอยู่นั่นเอง (หัวเราะ) คือ การเปลี่ยนโครงสร้าง ผมว่าการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันยังเป็นการสะสมด้านปริมาณนะ ผมคิดว่าอย่างน้อยในปัจจุบันชาวนารู้จักรวมกลุ่มกันมากขึ้น เห็นปัญหามากขึ้น คือ ก่อนนี้เขาค่อนข้างสบาย ก่อนนี้สัก 30 ปีที่แล้วเมืองไทยยังมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ที่ดินเยอะ ประชากรน้อย เพราะฉะนั้น ชาวนาไม่ถึงอดตายใช่ไหม แต่ปัจจุบันมันจะเข้มงวดมากขึ้น อย่างในอีสานเองในสมัยก่อนที่ชาวนาทำนาเพื่อเลี้ยงชีพ ของทุกอย่างมันไม่ค่อยต้องซื้อเท่าไร แต่ปัจจุบันเห็นชัดว่าระบบทุนนิยมเข้าไปครอบงำ ทุกอย่างต้องซื้อขาย เพราะฉะนั้นเกิดปัญหาแล้ว ข้อมูลที่ผมได้ฟังได้อ่านมาอย่างของชมรมนักพัฒนาที่เขามี รู้สึกว่าชาวนาจะต้องเดือดร้อนมากขึ้น คือ จะต้องซื้อต้องหาอะไรมากขึ้น เดือดร้อนมากขึ้น จะถูกระบบทุนนิยมขูดรีดมากขึ้น ความขัดแย้งผมว่ามันจะสูงขึ้น เพราะฉะนั้นคนจะต้องตื่นตัว ส่วนหนึ่งต้องตื่นตัวแน่ เพราะว่าจะถึงจุดไม่มีจะกินเข้าไปทุกที

+ คิดว่าองค์กรแบบสหพันธ์ชาวนาชาวไร่จะเกิดขึ้นอีกไหม ในรูปแบบ เช่น ที่ชาวนาเข้าไปเป็นผู้นำหมู่บ้าน

ผมว่าเวลานี้มีนะ ลักษณะคนที่เป็นผู้นำในหมู่บ้าน ในกลุ่มสหกรณ์อะไรต่างๆ เพียงแต่เขาเป็นผู้นำระดับเล็กๆ ไม่เป็นระดับประเทศ ไม่ได้รวมกลุ่มกันใหญ่โตเหมือนสมัย 14 ตุลาคม

+ แล้วเป็นไปได้ไหมว่า ชาวนาจะเกิดปัญหาในชนบทจนกระทั่งเกิดภาวะว่างงาน แล้วไหลบ่าเข้ากรุงเทพฯ

ผมว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ แนวโน้มน่าจะมากขึ้น เพราะว่าการพัฒนาที่เป็นอยู่นี่มันไปช่วยชาวนากลางชาวนารวยมากกว่า แล้วชาวนาจน ชาวนาล้มละลายจะมากขึ้น

+ ปัญหาการขาดแคลนทางธรรมชาติ เช่น น้ำ แก้ไม่ได้เลยใช่ไหม

ก็อาจจะแก้ได้บางส่วนนะ ผมว่าพวกชลประทาน พวกฝนเทียม พวกอะไรต่างๆ เขาก็พยายามแก้อยู่ เพียงแต่เขาไม่ค่อยแก้โครงสร้างแค่นั้นเอง คือ เขาแก้แต่ในแง่พยายามจะเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น
ที่มา
ทำไม “ฉันจึงมาหาความหมาย” ชีวิต งานและทัศนะของ วิทยากร เชียงกูล
กันยายน 2536
ISBN 974-89151-1-5

ตัดทอนเรียบเรียงขึ้นใหม่จากคำสัมภาษณ์ของคณะวิจัยจากจุฬาฯ เรื่อง “ประชาธิปไตยจากคำบอกเล่า” โครงการของอาจารย์กนก วงศ์ตระหง่าน ผู้สัมภาษณ์มี 3 คน เป็นนักกิจกรรมรุ่น 14 ตุลาคม หรือหลังจากนั้น บรรยากาศจึงเป็นการคุยกันใช้เวลาหลายชั่วโมง คำสัมภาษณ์ทำไว้ราวปลายปี 2524 หรือต้นปี 2525 นำมาแก้ไขและเรียบเรียงใหม่เดือนสิงหาคม 2533)

About these ads
 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , ,

One response to “ปัญหาของชาวนา – ชีวิตและทัศนะของวิทยากร เชียงกูล

  1. หมอชาวนา

    กันยายน 24, 2010 at 9:06 am

    หมอชาวนา มีผลงานวิจัยอิสระปัญหาความยากจนของชาวนา พบวิธีแก้ไขปัญหาง่าย ๆ หลายแนวทาง สามารถทำให้รวยกว่าพ่อค้า ดีกว่าข้าราชการ ได้มากกว่ากองทุนเงินล้าน มีเงินให้รัฐบาลกู้ยืม รวยจากการให้ ได้จากความสามัคคี ยิ่งนายยิ่งรวย ลองเข้าไปอ่านในอินเทอร์เน็ตหัวข้อ msgent of thai สงสัยติดต่อสอบถาม msgent6@gmail.com

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 34 other followers

%d bloggers like this: