การที่ประชากรประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้น ต้องการอาหาร ที่อยู่ โรงเรียน การมีงานทำ ฯลฯ ทำให้ต้องมีการจัดระบบเศรษฐกิจการเมืองและมีการแบ่งงานกันทำอย่างซับซ้อน เพื่อจะสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ได้อย่างทั่วถึง ในสังคมสมัยใหม่ คนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นพลเมือง หมายถึงคนทำงานเสียภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมให้รัฐและเป็นเจ้าของสาธารณสมบัติร่วมกัน ควรมีมสิทธิเลือกผู้แทนไปทำหน้าที่แก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ เพื่อประโยชน์ของพลเมืองผู้เป็นเจ้าของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม นี่คือ สิ่งที่เราเรียกว่า ระบอบประชาธิปไตย
ระบอบประชาธิปไตย คือ ระบอบการปกครองตนเองของประชาชน โดยผ่านการเลือกสมาชิกผู้แทนราษฎรไปบริหารและดูแลเรื่องกฏหมาย เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่และโยมีการตรวจสอบควบคุมดูแลของประชาชนโดยตรง หรือการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน เช่น การยื่นเสนอหรือแก้ไขกฎหมาย การยื่นถอดถอนนักการเมืองที่ประพฤติมิชอบ การแสดงความคิดในการทำประชาพิจารณ์ การออกเสียงในการทำประชามติ
ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ก้าวหน้ากว่าและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรของสังคมมากกว่าระบอบอำนาจนิยม เช่น ระบอบราชาธิปไตย ระบอบเผด็จการทหาร ระบอบอำมาตยาธิปไตย ซึ่งเป็นระบอบปกครองโดยคนๆเดียว หรือโดยคนกลุ่มน้อยที่เป็นอภิสิทธิ์ชน มีอำนาจและฐานะสูงกว่าประชาชนทั่วไป
ในประวัติศาสตร์ อาจจะเคยมีผู้ปกครองในระบอบอำนาจนิยมที่เป็นคนดีหรือคนเก่งอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีหลักประกันว่า เขาหรือลูกหลานหรือพรรคพวกของเขา ที่ได้ตำแหน่งจากการสืบเชื้อสาย หรือการแต่งตั้งจะปกครองประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมสำหรับคนส่วนใหญ่เสมอไป เพราะระบบสืบเชื้อสายและแต่งตั้งเป็นระบบที่ไม่แน่นอนและไม่มีประสิทธิภาพ และเพราะว่าการที่คนส่วนน้อยมีอำนาจมากโดยไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลจากประชาชนหรือตัวแทนประชาชน มักนำไปสู่การฉ้อฉลเพื่อประโยชน์ส่วนตน ตามหลักสัจธรรมที่ว่า อำนาจนำไปสู่การฉ้อฉล อำนาจสูงสุดนำไปสู่การฉ้อฉลสูงสุด
ระบอบประชาธิปไตยดีกว่าระบอบอำนาจนิยมในแง่ที่ว่า มีระบบคิดเลือกผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพ (หรือมีโอกาสจะมีประสิทธิภาพกว่า) แลมีระบบการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ปกครองมีอำนาจมากจนเกินไปได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ต้องเป็นการพัฒนาให้เป็นระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง คือ ระบอบประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองตนเองอย่างแท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยจอมปลอม หรือ ประชาธิปไตยตามรูปแบบ เช่น สักแค่มีการเลือกตั้ง แต่ยังมีการซื้อขายเสียง การโกง การใช้อำนาจ และระบบอุปถัมภ์อยู่
การที่ระบอบประชาธิปไตยของไทยยังมีปัญหาการซื้อเสียงขายเสียงอยู่ โดยเฉพาะในชนบทและชุมชนแออัดในเมือง ทำให้ชนชั้นสูงหรือชนชั้นกลางบางคนคิดแบบมองปรากฏการณ์เฉพาะหน้าว่า ระบอบการคัดสรรแต่งตั้ง เช่น สมาชิกวุฒิสภาอาจจะดีกว่าระบอบเลือกตั้ง แต่เราควรแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าของปัญหาให้ตรงประเด็น คือ พยายามแก้ไขหลักเกณฑ์และกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเพื่อให้ได้ ส.ว.ที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ไม่ใช่คิดแก้ปัญหาตามอาการเฉพาะหน้า หรือปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะแก้ไขได้ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยแล้ว ยังอาจสร้างปัญหาอื่นตามมา เพราะระบอบการคัดสรรก็ต้องเอื้อให้กับคนบางกลุ่มมีอำนาจเหนือกว่าคนส่วนใหญ่ และนำไปสู่การวิ่งเต้นเล่นพรรคเล่นพวกได้อยู่ดี
วิทยากร เชียงกูล
ก้าวข้ามระบอบทักษิณ สู่เส้นทางปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ. _ _ กรุงเทพฯ
บ้านพระอาทิตย์, 2550
ISBN 978-974-8003-90-0

เห็นด้วยครับผม