บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
รายงานฉบับนี้เป็นรายงานวิจัยเชิงเอกสาร แบบสรุปประเมินผล วิเคราะห์การดำเนินการจัดการศึกษาในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา ผู้วิจัยได้เน้นเรื่องปัญหาคุณภาพ ความเสมอภาคในการจัดการศึกษา และปัญหาการพัฒนาคุณภาพครูอาจารย์ รวมทั้งปัญหาการจัดการศึกษาด้านอื่นๆ ที่เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เรายังปฎิรูปหรือพัฒนาการศึกษาเพื่อประชาชนทั้งประเทศได้ไม่ดีเท่าที่ควร
รายงานแบ่งเป็น 8 บท มีเนื้อหาในแต่ละบทที่สรุปใจความสำคัญดังต่อไปนี้
บทที่ 1 การเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทย และความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ
การเมือง ในช่วงปี 2550 ถึงครึ่งแรกของปี 2551 อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน จากรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะนายทหารที่ทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ในเดือนกันยายน 2549 มาเป็นรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลผสม 6 พรรคในต้นปี 2551 ช่วงปี 2550 รัฐบาลสรยุทธทำหน้าที่แบบรัฐบาลรักษาการ สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ จัดการเลือกตั้งใหม่ และเปิดทางให้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ(คตส.) สอบสวน และเสนอเรื่องฟ้องร้องนักการเมืองกลุ่มทักษิณ ชินวัตร ปี 2551 พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคไทยรักไทยพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพื่อลดอำนาจตุลาการและองค์กรอิสระไม่ให้ดำเนินการเอาผิดกับนักการเมืองที่ทุจริตฉ้อฉล กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้จัดการชุมนุมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการที่รัฐบาลที่ปล่อยให้มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การรีบลงนามในสนธิสัญญาไทยกัมพูชายอมรับให้กัมพูชาเสนอให้ประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียว การดำเนินโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ที่ส่อการทุจริตฉ้อฉล และการปกป้องพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ความขัดแย้งทางการเมืองแบบแบ่งเป็น 2 ขั้วดำเนินไปอย่างตึงเครียดและยืดเยื้อ
เศรษฐกิจไทย ซึ่งขึ้นอยู่กับภาคธุรกิจเอกชน และความสัมพันธ์ทางการลงทุนและการค้ากับระบบเศรษฐกิจโลก คงเติบโตในอัตราปานกลางค่อนข้างสูง แต่ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตของภาคการค้าระหว่างประเทศ การผลิตและการบริโภคในภาคอุตสาหกรรม การค้าและบริการมากกว่าภาคเกษตร ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นมากทำให้เกิดภาวะของแพงควบคู่ไปกับเศรษฐกิจชลอตัว ราคาข้าวที่สูงขึ้นเป็นประโยชน์กับไทยผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อยู่บ้าง แต่เกษตรกรขนาดกลางขนาดย่อมที่มีปัญหาหนี้สินมาก และอยู่ภายใต้โครงสร้างการผลิต การกระจายทรัพย์สินและรายได้ที่ไม่เป็นธรรม ได้ประโยชน์น้อยปัญหาของแพงมีผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ในด้านภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษามากพอสมควร เพราะแม้การศึกษาระดับพื้นฐานส่วนใหญ่จะไม่ต้องเสียค่าเรียนหรือเสียต่ำแต่พ่อแม่ต้องจ่ายค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ ค่าเสื้อผ้า ตำรา อุปกรณ์การเรียน รวมแล้วสูง โดยเฉพาะสำหรับคนจน
สังคม มีปัญหาที่เห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องปัญหาด้านสุขภาพจะเพิ่มขึ้น ครอบครัวอบอุ่นลดลง ชุมชนเข้มแข็งลดลง การกระจายรายได้ไม่เป็นธรรมและประชาชนเป็นหนี้มากขึ้น คนเข้าไม่ถึงระบบการประกันสังคม สภาพแวดล้อมระบบนิเวศไม่สมดุลเพิ่มขึ้น อาชญากรรมและยาเสพติดเพิ่มขึ้น ปัญหาทุจริจฉ้อฉล การละเมิดสิทธิมนุษยชน การขัดแย้งและความรุนแรงเพิ่มขึ้น เด็กเยาวชนมีปัญหาพฤติกรรมเสี่ยง เสพเหล้าบุหรี่ ทำผิดเรื่องยาเสพติด ลักทรัพย์ ทำร้ายกันเพิ่มขึ้น
ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยคงอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าประเทศพัฒนาปานกลางระดับใกล้เคียงกับไทย โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษาและสาธารณสุข เฉพาะสมรรถการศึกษาของไทยมีปัญหาทั้งความไม่เสมอภาคของโอกาสในการได้รับการศึกษา และคุณภาพการศึกษาที่สะท้อนให้จากการประเมินวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอื่นๆ ที่นักเรียนไทยสอบได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าหลายประเทศ
บทที่ 2 การจัดการศึกษาในปี 2550-ครึ่งแรกปี 2551
ประชากรวัยเรียนโดยรวมมีโอกาสได้รับการศึกษาเป็นสัดส่วนใกล้เคียงกับปีก่อนหน้านั้นแต่ในปี 2551 ยังมีประชากรวัย 3-17 ปีไม่ได้เรียนถึง 11.23% หรือ 1,675,165 คน ถ้าแยกตามระดับชั้นปรากฎว่าผู้ได้เข้าเรียนชั้นปฐมวัยและประถม มีสัดส่วนต่อประชากรวัยเดียวกันลดลงเล็กน้อย แต่ผู้ได้เรียนชั้นมัธยมและอุดมศึกษามีสัดส่วนต่อประชากรวัยเดียวกันเพิ่มขึ้น คนยังเรียนสายอาชีวศึกษาเป็นสัดส่วนน้อยความต้องการแรงงานด้านนี้ยังมีมาก ขณะที่ผู้จบการศึกษาจากอุดมศึกษาว่างงานเพิ่มขึ้น
ปัญหาคนจนไม่ค่อยได้เรียนส่งลูกไปเรียนและออกกลางคัน ยังเป็นปัญหาที่ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมือง ที่มีการกระจายทรัพย์สินและรายได้ให้คนส่วนใหญ่อย่างไม่เป็นธรรมและปัญหาทางสภาพแวดล้อมของสังคมที่ทำให้เด็กและเยาวชนมีปัญหาเพิ่มขึ้นด้วย เมื่อพิจารณาในขอบเขตของทั้งประเทศแล้ว คนไทยได้รับการศึกษาโดยเฉลี่ยเพียง 8.6 ปี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าประเทศอื่น และต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้
แรงงานส่วนใหญ่ 56.1% มีการศึกษาแค่ประถมและต่ำกว่า และมีสัดส่วนแรงงานที่จบชั้นมัธยมซึ่งรวมทั้งสายอาชีวศึกษา ต่ำกว่าหลายประเทศ สัดส่วนของแรงงานที่จบอุดมศึกษาขั้นปริญญาตรีค่อนข้างสูง และเป็นกลุ่มผู้ว่างงานสูงด้วย การจัดการศึกษาโดยภาคเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศรัยมีสัดส่วนต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
บทที่ 3 ปัญหาความไม่เสมอภาคในการได้รับบริการทางการศึกษา
โครงสร้างการบริหารแบบราชการรวมศูนย์ และการจัดสรรงบประมาณและกำลังคน ซึ่งเป็นปัญหาของระบบราชการโดยรวมไม่ใช่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้เกิดความไม่เสมอภาคในการได้รับบริการทางการศึกษา ในแง่ที่ว่าสถานศึกษาขนาดเล็กในเขตยากจน โดยเฉพาะในชนบทจะได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยกว่า มีครูอาจารย์ตามวุฒิน้อยกว่า ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาโดยเฉลี่ยต่ำกว่าสถานศึกษาขนาดกลางและขนาดใหญ่ในกรุงเทพ และเมืองใหญ่ ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มีการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรมสูง ยังมีส่วนสำคัญทำให้คนจนมีทรัพยากรในการลงทุนและมีโอกาสได้รับการศึกษาในระบบการศึกษาที่เน้นการแพ้คัดออก ต่ำกว่าคนรวยคนชั้นกลาง
แม้รัฐบาลจะลงทุนทางการศึกษาเป็นสัดส่วนต่องบประมาณของทั้งประเทศสูง กระจายโรงเรียนไปทั่วประเทศและส่งเสริมการศึกษาฟรีหรือไม่เก็บค่าเล่าเรียนหรือเก็บต่ำในโรงเรียนระดับประถมมัธยม แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ ค่าหนังสือ อุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแต่งตัว และค่าเสียโอกาสในการทำงานสำหรับเด็กระดับมัธยม ก็สูงกว่าที่คนจนจำนวนหนึ่งจะรับได้ ทำให้ลูกหลานคนจนออกกลางคัน และเรียนได้ไม่ถึง 12 ปี คือไม่จบชั้นมัธยม 6 เป็นสัดส่วนสูง เช่นคนที่เข้าป.1 ปี 2539 ได้เรียนจนจบชั้นม.6 ในปี 2550 ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของคนที่เริ่มเรียนป.1 พร้อมกัน
การมีกองทุนให้กู้ยืมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปลายและอุดมศึกษาและตอนหลังจะเน้นอุดมศึกษา ช่วยบรรเทาปัญหาได้บางส่วน แต่การแข่งขันทางเศรษฐกิจแบบคนรวยได้เปรียบคนจน และการแข่งขันทางการศึกษาแบบแพ้คัดออก ทำให้เด็กลูกหลานคนจนได้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพต่ำกว่า มีสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เสียเปรียบกว่าลูกหลานคนชั้นกลางและคนรวย ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะแพ้ถูกคัดออกมาตั้งแต่ระดับต้นๆ แล้ว คนจนที่เหลือรอดไปเข้ามหาวิทยาลัยได้คือส่วนน้อย และมักจะเข้ามหาวิทยาลัยเปิดและมหาวิทยาลัยที่เติบโตมาจากสถาบันราชภัฎและสถาบันราชมงคลที่มีคุณภาพโดยเฉลี่ยต่ำกว่ามหาวิทยาลัยเก่าที่มีงบประมาณและอาจารย์พรั่งพร้อมมากกว่า คนที่กู้เงินเรียนก็มีภาระต้องมาทำงานใช้หนี้ ทำให้โอกาสที่จะขยับฐานะรายได้ได้ใกล้เคียงกันเป็นไปได้ยาก
บทที่ 4 ปัญหาการพัฒนาคุณภาพในการจัดการศึกษา
คุณภาพการศึกษาโดยรวมหรือโดยเฉลี่ยของทั้งประเทศ เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม และประเทศส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะวัดโดยผลสัมฤทธิในการสอบวิชาสำคัญของนักเรียนการประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้เป็น การวัดผลสัมฤทธิในการสอบระดับชาติในช่วงชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 คิดแบบถัวเฉลี่ยทั่วประเทศแล้วอยู่ในเกณฑ์ต่ำโดยเฉพาะในวิชา เช่นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา รวมทั้งลดลงจากปีก่อนๆ ในหลายกรณีด้วย
การประเมินคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและคุณภาพภายนอก(สมศ.) พบว่า สถานศึกษา ครู นักเรียน ที่ได้มาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ดีมีสัดส่วนต่ำ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับพอใช้ และส่วนน้อยอีกหนึ่งส่วนอยู่ในระดับต้องปรับปรุง คุณภาพของการศึกษายังมีความแตกต่างกันสูง ระหว่างสถานศึกษาขนาดใหญ่ขนาดกลางในเมือง และสถานศึกษาขนาดเล็กในชนบท และชุมชนแออัดในเมือง และมีความแตกต่างกันสูง ระหว่างนักเรียนที่เก่งกับนักเรียนที่เรียนไม่เก่ง คือการมีนักเรียนเก่งไปแข่งวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โอลิมปิกส์ได้รับรางวัลมาจำนวนหนึ่ง มีคนบางคนที่สอบระดับชาติได้คะแนนเต็มหรือเกือบเต็ม แต่ก็มีนักเรียนจำนวนมากที่ได้คะแนนต่ำและต่ำมาก รวมทั้งคนเรียนชั้น ป.2 และ ป.3 จำนวนหนึ่งที่ยังอ่านไม่ออกหรืออ่านไม่คล่อง
บทที่ 5 ปัญหาการพัฒนาครูอาจารย์และบุคคลากรทางการศึกษา
มีปัญหาขาดแคลนครูอาจารย์ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ที่ขาดแคลนทางปริมาณส่วนหนึ่งเพราะการเกลี่ยครูไปตามโรงเรียนต่างๆ ไม่ทั่วถึง มีครูเต็มในบางโรงเรียน เช่น โรงเรียนในเมือง และครูขาดในชนบทมาก ปัญหาการขาดครูทั่วประเทศ ส่วนหนึ่งเพราะครูเกษียณและลาออกก่อนเกษียณมากในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาลจัดสรรอัตราทดแทนเพียง 20 % ของอัตราเกษียณ ที่ขาดแคลนมาก คือ ครูที่จบทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ส่วนหนึ่งเพราะมีครูเรียนทางด้านนี้น้อย หรือย้ายไปทำงานอื่นที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่ามีโอกาสก้าวหน้ากว่า นอกจากขาดแคลนครูในเชิงปริมาณแล้ว การขาดแคลนครูในด้านคุณภาพก็เป็นปัญหาสำคัญ คนเก่งๆ สนใจมาเป็นครูอาจารย์ลดลงเพราะมีงานอื่นที่ดีกว่า ทำให้สถาบันการศึกษาต้องรับคนที่มีผลการเรียนเกรดต่ำลงมาเป็นครูอาจารย์ ครูอาจารย์จำนวนมากยังมีแรงจูงใจการทำงานเป็นครูอาจารย์น้อยรักงานวิชาการและการเผยแพร่วิชาการลดลง การเป็นครูกลายเป็นอาชีพแบบงานราชการหรืองานบริษัททั่วไปงานหนึ่ง ครูไม่ได้พอใจหรือมีความสุขในความเป็นครูอาจารย์มากนักเพราะมักเป็นงานหนักซ้ำซากและได้ค่าตอบแทนต่ำ ปัจจัยที่กล่าวมาทั้งทำให้คุณภาพครูอาจารย์โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
โดยเฉพาะเมื่อระบบบริหารและการให้ผลตอบแทนเน้นการขยายปริมาณนักเรียนนักศึกษามาก ยิ่งทำให้คุณภาพการจัดการศึกษาทุกระดับรวมทั้งอุดมศึกษาตกต่ำลง ปัญหาวัฒนธรรมในการเรียนการสอนแบบเน้นการท่องจำเพื่อสอบเอาคะแนน ไม่มีวัฒนธรรมในการรักการอ่าน การใฝ่รู้ ค้นคว้า วิจัยทดลอง คิด อภิปราย วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้เป็น ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้คุณภาพการศึกษาไทยสู้ต่างประเทศไม่ได้ ยิ่งสถาบันศึกษาเน้นการขยายปริมาณนักเรียนนักศึกษา และเกิดปัญหาการขาดแคลนครูทั้งด้านปริมาณ และคุณภาพ ก็ยิ่งทำให้ปัญหาคุณภาพการศึกษาเกิดผลกระทบในทางลบมากขึ้น การแก้ปัญหาภายใต้โครงสร้างการบริหารแบบราชการรวมศูนย์ที่ทำแบบราชการเพื่อประโยชน์ของราชการ เช่น การให้เงินวิทยฐานะแก่ครูที่เขียนผลงานผ่านการพิจารณา การช่วยบรรเทาปัญหาหนี้สินครู เป็นประโยชน์ต่อครู แต่มีผลต่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนน้อย
บทที่ 6 ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ( พ.ศ.2551-2555) ครอบคลุมทั้ง 6 ด้าน คือ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู อาจารย์ และบุคคลทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา การจัดระบบการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาทั้งจากทุกภาคส่วนของสังคม ในแต่ละด้านมีการกำหนดความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ เป้าหมายในปี 2555 กลยุทธ มาตรการและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไว้อย่างชัดเจน และครอบคลุมการศึกษาระดับต่างๆ พอสมควร แม้กระนั้น ยุทธศาสตร์ฉบับนี้ก็ยังเป็นข้อเสนอแบบกว้างๆ ตามหลักการหรือแนวทางที่ควรทำ แต่ไม่ได้เสนอกลยุทธและมาตรการแบบปฎิรูปเชิงโครงสร้างอย่างถึงรากถึงโคน เพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง รวมทั้งไม่ครอบคลุมเรื่องที่สำคัญ เช่น ปัญหาระบบบริหารจัดการ และคุณภาพของผู้บริหาร ครูอาจารย์ ปัญหาระบบบริหารจัดสรรงบประมาณ ปัญหาการแบ่งสรรและส่งเสริมให้ภาคเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพและความหลากหลายเพิ่มขึ้น
บทที่ 7 การปฎิรูปการจัดการศึกษาเพื่อความสุขของทั้งบุคคลและประเทศ
ผู้วิจัยเสนอทางออกของการปฎิรูปการศึกษาว่า ต้องเปลี่ยนเป้าหมายของการพัฒนาประเทศจากการเน้นความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจไปเป็นเพื่อความสุขของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการจัดการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ความฉลาดทุกด้าน (ปัญญา อารมณ์ จิตสำนึก) อย่างมีความสุข และเพื่อที่จะได้มีเจตคติที่จะไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เด็กที่ได้เรียนรู้อย่างมีความสุขจะมีความพอใจ มีแรงจูงใจในการเรียนรู้จากภายในตัวเอง คืออยากเรียนเพราะอยากรู้ ที่สำคัญกว่าแรงจูงใจภายนอกที่เน้นเรื่องคะแนนผลการตอบแทน พวกเขาจะเรียนได้ดีกว่า มีความกระตืนรือล้น มานะอดทน คิดสร้างสรรค์ มีสมาธิเข้ากับเพื่อนและครูได้ดี และเป็นคนดีได้มากกว่า คนที่รู้สึกเคร่งเครียด เป็นทุกข์จิตกังวล รู้สึกเหมือนถูกบังคับให้มาเรียน
หากครูพ่อแม่ ผู้ปกครอง นักเรียนนักศึกษาเข้าใจความสำคัญของเรื่องการเรียนอย่างมีความสุขเพื่อความสุข และปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน และการวัดผล เพื่อเป้าหมายในการส่งเสริมผู้เรียนให้รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้อย่างมีความสุขมีความภูมิใจ และเพื่อความสุขความภูมิใจแล้ว จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของผู้เรียนอย่างสำคัญ และจะมีผลต่อการพัฒนาประชาชน ชุมชนและประเทศไปในทางส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี และยั่งยืนที่แตกต่างไปจากการจัดการศึกษาแบบเน้นการแข่งขันเพื่อเอาชนะคนอื่นในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาดอย่างสำคัญ
บทที่ 8 แนวโน้มประเทศไทยและสรุปแนวทางปฎิรูปการศึกษา
ประชากรไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้าถึงจุดสูงสุดราว 65.2 ล้านคนใน 10-15 ปีข้างหน้า และจะค่อยๆ ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากคนสมัยใหม่แต่งงานช้าและนิยมมีลูกน้อยลง แต่ประชากรไทยจะอายุยืนเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย ทำให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป คือมีผู้สูงอายุเกิน 60 ปีเป็นสัดส่วนสูงขึ้น สัดส่วนคนวัยทำงานและวัยเด็กจะลดลง การจัดการศึกษาควรคำนึงถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางประชากร รวมทั้งคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมของโลก ซึ่งจะมีปัญหาการแข่งขันและการขาดแคลน ภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้นจะต้องมีพัฒนาเศรษฐกิจไปในแนวที่ต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมเพิ่มขึ้น มีการแข่งขันด้านประสิทธิภาพ และคุณภาพเพิ่มขึ้น รวมทั้งประชากรในยุคต่อไปต้องเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการพัฒนาประเทศและการใช้ชีวิตอย่างสมดุล เป็นธรรม และลดการทำลายธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมลงด้วย
ประเทศไทยจะต้องหาทางปฎิรูปการจัดการศึกษาหรือกระบวนการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และมีคุณภาพที่ใช้งานได้และสอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมของประเทศ เช่น จะต้องพัฒนาครูอาจารย์ ผู้บริหารการศึกษาอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการสร้างแรงจูงใจให้คนเก่ง คนดี อยากเข้ามาเป็นครู ปฎิรูปการฝึกหัดครู ปฎิรูปการคัดเลือก การทำงานแบบส่งเสริมความพอใจและความก้าวหน้าของครู การปฎิรูปโครงสร้างการบริหารให้มีประสิทธิภาพโปร่งใสและเป็นธรรม การกระจายงบประมาณที่เป็นธรรม และปฎิรูปการใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการทำงานของสมองของผู้เรียน
โดยเฉพาะในระดับปฐมวัย ต้องทุ่มเทพัฒนาพ่อแม่ พี่เลี้ยง/ครู ให้รู้จักดูแลพัฒนาสมองเด็กเล็กอย่างจริงจัง เพราะเด็กวัยนี้เป็นวัยที่สมองจะพัฒนาเรียนรู้ได้เร็วที่สุด และจะเป็นพื้นฐานให้เด็กเรียนรู้ ในชั้นประถมมัธยมได้ดีขึ้น การจะพัฒนากระบวนการเรียนการสอนแนวใหม่แบบกระตุ้นชี้แนะให้ผู้เรียนได้พัฒนาความฉลาดทุกด้าน รักการอ่านและการเรียนรู้ เรียนรู้ด้วยตัวเองเป็น คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์เป็น แทนการสอนแบบบรรยายให้ท่องจำเพื่อสอบเอาคะแนนแบบเก่า ให้ได้ผลจริงจัง ต้องมีการจัดฝึกอบรมและเสริมสร้างครูอาจารย์ที่คิดและสอนแนวใหม่ได้อย่างขนานใหญ่ เพราะผู้บริหารครูอาจารย์จำนวนมากเรียนมาแบบนั่งฟังและท่องจำไปสอบแบบเก่า ไม่รักการอ่าน การเรียนรู้ใหม่ คิดวิเคราะห์ไม่เป็น คิดได้แต่ประโยชน์ตนเองมากกว่าจะมีจิตสำนึกคิดและหาทางทำให้นักเรียนได้ประโยชน์สูงสุด การปฎิรูปคุณภาพของผู้บริหารครูอาจารย์ ให้ได้ก่อน จึงจำเป็นสำหรับการปฎิรูปการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างได้ผล
คำชี้แจงของผู้เขียน
รายงานสภาวะการศึกษาไทย เป็นงานที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) มอบหมายให้บุคคลภายนอกเป็นผู้วิจัยและเขียนอย่างเป็นอิสระมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็นรายงานประจำปีหรือควบ 2 ปี แบบเสนอข้อเท็จจริงทั่วๆไปควบคู่ไปกับรายงานเชิงวิเคราะห์อย่างวิพากษ์วิจารณ์ เป้าหมายคือเพื่อทำให้เป็นรายงานประจำปีที่มีสีสัน จูงใจให้คนสนใจอ่าน และช่วยกันคิดวิเคราะห์ต่อ อย่างทำให้เกิดพลังของการเรียนรู้ร่วมกันมากขึ้น
รายงานสภาวะการศึกษาไทย 2550/2551 เป็นการวิจัยเชิงเอกสารที่ผู้วิจัยได้รับมอบหมายให้ทำในช่วงตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 ถึงมิถุนายน 2551 และใช้ข้อมูลเอกสารตั้งแต่ช่วงปี 2550 ถึงครึ่งปีแรกของปี 2551 ในการวิเคราะห์ เนื้อหาสาระหลักคือ การสรุป วิเคราะห์ ประเมินผล การดำเนินการจัดการศึกษา ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาครูอาจารย์ การเรียนรู้ของผู้เรียน สาเหตุที่เป็นปัญหาอุปสรรคหลักๆ ของการจัดการศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพและความเสมอภาคของโอกาสในการได้รับการศึกษา และการเสนอแนะยุทธศาสตร์ โครงการ มาตรการ ที่จะช่วยแก้ปัญหาอุปสรรคเหล่านี้
ผู้วิจัยได้คัดสรรประเด็นสำคัญจากงานวิจัย ประเมินผลและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาของนักวิชาการ และหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งข่าวและบทความด้านการศึกษาจำนวนมากมาสรุปความและจัดหมวดหมู่เขียนขึ้นมาใหม่แบบต่อร้อยเชื่อมโยงกันเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมของสภาวะการศึกษาไทยในรอบ 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา รายงานฉบับนี้ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยทางเอกสารแบบต่อยอดจากงานวิจัยที่มีคนอื่นทำมาแล้ว แต่การคัดสรร การสรุปความและขยายความเป็นความรับผิดชอบของผู้วิจัย รายงานฉบับนี้เน้นเรื่องปัญหาและทางแก้ไข เพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านช่วยกันคิดช่วยกันปฏิรูปหรือพัฒนาการศึกษาต่อ จึงไม่ได้นำเสนอผลงานและการเปลี่ยนแปลงในด้านที่ดีขึ้นของโครงการหน่วยงาน สถาบันและกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่มากพอสมควรในรอบ 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นโครงการเฉพาะเรื่องที่อยู่กระจัดกระจาย
แนวคิดใหญ่ของรายงานฉบับนี้คือการเน้นปัญหาเรื่องคุณภาพและความเสมอภาคของโอกาสในการได้รับการศึกษาของประชาชน และปัญหาการพัฒนาคุณภาพของครูอาจารย์ โดยผู้วิจัยเสนอว่าการจะปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องวิเคราะห์เรื่องการจัดการศึกษาและการพัฒนาประเทศอย่างเชื่อมโยงเป็นระบบองค์รวม และมองหาสาเหตุของความล้าหลังของการจัดการศึกษาอย่างวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อสาวให้ถึงปัญหารากเหง้าและการหาทางออกที่เป็นไปได้จริง การวิเคราะห์อย่างเชื่อมโยงเป็นระบบองค์รวม หมายถึงการมองการจัดการศึกษาและการพัฒนาประเทศในความหมายกว้าง ที่รวมถึงการพัฒนาความฉลาดทั้งด้านปัญญา อารมณ์ จิตสำนึก เพื่อที่ประชาชนจะได้พัฒนาเข้มแข็งทางภูมิปัญญามากพอที่จะไปช่วยกันแก้ไขปัญหา และพัฒนาเศรษฐกิจการเมือง สังคม วัฒนธรรม จิตใจของประชาชนทั้งประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน
ผู้วิจัยได้เน้นว่าการพัฒนาการศึกษาที่ถูกทางนั้นต้องเปลี่ยนไปเน้นเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชนและชุมชน แทนเป้าหมายการพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นด้านหลักอย่างที่ผ่าน ๆ มา การจะทำเช่นนั้นได้ ต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายพัฒนาทางเศรษฐกิจจากแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดที่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการแข่งขันหาเงินกำไรเพื่อการบริโภคสูงสุด ไปเป็นเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมของผู้ผลิตขนาดกลาง ขนาดเล็ก กับระบบสหกรณ์ผู้ผลิตและผู้บริโภค รัฐสวัสดิการและชุมชนสวัสดิการ
ขอขอบคุณ นักวิจัย/นักวิชาการ และผู้ทำสถิติทางด้านการศึกษาทุกท่านที่ผู้เขียนได้นำข้อมูลมาใช้อ้างอิงในรายงานฉบับนี้ คุณยุพา วิริภิรมย์กูล และเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ของสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ที่ได้ช่วยหาข้อมูลสนับสนุนการทำงานของผู้เขียน ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้ช่วยวิจารณ์ และให้ความเห็นข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ดร.สุวัฒน์ เงินฉ่ำ, ศาสตราจารย์ ดร.บุญเสริม วีสกุล, ศาสตราจารย์ ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์, ศาสตราจารย์ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์, รองศาสตราจารย์ ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์, นายแพทย์ ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์, ดร.รุ่งเรือง สุขาภิรมย์, คุณอมเรศ ศิลาอ่อน และผู้ที่แสดงความคิดเห็นในการประชุมสัมมนาเสนอร่างรายงานฉบับนี้ในวันที่ 2 กันยายน 2551 หลายท่าน
อย่างไรก็ตาม เนื้อหาของรายงานฉบับนี้ทั้งหมดเป็นการสรุป ตีความ และเสนอแนะโดยผู้วิจัยเอง ไม่ใช่ทัศนะทางการของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
วิทยากร เชียงกูล
วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม
มหาวิทยาลัยรังสิต
ต้นกันยายน 2551
สภาวะการศึกษาไทย ปี 2550/2551 ปัญหาความเสมอภาค และคุณภาพของการจัดการศึกษา
รศ.วิทยากร เชียงกูล
สารบัญ
บทที่ 1 การเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทย และความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ
บทที่ 2 การจัดการศึกษาในปี 2550-2551
บทที่ 3 ปัญหาความไม่เสมอภาคในการได้รับบริการทางการศึกษา
บทที่ 4 ปัญหาการพัฒนาคุณภาพในการจัดการศึกษา
บทที่ 5 ปัญหาการพัฒนาครูอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
บทที่ 6 ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา
บทที่ 7 แนวทางการปฏิรูปการศึกษาเพื่อความสุขของทั้งบุคคลและประเทศ
บทที่ 8 แนวโน้มของประเทศไทยและสรุปแนวทางปฏิรูปการจัดการศึกษา
บรรณานุกรม

ขอบคุณคับ
ขอบคุณมากๆครับ
ข้อมูลน่าสนใจมากๆครับ
ขอบคุณค่ะยังมีรายงานสภาวะปีฯ51-52 อีกนะค่ะ