RSS

บทที่ 6 ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา

02 มี.ค.

บทที่ 6 ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา

                        บทนี้เสนอ สรุปสังเคราะห์ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา 6 ด้าน สำหรับ 6 ปี ข้างหน้าของกระทรวงศึกษาธิการ และบทวิเคราะห์ให้ความเห็นเพิ่มเติมโดยผู้วิจัย

6.1 ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2551-2555)

ในปลายปี 2550 กระทรวงศึกษาธิการได้เสนอนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา1 เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในช่วงปี พ.. 2551-2555 รวม 6 ด้าน คือ

                        1 การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

                        2 การพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา

                        3 การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา

                        4 การจัดระบบการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา

5 การสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษา

6 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม

ในเอกสารฉบับเต็มได้เสนอทั้งความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ และเป้าหมายในปี 2555 และในแต่ละยุทธศาสตร์ได้เสนอหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย ผู้วิจัยได้เลือกคัดมาเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าน่าสนใจมากที่สุด จึงคัดมาเฉพาะเรื่องเป้าหมาย กลยุทธ์และมาตรการของแต่ละยุทธศาสตร์ เพื่อทำเนื้อหาให้สั้นกระชับลง ดังต่อไปนี้คือ

ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

เป้าหมาย :

ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพและเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย มีความพร้อมในการเรียนรู้ มีนิสัยใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีความสามารถคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งทางวิชาการและวิชาชีพ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นในทุกระดับ/ประเภทการศึกษา

ระดับปฐมวัย

 

กลยุทธ์ 1 : เตรียมความพร้อมให้เด็กปฐมวัย (อายุ 3-5 ปี) ทุกคนได้รับการพัฒนาตามวัยอย่างเหมาะสม

มาตรการ :

1.         เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมอย่างน้อย 1 ปี ก่อนเข้า ป. 1

2.         ทุกกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรชุมชน ร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนการจัดบริการเตรียมความพร้อมที่มีคุณภาพให้แก่เด็กทุกคน เพื่อปูพื้นฐานความรู้ก่อนเข้าเรียนในระดับพื้นฐาน

3.         จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองของเด็ก (Brain-based learning) และรณรงค์ให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้เข้าใจเรื่องพัฒนาการทางสมอง  

 

กลยุทธ์ 2 : ให้ความรู้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้เลี้ยงดูเด็กและครู ในการพัฒนาเด็กตามหลักจิตวิทยา และพัฒนาการของเด็กที่ถูกต้องเหมาะสมตามวัย

มาตรการ :

1.         จัดบริการเสริมความรู้ความเข้าใจให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้เลี้ยงดูเด็กและครู ให้มีความรู้ความเข้าใจจิตวิทยาเด็กปฐมวัยและวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กทุกคนในสภาวะต่างๆกันอย่างถูกต้อง เหมาะสมตามวัย โดยผ่านสื่อต่างๆและการฝึกอบรม

ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กลยุทธ์ 1 : ปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน  การวัดประเมินผล เพื่อพัฒนาทักษะในการเรียนรู้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และสร้างเสริมแรงจูงใจเพื่อประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้

มาตรการ :

1.         ทบทวนเกณฑ์การวัดและประเมิณผล รวมทั้งปรับปรุงวิธีการวัดและประเมินผลผู้เรียนโดยการใช้วิธีการที่หลากหลาย

2.         ปรับหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน โดยลดสาระการเรียนเนื้อหา ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง ฝึกการคิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหาให้มากขึ้น

3.         ปรับระบบการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาให้เชื่อมโยงกับการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

4.         ฝึกอบรมครูประจำการในการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ และทักษะกระบวนการคิด

กลยุทธ์ 2 : ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาสำหรับคนพิการ ผู้มีความสามารถพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส

มาตรการ :

1.         วิจัยและพัฒนารูปแบบวิธีการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเด็กที่มีความต้องการเฉพาะ

2.         ผลิตครู/ฝึกอบรมครูการจัดการศึกษาพิเศษ

3.         ระดมความร่วมมือสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานแก่เด็ก เช่น จัดสรรทุน สนับสนุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็น จัดโครงการอาหารเช้า โครงการอาหารกลางวัน อุปกรณ์การศึกษา เป็นต้น

 

การอาชีวศึกษา

กลยุทธ์ 1 : สร้างภาพลักษณ์และเจตคติที่ดีในการเรียนอาชีวศึกษา

มาตรการ :

1.         รณรงค์สร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนอาชีวศึกษา โดยประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆอย่างต่อเนื่อง ให้เห็นว่าความสามารถในการปฏิบัติได้/ทำจริงมีคุณค่า/สำคัญกว่าใบปริญญาที่แสดงเพียงคุณวุฒิ

2.         จัดโครงการอาสาสมัครบำเพ็ญประโยชน์ ในรูปแบบหลากหลายให้เห็นว่าเป็นผู้ทำประโยชน์ให้กับสังคม

3.         จัดให้มีระบบแนะแนวให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง และสาขาอาชีพต่างๆเพื่อจะได้เลือกเรียนได้ตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการ

4.         จัดให้มีศูนย์ข้อมูลกำลังคนอาชีวศึกษาเพื่อการศึกษาและการทำงาน

5.         พัฒนาความเชื่อมโยงกับการศึกษาระดับอื่น ได้แก่ มัธยมศึกษาตอนต้นและระดับการศึกษาอื่นๆ เช่น จัดให้มีการวัดแววความถนัดของผู้เรียนมัธยมศึกษาตอนต้น

กลยุทธ์ 2 : พัฒนาระบบค่าตอบแทนควบคู่กับการยอมรับในสังคม

1.         พัฒนาระบบค่าตอบแทนที่เน้นทักษะฝีมือ ทักษะปฏิบัติ สมรรถนะวิชาชีพ ไม่เน้นเฉพาะคุณวุฒิตามใบปริญญา

2.         ยกย่องเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าที่ประสบผลสำเร็จในอาชีพการงานให้ผู้เรียนเห็นโอกาสและความก้าวหน้าในอาชีพ

3.         จัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่และจัดแข่งขันทักษะวิชาชีพ เพื่อให้สังคมรับรู้และยอมรับมากขึ้น

4.         จัดตั้งสถาบันเทียบคุณวุฒิวิชาชีพเป็นองค์การมหาชนในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ และจัดทำคุณวุฒิวิชาชีพไทย (Thai Vocational Qualifications : TVQ) รวมทั้งส่งเสริมให้กลุ่มอาชีพจัดทำมาตรฐานอาชีพ และพัฒนาระบบเทียบโอนความรู้และปรัสบการณ์ เพื่อสามารถเข้าศึกษาต่อและสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ

5.         เปิดโอกาสให้ผู้เรียนอาชีวศึกษามีโอกาสศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น โดยเฉพาะในสายวิชาชีพ โดยจัดการศึกษาแบบบูรณาการระหว่างภาคปฏิบัติในภาคอุตสาหกรรมกับการศึกษาต่อ


กลยุทธ์ 3 : พัฒนาความร่วมมือระหว่างรัฐและภาคเอกชน สถานประกอบการและชุมชนในการจัดการศึกษา

มาตรการ 1 :

1.         สถาบันการอาชีวศึกษาประสานกับภาคธุรกิจและสถานประกอบการและเอกชนเป็นเครือข่าย เพื่อจัดการศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมทั้งประสานความร่วมมือด้านอื่นๆ ทั้งกำหนดหลักสูตร การฝึกอบรม รวมทั้งส่งเสริมการจัดศูนย์การเรียนในสถานประกอบการ เพื่อพัฒนากำลังแรงงานของประเทศ

2.         จัดการอาชีวศึกษา สารพัดช่าง วิทยาลัยการอาชีพ และการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น ระยะยาว เพื่อผลิตและพัฒนากำลังแรงงาน และส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น

 

การศึกษาระดับอุดมศึกษา

กลยุทธ์ 1 : การเตรียมความพร้อมผู้เรียนให้มีความตระหนักในการศึกษาที่เชื่อมโยงกับการทำงาน

มาตรการ :

1.         จัดให้มีระบบฐานข้อมมูลสาธารณะอุดมศึกษา สำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาและเป็นข้อมูลในการทำงาน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการศึกษาระดับอุดมศึกษากับการทำงาน และให้มีความเข้าใจในลักษณะอาชีพเพื่อเลือกเรียนตามความถนัด สนใจของตน

2.         เชื่อมโยงการศึกษาระดับอุดมศึกษากับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ผู้เรียนมีความพร้อม เช่น ให้มีการทดลองฝึกเรียนในสาขาวิชาแพทย์ เป็นต้น

3.         เตรียมความพร้อมและปรับพื้นฐานความรู้ที่จะเรียนในระดับอุดมศึกษา อาทิ จัดระบบวัดแวว แนะแนวในการศึกษาต่อที่เชื่อมโยงกับการอาชีพ

 

 

 

 

กลยุทธ์ 2 : ยกระดับการจัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา

มาตรการ :

รณรงค์ให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ เน้นความสำคัญของความรู้มากกว่าการเน้นปริญญา

1.         ปรับปรุงหลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผล เพื่อสร้างนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน คิดวิเคราะห์เป็น แก้ปัญหาได้ และเสริมสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ให้กับผู้เรียนมากขึ้น

 


การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

กลยุทธ์ 1 : สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

มาตรการ :

1.         จัดการส่งเสริมการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างนิสัยใฝ่เรียนใฝ่รู้ นิสัยรักการอ่าน และทักษะในการแสวงหาความรู้

2.         กระจายแหล่งเรียนรู้และสื่อต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ราคาถูก

3.         จัดให้มีการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายและมีคุณภาพ เพื่อเป็นการศึกษาทางเลือกสำหรับเยาวชน และสามารถสนองตอบตามความต้องการที่หลากหลาย

 

ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกา

เป้าหมาย :

                        มีครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาพอเพียงตามเกณฑ์ และมีคุณภาพที่จะจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งมีระบบการผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลกรทางการศึกษา เพื่อมุ่งส่งเสริมคุณภาพและตอบสนองความต้องการในการพัฒนาการศึกษาโดยรวมของประเทศ

 

กลยุทธ์ 1 : เร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา

มาตรการ :

1.         ขอคืนอัตราเกษียณ และเกษียณก่อนกำหนด (early retire) และวงเงินให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ในอัตราร้อยละ 100 ในเวลา 5 ปี

2.         ยกเลิกระบบครูอัตราจ้าง และจัดให้มีระบบคัดสรรครูที่มีคุณภาพ เพื่อพิจารณาบรรจุเป็นข้าราชการครู

3.         ปรับเกณฑ์กำหนดอัตราครู โดยกำหนดภาระงานครูให้ชัดเจนและจัดให้มีบุคลากรสายสนับสนุนให้เหมาะสมเพียงพอ และสนับสนุนให้มีอัตรากำลังครูตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ให้มีสถาบันใดขาดครู และบุคคลากรทางการศึกษา โดยแยกเกณฑ์ให้เหมาะสมตามระดับ/ประเภทการศึกษา

4.         ขยายอายุเกษียณราชการให้แก่ครูที่มีความเป็นมืออาชีพ รวมทั้งครูสาขาวิชาหลัก สาขาขาดแคลนที่มีคุณภาพ ถึงอายุ 65 ปี

5.         สนับสนุนให้สถาบันอาชีวศึกษาจ้างผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์จากสถานประกอบการเข้ามาเป็นอาจารย์มากขึ้น

6.         เร่งผลิตและพัฒนาคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะสาขาขาดแคลนและพัฒนาให้มีคุณวุฒิและตำแหน่งวิชาการตามเกณฑ์ โดยจัดสรรทุนพัฒนาอาจารย์ทั้งในและต่างประเทศ ขยายการจัดบัณฑิตศึกษาโดยส่งเสริมสถาบันวิจัยจัดบัณฑิตศึกษาร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา

 

กลยุทธ์ 2 : ทบทวนระบบการผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อมุ่งเสริมสร้างคุณภาพและตอบสนองความต้องการ

มาตรการ : การผลิตครูใหม่

1.         จัดให้มีสถาบันเฉพาะด้านการผลิตและพัฒนาครู เป็น National Institute of Education กระจายอยู่ทุกภูมิภาค ในลักษณะเครือข่าย ทำภารกิจด้านผลิตครูใหม่ พัฒนาครูประจำการ และวิจัยเพื่อความเป็นเลิศในด้านวิชาชีพครู โดยจัดการเรียนการสอนถึงระดับปริญญาเอก และมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับอย่างครบถ้วน ทั้งหอพัก สถานที่ฝึกอบรมที่ทันสมัย

2.         ปรับและทบทวนหลักสูตรการผลิตครูให้สนองต่อการใช้งาน พัฒนาเทคนิคการสอนที่หลากหลายสอดคล้องต่อบริบทของสถานศึกษา เช่น การสอนคละชั้นในโรงเรียนขนาดเล็ก

3.         สร้างแรงจูงใจให้คนดี คนเก่งเข้ามาเรียนครู โดยให้ทุนเรียนและประกันการมีงานทำ ทั้งในลักษณะทุนที่จัดสรรให้แก่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย และนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาอื่นเข้ามาเรียนครู โดยรื้อพื้นโครงการคุรุทายาท และ สควค.

4.         ส่งเสริมการผลิตครูตามโครงการครูสหกิจ เพื่อให้นิสิตนักศึกษาครูได้มีประสบการณ์การสอนในสถานศึกษาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานวิชาชีพ

5.         สนับสนุนการเปิดหลักสูตรปริญญาควบ (วิทย์-การสอน) โดยรับผู้จบปริญญาตรีทุกสาขาเข้าเรียนวิชาครู 2 ปี รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาอื่นที่มีใจรักในวิชาชีพครู มีโอกาสเข้ามาเป็นครู โดยเรียนวิชาครูเพิ่มเติมตามที่กำหนด

 

มาตรการ : การพัฒนาครูประจำการ

1.         พัฒนาครูประจำการและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School based) ให้ทั่วถึงต่อเนื่อง และก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงและความต้องการในการพัฒนาการศึกษา

2.         พัฒนาครูที่สอนไม่ตรงวุฒิให้ได้รับการพัฒนาเชิงวิชาการ โดยให้สถาบันผลิตครูที่อยู่ทั่วประเทศดำเนินการและให้ทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อหลักสูตรพิเศษ

3.         พัฒนาหลักสูตรปริญญาโทที่เน้นการเรียนการสอน (Master of teaching) หรือ ป.บัณฑิต ทางการสอน เพื่อให้ครูประจำการได้รับการพัฒนา

4.         ใช้สื่อการเรียนการสอนทางไกลในการพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา

5.         การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาทุกระดับในการพัฒนาครูฯ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนชมรม สมาคมครู ให้เป็นเครือข่ายเพื่อการพัฒนาครูฯ

 

กลยุทธ์ 3 : พัฒนาระบบบริหารบุคลากรที่เชื่อมโยงกับผลงานด้านคุณภาพและให้มีความก้าวหน้าในอาชีพ

มาตรการ :

1.         สร้างระบบจูงใจให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดอายุงาน โดยจัดให้มีเงินวิทยพิพัฒน์สำหรับครูที่เข้ารับการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ในหลักสูตรที่ได้รับความเห็นชอบ เป็นต้น

2.         พัฒนาระบบประเมินสมรรถนะวิชาชีพ โดยเน้นความสามารถในการจัดการเรียนการสอน

3.         ปรับระบบการโยกย้าย แต่งตั้ง โดยเน้นการพิจารณาผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจ ยกย่อง ให้รางวัลครูที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น

4.         ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นที่ยอมรับและพัฒนาระบบเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ให้จูงใจ

 

ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา

เป้าหมาย :

                        เพื่อให้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือของครู เพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการสอนและการจัดการศึกษา เป็นเครื่องมือของผู้เรียนในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้แก่ตนเอง นำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการแก้ปัญหาขาดแคลนครู คณาจารย์ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ


กลยุทธ์ 1 : ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการสอนของครู

มาตรการ :

1.         กำหนดเป้าหมายสัดส่วนนักเรียน นักศึกษา : คอมพิวเตอร์ในทุกระดับ/ประเภทการศึกษา เพื่อจัดหาให้เพียงพอ

2.         พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถใช้และพัฒนาบทเรียนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.         ให้มีงานวิจัยรูปแบบการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

 

กลยุทธ์ 2 : พัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการศึกษา

มาตรการ :

1.         เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในลักษณะเครือข่ายการศึกษาแห่งชาติ (National Education Network) โดยเชื่อมโยงทั้ง MOE-Net, Uni Net และเชื่อมโยงไปสู่ ETV หรือโทรทัศน์วิทยุเพื่อการศึกษา

2.         เร่งจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เป็นหน่วยงานกลาง ดูแลด้านนโยบาย แผน ส่งเสริม การพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งดูแลด้านการผลิตเนื้อหา (content) และบทเรียนผ่านสื่อ (courseware) ตลอดจนการเตรียมบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการขยายโอกาสทางการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

3.         สนับสนุนหน่วยงานรัฐและเอกชนในการผลิตสื่อหนังสือเรียน ตำราเรียน หุ่นจำลองรวมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์อื่น ๆ และสื่ออิเลคทรอนิกส์เพื่อการเรียนรู้  รวมทั้งสนับสนุนการนำสื่อดังกล่าว  รวมทั้งสื่อสารมวลชนทุกแขนงเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้

 

กลยุทธ์ 3 : พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้

มาตรการ :

1.         รัฐมีนโยบายให้การสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง

2.         พัฒนาห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ให้ได้มาตรฐาน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาใช้เพื่อการเรียนรู้

3.         เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม ให้มีประสิทธิภาพและใช้ร่วมกันได้

4.         ให้รัฐกำหนดอัตราพิเศษสำหรับค่าสาธารณูปโภคเพื่อการศึกษา และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เชื่อมโยงกันเพื่อลดค่าใช้จ่าย

 

ยุทธ์ศาสตร์ที่ 4 : การจัดระบบการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา

เป้าหมาย :

                        พัฒนาระบบการจัดการศึกษาในทุกระดับ/ประเภทการศึกษาให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันจะนำไปสู่ผลผลิตที่มีคุณภาพ

·         ระดับปฐมวัย

กลยุทธ์ 1 : ส่งเสริมการจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีมาตรฐาน

มาตรการ :

  1. ส่งเสริมสถานศึกษา ศูนย์การเรียนให้พัฒนาศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยได้อย่างเข้มแข็งและมีมาตรฐาน ทั้งทางด้านวิชาการ และการสนับสนุนสื่อ และบุคลากร งบประมาณในการจัดการเรียนการสอนอย่างเพียงพอ
  2. พัฒนาบทบาทหน่วยงานรับผิดชอบ ดูแลการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีการดำเนินงานในเชิงบูรณาการและประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติ

 

 

 

 

 

ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กลยทธ์ 1 : พัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพ

มาตรการ :

  1. เร่งทบทวนเกณฑ์การจบหลักสูตรแต่ละช่วงชั้นและระบบการเรียนแบบหน่วยกิตรวมทั้งพิจารณาทบทวนระบบที่ไม่มีตกซ้ำชั้นที่ให้มีการสอนซ่อมเสริมแทน เพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผู้เรียนเป็นสำคัญ
  2. เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษาในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการบริหารหลักสูตร
  3. ปรับระบบการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาให้เชื่อมโยงกับการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  4. ปรับระบบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา กีฬา  ศิลปะ ฯลฯ
  5. ส่งเสริมสถานศึกษา พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน เพื่อนำผลมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา โดยให้นำผลการทดสอบระดับชาติ (NT) และ O-NET มาประกอบด้วย
  6. จัดระบบการเรียนการสอนให้ยืดหยุ่น หลากหลาย สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มรวมทั้งผู้ที่มีพื้นฐานที่แตกต่างกัน ผู้ด้อยโอกาส ผู้มีความสามารถพิเศษ ให้ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามศักยภาพ
  7. จัดระบบการเรียนต่อยอดจากการศึกษาภาคบังคับ โดยพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ผู้จบการศึกษามีทักษะ ความรู้ ด้านอาชีพเพื่อการทำงานตามความถนัดและความสามารถของตน หากไม่ศึกษาต่อระดับสูงขึ้น

กลยุทธ์ 2 : สร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา

มาตรการ :

  1. ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกลุ่ม เพื่อร่วมมือพัฒนาการศึกษาในรูปเครือข่ายทางวิชาการ โดยมีสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่นเป็นแม่ข่ายและให้การส่งเสริมสนับสนุนทางวิชาการ
  2. พัฒนาเครือข่ายผู้ปกครองให้เข้มแข็ง

 

กลยุทธ์ 3 : พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก

มาตรการ :

  1. พัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ โดยพัฒนาระบบวางแผนการจัดตั้งและพัฒนาโรงเรียนในแต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พัฒนาระบบบริหารจัดการสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน และสร้างแรงจูงใจแก่ผู้บริหารและครูในโรงเรียนขนาดเล็ก
  2. พัฒนาระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพการศึกษา โดยพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก พัฒนาผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน
  3. เสริมสร้างความพร้อมและความเข้มแข็งของโรงเรียน โดยจัดทำมาตรฐานโรงเรียนขนาดเล็ก ปรับปรุงและพัฒนาสถานที่เรียน สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
  4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา โดยพัฒนาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้ปกครองให้เข้มแข็ง ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาช่วยพัฒนาโรงเรียน


การอาชีวศึกษา

กลยุทธ์ 1 : ส่งเสริมการจัดการอาชีวศึกษาที่หลากหลายทั้งในรูปแบบการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่สอดคล้องกับความต้องการการศึกษาและการประกอบอาชีพ

มาตรการ :

  1. จัดให้มีโปรแกรมการศึกษาสายอาชีพที่หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการ และเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ
  2. จัดระบบเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาร่วมมือกับสถานประกอบการหรือภาคเอกชนในการจัดการเรียนการสอน อาทิ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-based) การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี โดยเน้นให้ผู้เรียนมีสมรรถนะและความรู้ความสามารถในการปฏิบัติจริง การจัดศูนย์การเรียนในสถานประกอบการ เพื่อพัฒนากำลังแรงงาน เป็นต้น

 

กลยุทธ์ 2 : แก้ปัญหาผู้จบอาชีวศึกษาไม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน

มาตรการ :

  1. กำหนดให้มีระบบการจ้างงาน ระบบค่าตอบแทนตามสมรรถนะวิชาชีพ และการจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ โดยให้สมาคมหรือสถาบันวิชาชีพ สำนักงาน ก.. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทและร่วมกับดำเนินงาน
  2. พัฒนาระบบเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เพื่อสามารถเข้าศึกษาต่อและสร้างความก้าวหน้าในอาชีพการศึกษาระดับอุดมศึกษา

กลยุทธ์ 1: ปรับระบบการศึกษาอุดมศึกษาให้มีความหลากหลายเชื่อมโยงกับอาชีพและการทำงาน

มาตรการ :

  1. จัดอุดมศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง รวมทั้งหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น เพื่อพัฒนาผู้เรียนวัยแรงงานให้มีสมรรถนะในการทำงานมากขึ้น
  2. เร่งแก้ปัญหาการจัดอุดมศึกษาเชิงพาณิชย์ การขยายเขตซ้ำซ้อน โดยขาดจุดเน้นและทิศทาง โดยให้มีการวางแผนจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาในอนาคต และจัดกลุ่มสถาบันตามจุดเน้นการดำเนินงานตามภารกิจ เช่น กลุ่มสถาบันที่เน้นด้านศิลปศาสตร์ (Liberal Art College) กลุ่มที่เน้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นต้น
  3. พัฒนาระบบอาจารย์ที่ปรึกษา ระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน และการซ่อมเสริม เพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ ของนักศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ
  4. พัฒนาระบบการประเมินผลการเรียนการสอนโดยเน้นทักษะ ความสามารถในการปฏิบัติให้มากขึ้น รวมทั้งระบบประเมินการวิจัย
  5. ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนโดยร่วมกับสถานประกอบการ  อาทิ การจัดในลักษณะสหกิจศึกษาให้ครอบคลุมกว้างขวางขึ้น

 

กลยุทธ์ 2 : ปรับสัดส่วนการผลิตบัณฑิตที่สอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการกำลังคนในการพัฒนาประเทศ

มาตรการ :

  1. จัดทำแผนการผลิตบัณฑิตและเคร่งครัดในการปฏิบัติ โดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตบัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาขาดแคลนให้สอดคล้องกับความต้องการและยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาประเทศ
  2. กำหนดเกณฑ์การจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา ทั้งของรัฐและเอกชนให้เข้มงวดขึ้น และกำกับดูแลการเปิดหลักสูตรให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการอย่างจริงจัง

 

กลยุทธ์ 3 : ส่งเสริมการวิจัย การสร้างองค๋ความรู้ นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญาในสถาบันอุดมศึกษา

มาตรการ :

  1. สร้างกลไกการวิจัยและการถ่ายทอดความรู้ระหว่างภาคธุรกิจเอกชนกับสถาบันอุดมศึกษา เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยและการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และการพัฒนาประเทศ โดยร่วมมือกับภาคธุรกิจอุตสาหกรรม

2. สร้างแรงจูงใจให้กับอาจารย์และบุคลากรในการทำวิจัย ทั้งการพัฒนาความรู้ ความสามารถ การกำหนดภาระงาน ความก้าวหน้าทางวิชาการ ทุนสนับสนุน ส่งเสริม เป็นต้น

3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งให้นักวิจัยมีโอกาสเห็นความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ

 

กลยุทธ์ 4 : พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานอุดมศึกษาสู่สากล

มาตรการ :

1.         กำหนดเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษา ได้แก่ เกณฑ์มาตรฐานผู้สำเร็จการศึกษา เกณฑ์มาตรฐานจัดตั้งสถาบัน เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร การรับรองวิทยฐานะ ฯลฯ

2.         ส่งเสริมสมาคม สภาองค์กรวิชาชีพ วิชาการทางอุดมศึกษาให้เข้ามามีบทบาทในการรับรองมาตรฐาน

3.         พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษาที่เชื่อมโยงกับการประเมินคุณภาพภายนอก ที่เน้นการประเมินตามพันธกิจของกลุ่มมหาวิทยาลัย

4.         สร้างระบบการพัฒนาอุดมศึกษาร่วมกันระหว่างภูมิภาค/ประเทศ เพื่อความเป็นสากล

 

การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

กลยุทธ์ 1 : ส่งเสริมจัดบริการการเรียนรู้ในรูปแบบหลากหลาย เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

มาตรการ :

1.         พัฒนาห้องสมุด ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและจัดแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายกระจายอยู่ทุกที่ ให้เป็นกลไกในการแสวงหาความรู้ของประชาชน รวมทั้งให้แหล่งเรียนรู้ของภาคเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุน

2.         สนับสนุนให้สถานศึกษาทุกระดับ/ประเภท จัดการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย

3.         จัดระบบคูปองเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับผู้ด้อยโอกาส

4.         ส่งเสริมการจัดบริการการศึกษานอกระบบที่เชื่อมโยงกับการประกอบอาชีพในชุมชน และเชื่อมโยงกับการศึกษาในระดับอื่น เช่น อาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชน การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น

5.         นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดระบบการเรียนการสอน การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ รวมทั้งการขยายบริการ

6.         ส่งเสริมการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ระหว่างการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย

 

กลยุทธ์ 2 : ยกย่องและขยายเครือข่ายการจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย

มาตราการ:

  1. ขยายภาคีเครือข่ายและพัฒนาระดับความสัมพันธ์ที่ดี รวมทั้งยกระดับการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของภาคีเครือข่ายอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
  2. พัฒนาระบบและกลไกการติดตามประเมินผลการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพขึ้น


ยุทธศาสตร์ที่ 5: การสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ

เป้าหมาย :

                        พัฒนาและสร้างคงามเข้มแข็งของสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา  เพื่อพร้อมรับการกระจายอำนาจทั้งด้านการบริหารวิชาการ  และบริหารงบประมาณ  การบริหารบุคลากร  และการบริหารทั่วไป

 

กลยุทธ์ 1 : พัฒนาสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาให้มีความเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการอย่างคล่องตัวและมี   ประสิทธิภาพ

มาตรการ :

  1. กระจายอำนาจทั้งด้านบริหารวิชาการ บริหารบุคลากร บริหารงบประมาณ และบริหารทั่วไป และจัดระบบรองรับ โดยขยายโครงการนำร่อง อบรมผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพฐ).ให้เต็มรูป
  2. ส่งเสริมสถานศึกษาที่มีความพร้อม ให้พัฒนาเป็นองค์การมหาชน
  3. เร่งพัฒนาสถานศึกษาให้ผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับรองคุณภาพมาตรฐานจาก สมศ. ในสัดส่วนที่สูงขึ้น
  4. ส่งเสริมให้มีโรงเรียนเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้เรียนกลุ่มที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษให้พอเพียงกับความต้องการ
  5. พัฒนาระบบนิเทศการศึกษาทั้งระบบ โดยใช้ผู้ตรวจราชการเป็นกลไกเชื่อมโยง
  6. พัฒนาระบบบัญชีของสถานศึกษา รวมทั้งระบบการจัดการ  การพัฒนาบุคลากร ระบบติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล เพื่อรับรองการกระจายอำนาจ

 

กลยุทธ์ 2 : สร้างระบบเครือข่ายการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพ

มาตรการ :

  1. ส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายการศึกษาในลักษณะต่าง ๆ เช่น  ระบบโรงเรียนพี่  โรงเรียนน้อง  กลุ่มโรงเรียนขนาดใหญ่ โรงเรียนขนาดเล็ก กลุ่มโรงเรียนประถม  โรงเรียนมัธยม เป็นต้น
  2. ส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ในการส่งเสริมการกระจายอำนาจทางการศึกษาและสร้างความเข้มแข็งให้สถานศึกษา

 

กลยุทธ์ 3 :  การสร้างความเข้มแข็งของสถาบันอาชีวศึกษา

มาตรการ :

  1. พัฒนาระบบการจัดการอาชีวศึกษาที่สามารถตอบสนองการพัฒนากลุ่มอาชีพ
  2. ส่งเสริมให้สถาบันอาชีวศึกษามีความอิสระคล่องตัวในการบริหารจัดการ

 

กลยุทธ์ 4 :  ส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งของสถาบันอุดมศึกษา

มาตรการ :

1.         ส่งเสริมธรรมาภิบาล ( Good Governance ) ในสถาบันอุดมศึกษา และการพัฒนาบทบาทนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารและจัดการศึกษาและรับผิดชอบต่อสถาบันมากขึ้น โดยให้มีองค์กรขึ้นมารองรับการพัฒนาบทบาทดังกล่าวให้เข้มแข็ง

2.         พัฒนาสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับ ตามศักยภาพความพร้อมเพื่อการสร้างความเป็นเลิศของอุดมศึกษาไทย และพัฒนาสถาบันที่มีศักยภาพสู่คุณภาพมาตรฐานระดับโลก (World Class)

3.         พัฒนาสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่นให้มีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) และพัฒนาความเข้มแข็งให้กับสถานศึกษาในระดับพื้นฐาน และอาชีวศึกษา

 

ยุทธศาสตร์ที่ 6 : การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม

เป้าหมาย :

                        ให้มีการแบ่งภาระความรับผิดชอบการจัดการศึกษาระหว่างภาครัฐและเอกชนให้ชัดเจน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและภาคเอกชน รวมทั้งองค์กรสังคมอื่น ให้เข้ามามีบทบาทร่วมจัดการศึกษาในทุกระดับประเภท  และเข้ามาร่วมให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาและระดมทรัพยากรอย่างกว้างขวางในรูปแบบหลากหลายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

กลยุทธ์ 1 : ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและสนับสนุนการจัดการศึกษา

มาตรการ :

  1. รัฐกำหนดนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจนในการสนับสนุนเอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษา เช่น รัฐไม่จัดในสาขาที่เอกชนจัดได้มีคุณภาพดี
  2. มีกลไกส่งเสริมสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจ เช่น บทบาทการลดหย่อน ยกเว้นภาษีให้น่าสนใจมากขึ้น เพื่อให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษามากขึ้น และในรูปแบบหลากหลายขึ้น อาทิ การมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพอนามัยผู้เรียน การพัฒนาครู คณาจารย์ บุคลากร ให้ทุนการศึกษา ให้ใช้สถานที่ฝึกงาน ให้อาหารกลางวัน ฯลฯ
  3. ส่งเสริมสนับสนุนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาร่วมจัดการศึกษาในทุกระดับ/ประเภท เพื่อให้การจัดบริการการศึกษากระจายได้อย่างกว้างขวางทั่วถึง โดยเฉพาะในระดับการศึกษาภาคบังคับและเด็กเล็ก
  4. ทบทวน ปรับแก้ไขกฎระเบียบเพื่อให้ อปท. สามารถเข้ามาสนับสนุนการจัดการศึกษาที่ไม่ได้จัดโดยองค์กรปกครองท้องถิ่น  (อปท.) ได้
  5. พัฒนา ทบทวนกลไกการมีส่วนร่วมบริหารจัดการโดยองค์คณะบุคคลในระดับประเภทต่าง ๆ ทั้งระดับชาติและระดับสถานศึกษา เพื่อมีบทบาทในการบริหารและการจัดการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  6. ส่งเสริมบทบาทศิษย์เก่าและผู้ใช้กำลังคนให้เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาอาชีวศึกษาและอุดมศึกษามากขึ้น ทั้งการเปิดหลักสูตรร่วมกัน (joint program) ระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ การใช้ห้องทดลองปฏิบัติการเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

กลยุทธ์ 2 : การระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการศึกษา และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ให้บริการการศึกษา

มาตรการ :

  1. ศธ. และหน่วยงานภาครัฐ ประมวลความต้องการ และมีกลไกสื่อสาร และรณรงค์เชิงรุกเพื่อให้ประชาชนทั่วไปรู้ถึงความต้องการ และมาบริจาคสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ฯลฯ ทางการศึกษา
  2. ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถานศึกษา โดยกำหนดเป็นนโยบายของกระทรวงเพื่อให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติ

 

6.2 บทวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยผู้วิจัย

                        ที่ผู้วิจัยคัดเรื่องยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ช่วงปี 2551-2555 ของกระทรวงศึกษามาค่อนข้างยาว เพราะเห็นว่าได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญของการศึกษาระดับและประเภทต่างๆ ที่ควรต้องพัฒนาอย่างครอบคลุม

ที่ผู้วิจัยเห็นว่าขาดไป คือ

1. การปฏิรูประบบการจัดสรรงบประมาณ ให้มีความเพียงพอ เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ 2. การปฏิรูประบบบริหารจัดการและคุณภาพของผู้บริหาร ผู้ตรวจและศึกษานิเทศก์และผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการจัดการศึกษาอยู่มาก 3. เรื่องการส่งเสริมให้สถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น ชุมชน หรือองค์กรภาคประชาชนต่าง ๆ ได้ มีบทบาทในการจัดการศึกษาอย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เรื่องนี้กล่าวไว้บ้างในยุทธศาสตร์ที่ 6 แต่น้อย เหมือนกับเป็นส่วนประกอบหรือส่วนเสริมของการจัดการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาฯ มากกว่า

ผู้วิจัยเห็นว่าข้อ 3 ควรจะถือเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สำคัญ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่สร้างสรรค์ ทำให้เกิดความหลากหลายและทางเลือกในการศึกษาเพิ่มขึ้นเหมือนประสบการณ์ในประเทศอื่น เราควรจะมองการจัดการศึกษาแบบใหม่ในความหมายที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อประโยชน์ประชาชนทั้งประเทศซึ่งเป็นเรื่องที่มีขอบเขตที่กว้างใหญ่กว่าการศึกษาภาครัฐที่จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ เราถึงจะมีทางปฎิรูปกระบวนการเรียนรู้เองคนไทยทั้งประเทศได้อย่างแท้จริง

                        ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 6 ด้าน ที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอล้วนเป็นประเด็นที่เคยกล่าวมาแล้วในรอบ10 ปีที่ผ่านมา คนในวงการศึกษาที่สนใจปัญหาส่วนใหญ่ พอรับรู้ปัญหาเหล่านี้อยู่และคงเห็นด้วยว่าควรจะทำนั่นทำนี่ ปัญหาคือสิ่งที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ กลยุทธและมาตรการของกระทรวงศึกษาธิการฉบับล่าสุดนี้ยังคงเป็นข้อเสนอแบบกว้าง ๆ ตามหลักการ หรือแนวทางที่ควรทำ เช่น พัฒนาการศึกษาให้ได้มาตรฐานขึ้น แต่ไม่ให้รายละเอียดที่เป็นรูปธรรมมากพอว่าจะทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้อย่างไร ทั้งเอกสารฉบับนี้ไม่ได้วิเคราะห์ปัญหาแบบวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาอุปสรรค และไม่ได้เสนอแนวคิดแบบปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างถอนรากถอนโคน เป็นการเสนอยุทธศาสตร์แบบราชการ ที่มักมุ่งการขอเพิ่มงบประมาณ เพิ่มโครงการพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยคาดหมายว่าเมื่อได้งบประมาณเพิ่ม ได้โครงการต่างๆ เพิ่ม ได้ครูอาจารย์เพิ่มแล้ว การศึกษาจะมีคุณภาพเพิ่มขึ้นตามมา

 ข้อเท็จจริงคือ ในรอบปี 2550-2551 มีการเพิ่มงบประมาณการศึกษามากพอสมควร เช่น มีการจ่ายเงินค่าวิทยฐานะให้ครูที่มีผลงานการรับรองวิทยฐานะกว่า 5 แสนคนเป็นเงินหลายพันล้านบาท หรือรวม 2-3 ปีแล้วอาจจะเป็นหลักหมื่นล้านบาท มีโครงการเพื่อพัฒนาการศึกษาต่าง ๆ มาก ๆ รวมทั้งเงินให้กู้เพื่อการศึกษาและการให้ทุนประเภทต่างๆ มากมาย มีการเพิ่มอัตราจ้างครู ให้ทุนการศึกษาครูอาจารย์ไปศึกษาต่อฯลฯ แต่คุณภาพการศึกษาโดยรวมของประเทศไทยในปี 2550-2551 อาจจะเพิ่มเพียงเล็กน้อย หรือไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยก็ได้ หากดูผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยการสอบวัดผลแห่งชาติ ระดับช่วงชั้น ป.6 ม.3 และการสอบ O-NET  ม.6 เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยลดลงจากปีก่อนหน้านั้น ขณะที่นักเรียนต้องเสียเงินเสียเวลากับการเรียนแบบกวดวิชามากขึ้น เด็กและเยาวชนมีปัญหาด้านเกเรและมีพฤติกรรมเสี่ยงภัยต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาก

แม้ปัญหาด้านพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพแวดล้อมของการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เน้นทุนนิยมเพื่อการบริโภคที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้บริหารประเทศ นักธุรกิจเอกชนฯลฯ ต้องรับผิดชอบด้วย แต่ครูอาจารย์ก็ต้องรับผิดชอบด้วยส่วนหนึ่ง ที่ยังไม่สามารถจัดการศึกษาเพื่อสร้างภูมิต้านทานต่อสภาพเลวร้ายของสังคมภายนอกให้กับเด็กและเยาวชนของเราได้มากพอ

                        ดังนั้นกล่าวโดยรวมแล้ว ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้ง 6 ด้าน อาจถือเป็นเพียงเข็มทิศหรือแผนพัฒนาแบบชี้แนะ มากกว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ยุทธวิธีที่จะทำให้เกิดผลได้จริง ๆ การจะปฏิรูปการศึกษาให้มีคุณภาพจริง ๆ คงจะต้องระดมสมองจากทุกฝ่ายที่อยู่นอกกระทรวงศึกษาฯ ด้วย มาช่วยกันวิเคราะห์ปัญหาความด้อยคุณภาพของการศึกษาไทยอย่างวิพากษ์วิจารณ์ และหาทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ให้ถึงรากเหง้า และหาทางออกในเชิงปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ปฏิรูปการผลิต การคัดเลือก การตอบแทนครู การปฏิรูปโครงสร้างการบริหารและการจัดสรรงบประมาณ การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการวัดผล อย่างถอนรากถอนโคน รวมทั้งต้องคำนึงเรื่องการทำให้คนทั้งประเทศโดยเฉพาะคนจนมีความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพใกล้เคียงกันเพิ่มขึ้นด้วย

                        การเพิ่มความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนส่วนใหญ่ที่ยากจนนั้น สัมพันธ์กับคุณภาพการศึกษาโดยรวม เช่น ถ้ากระจายครูเก่งๆ งบประมาณและการสนับสนุนด้านต่าง ๆ เช่นศึกษานิเทศก์/ระบบพี่เลี้ยงไปสู่โรงเรียนเล็ก ๆ ในชนบทและชุมชนแออัดเพิ่มขึ้น ทำให้นักเรียนได้เรียนในชนบทและชุมชนแออัดได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น จะเป็นการยกคุณภาพการจัดการศึกษาให้กับคนจนในชนบทและชุมชนแออัด อีกจำนวนมาก ทำให้เด็กที่ยากจน ห่างไกลมีโอกาสเรียนได้ดีขึ้น เรียนได้สูงขึ้น ทำให้ประเทศได้พัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของประชาชนได้เพิ่มขึ้น ประเทศจะมีโอกาสได้คัดและได้พัฒนาคนเก่งๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และศาสตร์ด้านต่างๆได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระบบแพ้คัดออก คัดเฉพาะคนรวยชั้นกลางส่วนน้อยให้ได้เรียนถึงระดับสูงอย่างที่ผ่านมาและยังคงเป็นอยู่ในปัจจุบัน

 



1 สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา (ร่าง) ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระเบียบวาระแห่งชาติ (.. 2551-2555) เสนอที่ประชุมสมัชชาคุณภาพการศึกษา ฉบับที่ 23-24 พฤศจิกายน 2550

About these ads
 

7 responses to “บทที่ 6 ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา

  1. Mike

    มีนาคม 3, 2009 at 2:29 am

    Just passing by.Btw, you website have great content!

    ______________________________
    Don’t pay for your electricity any longer…
    Instead, the power company will pay YOU!

     
  2. อรทัย พลรัมย์

    สิงหาคม 12, 2009 at 8:56 pm

    It’s good for me, I try and try to criticize about this issue,very thank you.

     
  3. กิตติศักดิ์ กาวิกูล

    กันยายน 22, 2009 at 3:37 pm

    ขอบคุณคับ

     
  4. titida

    สิงหาคม 15, 2011 at 11:50 am

    ขอบคุณค่ะ ได้ ideas เยอะเลยค่ะ

     
  5. ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล

    ตุลาคม 6, 2011 at 12:16 pm

    ยินดีค่ะ

     
  6. RAYNOU

    พฤศจิกายน 5, 2012 at 9:29 am

    ได้เข้าใจแนวคิดทางการศึกษาท่ีควรจะเป็น แต่ไม่เป็นเพราะอะไร จึงสามารถเชื่อมปรากฏการณ์ในพื้นท่ี่ทำงานได้และได้แนวคิดท่ีจะออกแบบงาน ถึงแม้ไปไม่ถึงก็มีทิศทาง
    ขอบคุณมากค่ะ
    เรณู อรรฐาเมศร์

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 34 other followers

%d bloggers like this: