การสำรวจประชากรทั่วประเทศสหรัฐฯ โดย แองกุส แคมป์เบล มหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่าคนที่มีความรู้สึกว่าเขาสามารถควบคุมชีวิตของเขาเองได้ จะจัดการกับตัวที่ทำให้เกิดความเครียดได้ดีกว่า และจะมีความรู้สึกในทางบวก หรือความพอใจในชีวิตมากกว่า
คนที่สามารถพัฒนาการควบคุมชีวิตตนเองได้ดีขึ้น จะมีสุขภาพและขวัญกำลังใจที่ดีขึ้น ความจริงข้อนี้ได้มาจากการวิจัยของ จูดิธ โรแดง นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเยล ผู้ใช้วิธีสนับสนุนให้คนไข้ในสถานพักฟื้นมีอำนาจในการควบคุมตนเองเพิ่มขึ้น เช่น การตัดสินใจเรื่องเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของเขาและการมีส่วนกำหนดนโยบายของสถานพักฟื้น พบว่า 93% ของคนไข้ ตื่นตัว กระฉับกระเฉงและมีความสุขเพิ่มขึ้น การวิจัยในสถานที่ทำงาน รวมทั้งในคุกก็ให้ผลคล้ายคลึงกัน เช่น เมื่อมีการอนุญาติให้ผู้ต้องคุมขังเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการจัดที่นั่ง การควบคุมไฟและโทรทัศน์ในห้องนันทนาการ พบว่าผู้ต้องคุมขังเหล่านั้นมีความเครียดลดลง และมีความสุขเพิ่มขึ้น
คนที่สามารถควบคุมการใช้เวลา เช่น เวลาว่างนอกเวลาทำงานของตนได้ดี คือ มีการวางแผนและใช้เวลาสนองความพอใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสุขมากกว่าคนที่ใช้เวลาแบบสะเปะสะปะ เช่น คนที่นอนดึก เที่ยวดึก หรือจมอยู่กับการนั่งดูทีวีโดยไม่รู้จักคิดทำอย่างอื่น คนมีความสุข มักใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงเวลา รู้สึกว่าได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า คนไม่มีความสุข รู้สึกว่าไม่รู้จะทำอะไรกับเวลาว่าง ไม่สนใจอะไรจริงจัง ชอบผัดวันประกันพรุ่ง และใช้เวลาอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
แม้แต่เวลาที่ใช้ในการทำงาน คนที่วางแผนและกำหนดเป้าหมายว่าจะทำงานนี้เสร็จเมื่อไหร่ และทำได้ตรงตามเป้า จะเกิดความมั่นใจ พอใจว่าเขาเป็นผู้ควบคุมเวลาของเขาได้ และสิ่งนี้นำไปสู่ความพอใจและความสุข
วิทยากร เชียงกูล
จิตวิทยาในการสร้างความสุข. – - กรุงเทพฯ : สายธาร, 2548.
ISBN : 974-9602-62-1
