ปัญหาทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมค่านิยม มีผลกระทบต่อการสร้างประชาธิปไตย
การที่ประชาธิปไตยในประเทศไทยพัฒนาได้ช้าและลุ่มๆดอนๆ ส่วนหนึ่งมาจากประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมค่านิยมแบบยกย่องเจ้าขุนมูลนาย ผู้ให้ความอุปถัมภ์ ลัทธิพรรคพวก ซึ่งฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มีการจักการศึกษา การพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมตะวันตก แต่วัฒนธรรมทางการเมืองระบบอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์ก็ไม่เปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนแปลงช้ามาก
โดยหลักการประชาธิปไตยแล้ว ประชาชนไม่ได้เลือกผู้แทนไปเป็นเจ้านายในระบอบอำนาจนิยมซึ่งเป็นระบอบเก่า แต่วัฒนธรรมแบบอำนาจนิยม (ยกย่องเกรงกลัวคนมีอำนาจ) ที่มีอิทธิพลในประเทศไทยมาได้หลายร้อยปี ยังคงตกค้างมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเพราะการปฏิรูป 2475 และการเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตย 14 ตุลาคม 2516 ไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองของไทยให้มีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจสังคมและเพิ่มขึ้นได้ ส่วนหนึ่งเพราะประชาชนไทยส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาและข่าวสารน้อยและคุณภาพต่ำมาโดยตลอด ทำให้ระบอบประชาธิปไตยของไทยตั้งแต่ปี 2475 เป็นประชาธิปไตยแค่รูปแบบ หรือเป็นประชาธิปไตยเพียงบางส่วน ยังไม่ใช่การปกครองตนเองของประชาชนที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ระบอบประชาธิปไตยมีความหมายกว้างกว่าประชาธิปไตยทางการเมือง ซึ่งหมายถึงการที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ เลือกตั้งคัดค้าน ถอดถอนผู้แทนได้ คือต้องรวมทั้งประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ มีการกระจายทรัพย์สินรายได้ และงานที่เหมาะสม อย่างเป็นธรรม มีการแข่งขันด้านการผลิตและการค้าที่เป็นธรรม และประชาธิปไตยทางสังคม ประชาชนมีการศึกษา รับรู้ข้อมูลข่าวสาร มีสิทธิเสรีภาพ และโอกาสการเข้าถึงศาสนา ความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรมอย่างเสมอภาคกันด้วย ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและสังคมนี้ ประเทศไทยยังมีน้อย รวมทั้งไม่มีการให้การศึกษาให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารประชาชนในเรื่องประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและสังคมมากพอ เป็นเหตุให้ประชาธิปไตยทางการเมืองของไทยยังพัฒนาไปได้ช้ามาก
วิทยากร เชียงกูล
ก้าวข้ามระบอบทักษิณ สู่เส้นทางปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ. _ _ กรุงเทพฯ
บ้านพระอาทิตย์, 2550
ISBN 978-974-8003-90-0
- Posted in: วิทยากร เชียงกูล
- ใส่ป้ายกำกับ:การปกครอง, การเมือง, บทความ, ระบอบประชาธิปไตย, วิทยากร เชียงกูล, อำนาจ

Very Interesting article. Tks for sharing.
Very Interesting article. Tks for sharing