วิทยากร เชียงกูล
การพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศทุนนิยมอุตสาหกรรมในปัจจุบันวางรากฐานอยู่บนระบบการเงินการธนาคาร ที่พึ่งพาเงินทุนสำรองของทางธนาคารเพียงเสี้ยวหนึ่ง (เช่น 10-12%) แต่ธนาคารสามารถสร้างเงินใหม่ เพื่อปล่อยให้ธุรกิจและผู้บริโภคกู้ไปใช้จ่าย ได้มากกว่าทรัพย์สินที่ทั้งระบบธนาคารและโลกมีอยู่จริงหลายเท่าตัว ระบบเศรษฐกิจแบบนี้สร้างความกดดันให้ต้องมีการขยายการลงทุน การบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะธนาคารในระบบทุนนิยม ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างกำไรสูงสุด ธนาคารต้องผลักดันให้มีการขยายการลงทุน เพื่อธนาคารจะได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ผู้ลงทุนต้องการกำไร ก็ต้องผลักดันการขยายการบริโภค โดยไม่คำนึงว่า ประชาชนมีความจำเป็นหรือมีความต้องการ ที่จะบริโภคสินค้าและบริการเหล่านี้อย่างแท้จริงหรือไม่
ระบบเศรษฐกิจแบบนี้ ทำให้เกิดการเร่งพัฒนาแบบกอบโกยล้างผลาญทรัพยากรในอัตราสูงขึ้น และทำให้เกิดการค้าระหว่างประเทศและบริโภคที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น เมื่อเทียบกับสังคมก่อนยุคทุนนิยมซึ่งเป็นเศรษฐกิจแบบพอยังชีพ ในยุคเศรษฐกิจแบบพอยังชีพนั้นเราจะผลิตและบริโภคเท่าที่เรามีทุน แต่ระบบทุนนิยมทำให้เกิดการทำลายธรรมชาติและสภาพแวดล้อม ผลักดันให้คนมุ่งทำงานหนัก และเคร่งเครียด เพื่อแข่งขันกันหาเงินมาบริโภคทางวัตถุและบริการ มากกว่าที่คนจะได้มีเวลาทำงานและใช้ชีวิตแบบพอเพียง ในสภาพแวดล้อมที่ดี และคนมีความพอใจ ความสุขอย่างแท้จริง
นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ แนวการเน้นการเติบโตของการผลิตและบริโภคเพื่อกำไรของเอกชน ยังก่อให้เกิดภาวะการพัฒนาที่ไม่มั่นคง เกิดภาวะเงินเฟ้อ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ เกิดปัญหาการว่างงาน ปัญหาสงครามและความขัดแย้ง เพื่อแย่งชิงทรัพยากรและความมั่งคั่ง รวมทั้งปัญหาอื่นๆตามมามากมาย
ระบบการเงินการธนาคาร ที่เน้นการสร้างหนี้เพิ่มตลอดเวลา สร้างปัญหา 2 ทาง คือ
1. ภาคธุรกิจและภาครัฐบาลที่เป็นหนี้มาก มีปัญหาเรื่องความกดดันเรื่องความเสี่ยงทางการเงินสูง ระบบนี้จะนำไปสู่ความพยายามที่จะผลิตสินค้าอุตสาหกรรมแบบขนานใหญ่ต้นทุนต่ำ เพื่อที่จะขายให้ได้มาก นำไปสู่การรวมศูนย์การผลิต การกระจายและการขายปลีกของบริษัทยักษ์ใหญ่ ผู้มีอำนาจผูกขาดมากเกินไป ทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กล้มละลาย เกิดการพัฒนาที่ไม่สมดุล ไม่เป็นธรรม
2. ประชาชนมีรายได้สุทธิ และความสามารถในการดูแลรายรับรายจ่ายด้วยตัวเองได้น้อยลง เพราะพวกเขาจะต้องหาเงินไปผ่อนใช้ดอกเบี้ยเงินกู้และเงินต้นบางส่วน ทำให้พวกเขามีรายได้สุทธิส่วนที่จะใช้จ่ายได้ลดลง และหลายคนเมื่อรู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ หรืออยากใช้จ่ายมากกว่ารายได้ที่มี ก็จะถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องหาทางไปกู้หนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า หรือที่เรียกว่าหมุนหนี้ ต้องทำงานหนัก เครียดมากขึ้น ประชาชนในระบบทุนนิยมสมัยใหม่ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องดอกเบี้ยมากขึ้น จนกลายเป็นทาสเงินกู้ของระบบธนาคารและสถาบันการเงิน
ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการเป็นหนี้ เป็นตัวผลักดันให้มีการเร่งรัดพัฒนาเทคโนโลยี ที่จะแข่งขันกันผลิตสินค้าและบริการใหม่ๆออกมาตลอดเวลา เลยต้องลงทุนเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์การตลาดอย่างมหาศาล เพื่อจะจูงใจให้ผู้บริโภค เกิดความอยากและเข้าไปซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ระบบเศรษฐกิจแบบศูนย์รวมผูกขาดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่มากไป ทำให้คนเป็นหนี้มากเกินไป และผลิตสินค้าบริโภคสำหรับเอกชนมากไป การพัฒนาเศรษฐกิจยิ่งไม่สมดุลมากขึ้น สินค้าหลายอย่างมีการลงทุน และค่าใช้จ่ายเรื่องการโฆษณา การทำหีบห่อ การขนส่ง และการตลาด รวมกันแล้วมากกว่าต้นทุนในการผลิตตัวสินค้า ทำให้มีการใช่ทรัพยากรมาก ผลิตขยะ สร้างมลภาวะมาก ผู้บริโภคก็ต้องจ่ายแพงกว่าที่ควร
การเน้นการค้าและการบริโภคมากทำให้เกิดปัญหาการขนส่งสินค้าบริการและผู้คนมากขึ้น มีปัญหาจราจรคับคั่งในเมืองใหญ่ สิ้นเปลืองพลังงาน เวลา และสุขภาพ การขยายตัวของเมืองใหญ่ที่ต้นทุนสูง ทำให้มีความแออัดและปัญหาต่างๆ เพิ่มขึ้นตามมา รัฐบาลเหลืองบท่าจะให้บริการสาธารณะที่เป็นประโยชน์ เช่น สาธารณสุข การศึกษาลดลง ธุรกิจและผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อม แข่งขันสู้บริษัทและธนาคารขนาดใหญ่ไม่ได้ นำไปสู่การรวมศูนย์ทุน การผูกขาดของบริษัทขนาดใหญ่ และการพัฒนาแบบกอบโกยทำลายล้างเพิ่มขึ้น
ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อนาคตเศรษฐกิจโลกและทางออกของไทย. – กรุงเทพ ฯ : บ้านพระอาทิตย์, 2550.
176 หน้า.
ISBN 978-974-13-0621-3
