RSS

ทางออกของปัญหา:จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองแบบ 2 ขั้วสุดโต่งได้อย่างไร

21 พ.ค.

จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองแบบ 2 ขั้วสุดโต่งได้อย่างไร

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

14 พฤษภาคม 2553 12:31 น.

ปัญหาความล้มเหลวของรัฐไทยยุคนี้ มาจาก 2 เรื่อง คือ 1.กลุ่มเพื่อทักษิณเป็นพวกนักการเมืองแบบกล้าได้กล้าเสียที่ใช้ทุกวิธีการเพื่อผลประโยชน์ของพวกตนและสามารถชักจูงครอบงำคนส่วนหนึ่งได้ สร้างอำนาจต่อรองได้เก่ง 2.รัฐบาล ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ ขาดภาวะผู้นำ ไม่ทำตามหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ของส่วนรวมอย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาที่ร้าวลึกคือ พฤติกรรมที่นักการเมืองดึงประชาชนเข้าไปเป็นพวกแบบให้ผลประโยชน์และปลุกเร้าด้วยอารมณ์ให้รักเฉพาะพวกตัวเองและเกลียดชังพวกอื่น ทำให้คนไทยแตกแยกเป็น 2 ขั้วสุดโต่ง

เกลียดกันมากขึ้น และพร้อมจะทำผิดกฎหมายใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น เพราะคิดแบบสุดโต่งโดยไม่ฟังเหตุผลใด ว่าพวกตนถูก พวกอื่นผิด วินมอเตอร์ไซด์คนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า ปกติเขาจะถูกตำรวจคอยจับกุมรีดไถดูถูกเป็นประจำ การมาเข้ากลุ่มเสื้อแดงทำให้เขารู้สึกว่าเขามีสิทธิพิเศษขึ้น ตำรวจไม่จับ ชาวบ้านอีกหลายคนที่เคยถูกกดขี่จากระบบเศรษฐกิจการเมืองแบบคนกลุ่มน้อยมีอภิสิทธิ์(สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น)ก็คงจะรู้สึกคล้าย ๆ กัน นอกจากการได้ผลประโยชน์และสัญญาว่าจะได้หลังจากนี้แล้ว นี่คือปัญหาที่จะต้องแก้ไขด้วยการปฏิรูประบบตำรวจ ทหาร ข้าราชการให้ทำงานเพื่อประชาชนอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมขึ้น ไม่ใช่การแบ่งแยกและปกครองแบบต่างกลุ่มต่างดึงประชาชนมาเป็นพวกตนเอง เหตุการณ์ที่คนกลุ่มคนเสื้อแดงสามารถทำอะไรแบบผิดกฎหมายโดยตำรวจไม่จับจะเป็นตัวอย่างที่เลว ทำให้พวกวัยรุ่นที่ว่างงานและไม่ค่อยมีความคิดอ่านที่เป็นเหตุผลอยู่แล้ว กร่างแบบนักเลงโตมากขึ้น ประเทศไทยจะกลายเป็นแบบฟิลิปปินส์และประเทศอื่นที่มีความรุนแรงทางการเมืองและทางสังคมเพิ่มขึ้น วิธีคิดในเชิง 2 ขั้วสุดโต่ง ไม่ว่าของคนสีไหน ว่าพวกฉันถูกหมดดีหมด พวกแกผิดหมดเลวหมด นอกจากไม่ใช่วิธีที่จะเข้าใจปัญหาความเป็นจริงในสังคมไทยและแก้ปัญหาในระยะยาวได้ จะทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งรุนแรงขึ้น เราควรมองอย่างจำแนกแยกแยะว่าคนที่ถูกชักจูงเข้าร่วมนั้นส่วนใหญ่คือคนยากจนที่ได้รับการศึกษาและข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพต่ำ มีปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม ที่ควรจะต้องได้รับการแก้ไขให้ตรงประเด็นของปัญหาจริง ๆ ด้วยการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองขนานใหญ่ แบบกระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา การมีงานทำ ให้คนจนส่วนใหญ่อย่างทั่วถึงเป็นธรรมขึ้น เราจึงจะแก้ปัญหาที่ต้นตอในระยะยาวได้ ปัญหาระบบการเมือง วัฒนธรรม การศึกษาที่ยกย่องคนมีอำนาจ อภิสิทธิชน ผู้อุปถัมภ์(ลูกพี่)ฯลฯ เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ควรจะแก้ไขด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปทางการเมืองการปฏิรูปทางการศึกษาให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ เสมอภาค และมีความรู้เท่าทันนักการเมืองและชนชั้นสูงเพิ่มขึ้น องค์กรประชาชนและองค์กรอิสระ(ที่เป็นอิสระจริง)เข้มแข็งขึ้นและสามารถตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ(นักการเมือง ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น การปฏิรูปการศึกษาและสื่อต้องมุ่งช่วยให้คนรู้จักคิดอย่างเป็นเหตุผล เข้าใจปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองแบบทุนนิยมกึ่งผูกขาดที่เป็นบริวารทุนต่างชาติ เข้าใจเรื่องสิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหมายถึงความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมด้วย เราถึงจะแก้ไขที่ระดับสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาความขัดแย้งแบบ 2 ขั้วสุดโต่งที่ร้าวลึกครั้งนี้ได้ ระบบการเมือง ตำรวจ ทหาร ข้าราชการปกครองที่มีอำนาจ มีผลประโยชน์มาก แต่ทำงานเพื่อประชาชนน้อยเป็นปัญหาที่ต้องการการปฏิรูปครั้งใหญ่อย่างขนานใหญ่ เพราะปัญหาการชุมนุมของเสื้อแดงที่บานปลายนั้นมาจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ทำตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ควรจะทำ ไม่รักษาหลักการปกครองโดยกฎหมายอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ ทำให้บ้านเมืองเกิดภาวะไร้ขื่อแป ประชาชนไม่ได้รับการคุ้มครอง แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับไปเอาใจไปลอมชอมกับพวกกบฎ ปัญหาทั้งนักการเมือง นายตำรวจ ทหาร ข้าราชการฝ่ายปกครอง มุ่งรักษาประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าจะยึดหลักการรักษากฎหมายเพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ เป็นปัญหาทั้งตัวบุคคลและระบบการเมืองและราชการ ซึ่งต้องการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจแบบผ่าตัดโยกย้ายเปลี่ยนแปลงคนที่ไม่ทำงานมากกว่านี้ ตัวอย่างการโอนคดีสำคัญจากตำรวจไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ทำให้คดีคืบหน้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชี้ให้เห็นว่าการลงมือแก้ไขปัญหาเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ถ้าจะทำให้ได้ผลจริงจังมากกว่านี้คือ ต้องปฏิรูปองค์กรทางการเมือง ตำรวจ ทหาร ข้าราชการทั้งระบบ ให้มีการตรวจสอบควบคุมโดยประชาชนและองค์กรอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ ปัญหาความเหลื่อมล้ำต่ำสูงระหว่างคนรวย(รวมทั้งนักการเมือง นายตำรวจ นายทหาร) กับคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ต้องแก้ไขด้วยการปฏิรูปทางเศรษฐกิจสังคมแบบเสรีนิยมก้าวหน้า(เน้นความเป็นธรรม) อย่างเป็นรูปธรรม เช่นผ่าตัดปฏิรูประบบการเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจให้มีการกระจายอำนาจและภาคประชาชนตรวจสอบได้มากขึ้น ปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปด้านการคลัง เก็บภาษีคนรวยในอัตราสูงขึ้น ปฏิรูปการประกันสังคม สวัสดิการทางสังคมเพิ่มขึ้น ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปสื่อฯลฯ ภาคธุรกิจเอกชนและคนชั้นกลางที่ได้แต่บ่นว่าปัญหาการชุมนุมทางการเมืองทำให้เศรษฐกิจประเทศเสียหาย ควรจะต้องเข้ามาร่วมช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจการเมืองในเชิงปฏิรูป ช่วยทำให้ภาคประชาชนมีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม และการรับการศึกษาข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพสูงขึ้น คนไทยควรจะศึกษาบทเรียนจากประวัติศาสตร์ของเยอรมัน สมัยอดอลฟ ฮิตเลอร์ ว่าวิธีการขึ้นสู่อำนาจของเขา คือการเป็นนักพูดปลุกระดมเก่ง ขายความหวัง ขายความฝันให้ประชาชนและปลุกให้ประชาชนเกลียดชังคนอื่น เช่นพวกสังคมนิยม ยิว ยิปซี ได้เก่งจนทำให้ประชาชนเยอรมันเลือกพรรคของเขาถึงร้อยละ 37 หลังจากนั้นฮิตเลอร์ก็ใช้เล่ห์เหลี่ยม และอำนาจจากกองกำลังพลพรรคนาซี ข่มขวัญทำลายคู่แข่งทางการเมืองอื่น ๆ จนยึดอำนาจเป็นผู้เผด็จการเบ็ดเสร็จ นำประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กลายเป็นหายนะเราควรมอง(พฤติกรรมพวกเสื้อแดงว่าเป็นแบบฟาสซิสต์นาซีมากกว่าพวกนิยมคอมมิวนิสต์ เพราะคอมมิวนิสต์ที่ดีในประวัติศาสตร์ที่เป็นจริงนั้น เขาไม่ทำกันแบบที่พวกเสื้อแดงทำ) ประเด็นที่ควรเรียนรู้ข้อต่อมาคือ ชาวเยอรมันยุคหลังฮิตเลอร์หาทางป้องกันไม่ให้คนแบบฮิตเลอร์และเหตุการณ์ที่เขาสร้างขึ้นเกิดขึ้นได้อีกได้อย่างไร พวกเขาปฏิรูปทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมขนานใหญ่ กระจายทรัพย์สิน รายได้ให้เป็นธรรม พัฒนาระบบประกันสังคม สวัสดิการสังคมที่ครอบคลุมประชาชนอย่างทั่วถึง ส่งเสริมเสรีภาพ การจัดตั้งสหภาพแรงงานและองค์กรต่าง ๆ ของประชาชน ปฏิรูปการศึกษาทั้งเพื่อเพิ่มความรู้ความสามารถของประชาชน ทั้งเพิ่มความตระหนักเรื่องสิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบของพลเมืองช่วยให้ประชาชนคิดวิเคราะห์เป็นตัวของตัวเอง เป็นนักประชาธิปไตย ใจกว้าง เคารพสิทธิและวัฒนธรรมคนอื่น และร่วมมือกันทำงานเพื่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตน การปฏิรูปทั้งหมดนี้ทำให้เยอรมันในปัจจุบันพัฒนาเป็นประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจสังคม ทั้งมีคะแนนความโปร่งใสในการบริหารและคะแนนการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์สูง การที่รัฐบาลและชนชั้นนำบางกลุ่มใช้วิธีปลุกระดมทางอารมณ์ความรู้สึกให้คนออกมาต่อต้าน “ขบวนการล้มเจ้า” ควรระวังว่าอาจเป็นการทำให้เรื่องใหญ่โตเกินจริง แค่เรื่องกลุ่มเพื่อทักษิณโกงบ้านกินเมืองและก่อการร้ายก็มีหลักฐานมากพอที่จะจัดการพวกเขาได้อยู่แล้ว ประเทศอังกฤษและประเทศอื่นก็มีการวิจารณ์เจ้าทางสื่อมานานแล้ว แต่ไม่มีใครขยายให้ใหญ่โตเกินไป หากมีการเน้นเรื่องนี้มากและไปจัดตั้งองค์กรแบบลูกเสือชาวบ้านขึ้นมาอีก จะเป็นการปลุกระดมแบบสุดโต่งอีกขั้วหนึ่ง(เหมือนสมัย 6 ตุลาคม 2519) ที่อาจนำไปสู่การเกลียดชังและความขัดแย้งที่รุนแรงเพิ่มขึ้นได้ เราควรมองปัญหาและแก้ปัญหาตามความเป็นจริง ใครโกง ใครทำผิดกฎหมาย ใครก่อการร้ายฯลฯ ก็จัดการไปตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนปัญหาการเมืองนั้นควรจะแก้ไขในทางบวก โดยเน้นการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษาให้เป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรมจะแก้ปัญหาเรื่องต่าง ๆ ได้ดีกว่า การจะปรองดองคนทั้งชาติได้อย่างแท้จริงต้อง 1.ช่วยกันทำให้ประชาชนได้รับการกระจายทรัพย์สิน รายได้ที่เป็นธรรม 2.ให้ประชาชนได้รับการศึกษา ข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ รู้จักคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล มีวุฒิภาวะ ประชาชนไม่ควรถูกยุยงให้เกลียดชังประชาชนกลุ่มอื่นทีคิดแตกต่าง ยกเว้นพวกทำผิดกฎหมายและใช้ความรุนแรง แต่ประชาชนควรเข้าใจและเกลียดชังปัญหาความยากจน ปัญหาคอรัปชั่น/ผลประโยชน์ทับซ้อน ปัญหาใช้อภิสิทธิ์ใช้อำนาจและการหาประโยชน์เกินขอบเขตของนักการเมือง ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจชั้นสูงฯลฯ และช่วยกันคิดช่วยกันจัดตั้งองค์กรเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา โดยที่คนรวยชั้นกลางของไทยซึ่งมีช่องว่างกับคนจนมากควรยอมลดประโยชน์ส่วนตัวลงมาช่วยคนจนเพิ่มขึ้น เราจึงจะแก้ไขหรือลดปัญหาความขัดแย้งแบบสุดโต่ง 2 ขั้วได้อย่างแท้จริง

About these ads
 

8 responses to “ทางออกของปัญหา:จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองแบบ 2 ขั้วสุดโต่งได้อย่างไร

  1. ดูหนังออนไลน์

    มิถุนายน 10, 2010 at 10:51 pm

    แล้วเมื่อไหร่กันคนไทยทุกจะกลับมารักกันเหมือนเดิม

     
  2. ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล

    มิถุนายน 15, 2010 at 6:10 pm

    เมื่อทุกคนลดความเห็นแก่ตัวลง มีความสามัคคีมากขี้นคิดเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว

     
  3. kamal vichitsarasatra

    กรกฎาคม 4, 2010 at 6:04 am

    ต้องแก้ปัญหาการสับสนทางความคิดของผู้คน ซึ่งได้รับมาเมื่อถูกสอนให้เรียนรู้ภาษาไทยด้วยวิธีที่ผิดเสียก่อน เพราะภาษาเป็นฐานของความคิด เมื่อถูกสอนด้วยวิธีผิด (สับสน)ความคิดก็ผิดไปด้วย (ที่พูดถึงไม่ใช่เรื่องของข้อมูลที่รับเข้ามาว่าถูกหรือผิด จริงหรือเท็จ แต่เป็นเรื่องของวิธีการ รับและส่งข้อมูล input-output ต่างหาก)

     
  4. วรนุช

    กรกฎาคม 29, 2010 at 10:22 pm

    พวกไม่รักประเทศชาติ

    ทำร้ายได้แม้กระทั่งชาติเกิด

    ของตนเองไม่อริยธรรม

    และไม่มีความสามัคคี

    กันเลย

     
  5. ะพี่ีามาสว

    มกราคม 9, 2011 at 11:08 am

    w,jfug]p

     
  6. นิรนาม

    มิถุนายน 13, 2011 at 2:33 pm

    การสามัคคี ยังมีอยู่มั๊ย?

     
  7. dd

    สิงหาคม 27, 2011 at 11:56 am

    ปัจจุบันนี้การเมืองไม่ใช่ทำเพื่อส่วนรวมหรือประเทศชาติหรือแม้กระทั่งเพื่อประชาชนตามที่พวกนักการเมืองกล่าวอ้าง แต่พวกเขาทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง พวกพ้อง และผู้ที่มีส่วนได้เสียทั้งหลาย ฉะนั้นจงอย่าไปตามใจพวกมันนะ…

     
  8. KaePatcharin IamClumsy

    ตุลาคม 27, 2011 at 5:17 pm

    ยากนะคะที่จะให้คนไทยรักกัน สามัคคีกัน เพราะคนไทยมีเหตุผล ความรู้ แต่ขาดสติ..

    คนไทยในปัจจุบันมีความรู้ ความสามารถ ความคิดที่หลากหลายและแตกต่างกันและคิดว่าความคิดตัวเองถูกต้องส่วนความคิดที่แตกต่างไม่ถูกต้อง เพราะต่างฝ่ายต่างพยายามจะเอาชนะกันด้วยการยกเหตุผลต่างๆนาๆ มาให้อีกฝ่ายยอมรับ ส่วนอีกฝ่ายก็พยายามที่จะหาเหตุผลต่างๆมาโต้แย้งไม่ให้เหตุผลของอีกฝ่ายน่าเชื่อถือ…

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 35 other followers

%d bloggers like this: