RSS

คำนำ-สารบัญ “รายงานสภาวะการศึกษาปี 52-53″

10 มี.ค.

คำนำ

 

รายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี 2552 – 2553 “จะปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลจริงได้อย่างไร” การนำเสนอรายงานฉบับนี้ นับเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่สำคัญ และเป็นรายงานประจำปีที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ดำเนินการจัดทำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานสภาพปัจจุบัน ปัญหา และสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศ

ดังนั้น สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการกำหนดนโยบายการศึกษา การวางแผนการศึกษา และแผนพัฒนาการศึกษา รวมทั้งการติดตามประเมินผลการปฏิรูปการศึกษาในระดับชาติ จึงเห็นสมควรให้ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์/สังเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี 2552 – 2553 ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจาก รองศาสตราจารย์วิทยากร  เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยารังสิต เป็นผู้ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์และเรียบเรียงรายงาน เพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่สะท้อนให้เห็นภาพสภาวะการศึกษาที่เป็นจริง และภาพใหญ่ของสภาพการพัฒนาการศึกษาของไทยในรอบปีที่ผ่านมาและปีปัจจุบัน เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การวางแผนการศึกษา และการดำเนินงานติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศ

โอกาสนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ขอขอบคุณรองศาสตราจารย์วิทยากร เชียงกูล ที่ได้ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมพิจารณารายงานฉบับนี้ คือ ดร.สิริพร บุญญานันต์ ดร.นงราม เศรษฐพานิช ดร.รุ่งเรือง สุขาภิรมย์ และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งในการจัดทำรายงานมา ณ โอกาสนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานสภาวะการศึกษาไทยฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายการศึกษา การวางแผนการศึกษา การพัฒนาการศึกษาตลอดจนการติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา และการดำเนินงานทางการศึกษาของประเทศต่อไป

(ดร.เอนก  เพิ่มวงศ์เสนีย์)

เลขาธิการสภาการศึกษา

 

 

 

 

 

คำชี้แจงของผู้เขียน

รายงานสภาวะการศึกษาไทย เป็นหนังสือรายงานปะจำปีที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา    (สกศ.) มอบหมายให้บุคคลภายนอกเป็นผู้วิจัยเชิงเอกสารและเขียนอย่างเป็นอิสระมาตั้งแต่ปี2541 นโยบายตั้งแต่ครั้งนั้น คือประสงค์ให้เป็นรายงานแบบเสนอข้อมูลเรื่องการศึกษาในรอบปีควบคู่ไปกับการวิเคราะห์อย่างวิพากษ์วิจารณ์ มากกว่าการเสนอข้อมูลสถิติแบบเรียบๆ ทั้งนี้ก็เพื่อจูงใจให้คนสนใจอ่าน ปลุกให้คนช่วยกันคิดวิเคราะห์ต่อ มุ่งให้เกิดพลังของการเรียนรู้ร่วมกัน และการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษาให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น

เนื้อหาสาระหลักของรายงานสภาวะการศึกษาไทยฉบับนี้คือ การสรุป วิเคราะห์ ประเมินผลการดำเนินการจัดการศึกษา สภาพ สาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการศึกษาทั้งในเรื่องคุณภาพและความเสมอภาคของโอกาสในการได้รับการศึกษาของประชาชนไทย กรณีศึกษาและแนวทางการปฏิรูปการศึกษาทั้งในประเทศและประเทศอื่นที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยในเชิงเปรียบเทียบกับประเทศอื่นได้อย่างกว้างขวางและลึกขึ้น

 

รายงานฉบับนี้เป็นการสรุป ตีความ ตั้งข้อสังเกต วิพากษ์วิจารณ์และเสนอแนะโดยผู้วิจัยเองในฐานะนักวิชาการคนหนึ่ง ไม่ใช่ทัศนะทางการของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาผู้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัยชิ้นนี้

ผู้วิจัยขอขอบคุณ นักวิชาการและผู้ทำรายงานสถิติข้อมูลทางด้านการศึกษาทุกท่านที่ผู้วิจัยได้อาศัยข้อมูลมาใช้อ้างอิงในรายงานฉบับนี้ นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ในกลุ่มวิเคราะห์สภาวะและแนวโน้มการศึกษาสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาที่ได้ช่วยจัดหาข้อมูลให้ผู้วิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เข้าร่วมการสัมมนาพิจารณารายงานฉบับนี้ที่ได้ช่วยวิจารณ์และให้ความเห็นข้อมูลเพิ่มเติม ผู้วิจัยหวังว่ารายงานฉบับนี้จะมีส่วนช่วยให้ผู้สนใจได้เห็นแง่มุมที่จะศึกษาค้นคว้าและลงมือปฏิรูปการศึกษาในส่วนที่แต่ละคนจะทำได้กันอย่างได้ผลยิ่งขึ้น

วิทยากร  เชียงกูล

สิงหาคม 2554

 

 

 

 

 

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

 

รายงานฉบับนี้ เป็นการวิจัยเชิงเอกสารที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามอบหมายให้ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเป็นผู้จัดทำ สำหรับการดำเนินการจัดทำรายงานสภาวะการศึกษาไทยในปี 2552-2553 เป็นการรวบรวมข้อมูลเน้นการศึกษาและวิเคราะห์เรื่องการเปลี่ยนแปลงและแนวคิดเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในรอบปีและการตั้งข้อสังเกตเชิงวิพากษ์ในทัศนะของผู้วิจัยที่มีจุดมุ่งหมายให้การปฏิรูปการศึกษาของประเทศเกิดผลต่อส่วนรวมได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพต่อไป

การนำเสนอสภาวะการศึกษาไทยปี 2552-2553 ประกอบไปด้วย 6 บท คือ

1.สภาวะทางการเมืองเศรษฐกิจสังคมไทย

2.การจัดการศึกษาของไทยในช่วงปี 2552-2553

3.ปัญหาการจัดการศึกษาของไทยเปรียบเทียบกัน

4.บทเรียนจากการปฏิรูปการศึกษาในประเทศอื่น

5.กรณีศึกษาการปฏิรูปการศึกษาในสถานศึกษาของไทย

6.เป้าหมายและแนวทางการปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล

 

  1. 1.      สภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทย

ในช่วงปี 2552-2553ลักษณะเศรษฐกิจการเมืองไทยซึ่งเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา คือมีความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในหมู่ประชาชน และความขัดแย้งของกลุ่มการเมืองที่แบ่งเป็น 2 ขั้วสุดโต่ง มีการชุมนุมประท้วงรัฐบาล การฟ้องร้อง การใช้อาวุธและการเผาอาคารสถานที่ ทำให้การเมืองปี 2552-2553 ปั่นป่วนวุ่นวาย มีผลกระทบในทางลบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมและการศึกษา ขณะที่แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมที่เน้นความเติบโตของการผลิตสินค้าและบริการโดยรวม มากกว่าการกระจายการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นธรรม เป็นผลเสียต่อการพัฒนาทางสังคมและการศึกษาทำให้ประชาชนส่วนใหญ่นี้ยากจนมีโอกาสรับการศึกษาน้อย เพราะมีปัญหาต่างๆที่ทำให้เด็กในวัยเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นสัดส่วนสูงด้วยสาเหตุที่สำคัญอันเนื่องมาจากสภาพชีวิตและสังคมที่อัตคัดขาดแคลน และแข่งขันกันอย่างไม่เป็นธรรมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถึงรากและอย่างครบวงจร

 

  1. 2.      การจัดการศึกษาของไทยในช่วงปี 2552-2553

การพัฒนาส่งเสริมการศึกษาไทยทำให้มีการเติบโตเชิงปริมาณทั้งในแง่งบประมาณการศึกษา มีจำนวนผู้ได้เข้าเรียนระดับต่างๆ เพิ่มขึ้น แต่ปัญหาด้านคุณภาพการศึกษายังไม่ได้มีการกระจายอย่างเป็นธรรมและมีการแก้ไขปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัด เช่น เด็กเล็กยังได้เรียนขั้นปฐมวัยเป็นสัดส่วนต่ำ และที่ได้เรียนส่วนใหญ่ก็ได้เรียนในสถาบันที่มีคุณภาพปานกลางและต่ำ การจัดการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานยังมีปัญหาด้านคุณภาพแตกต่างกันสูงมากระหว่างโรงเรียนมีชื่อเสียงในเมืองและโรงเรียนทั่วไป นักเรียนออกจากระบบการศึกษาและเรียนไม่จบมัธยมศึกษาตอนปลายคงมีสัดส่วนสูง ผลลัพธ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย และระดับมัธยมศึกษาจากการทดสอบระดับชาติมีคะแนนเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ในเกณฑ์ต่ำและลดลงจากการทดสอบปีก่อนๆ ด้วย

  1. 3.      ปัญหาการจัดการศึกษาของไทยเปรียบเทียบกับประเทศอื่น

ไทยยังคงบริหารแบบราชการรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางและเน้นการทำงานตามข้อบังคับคำสั่งระเบียบ การประเมินผลการปฏิบัติงาน เน้นเชิงปริมาณและการทำงานถูกระเบียบ มากกว่าการประเมินผลเชิงคุณภาพอย่างจริงจัง ทำให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานเพื่อรักษาสถานภาพ,ประโยชน์ของตนเองมากกว่าเพื่อพัฒนาผู้เรียนแม้จะมีสถานศึกษาที่มีคุณภาพก็เป็นส่วนน้อยไม่กระจายทั้งประเทศอย่างทั่วถึงเป็นธรรม เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่มีการกระจายการบริหารทรัพยากรและส่งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถไปสู่ท้องถิ่นต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ มีการคัดเลือกครู ครูใหญ่ ที่เน้นความสามารถและให้อิสระและความรับผิดชอบในการทำงานของครูอย่างมุ่งผลงานคือทำให้ผู้เรียนเรียนได้ดีขึ้น อย่างถือเป็นเป้าหมายสำคัญ

  1. 4.      บทเรียนจากการปฏิรูปการศึกษาในประเทศอื่น

ประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมเช่น ฟินแลนด์ สหรัฐฯและประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่นเกาหลีใต้ จีน และเวียดนาม ให้ความสำคัญต่อการปฏิรูปการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและกระจายได้อย่างทั่วถึงเป็นธรรมสูง มีการปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร ให้มีการกระจายอำนาจการบริหาร ความรับผิดชอบ อิสระในการทำงานไปที่ระดับเขตและสถานศึกษา มีการคัดเลือก พัฒนา ให้แรงจูงใจ ครู อาจารย์และผู้บริหาร การปฏิรูปหลักสูตร กระบวนการเรียนและการสอน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเสริมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและสนองความต้องการของผู้เรียนและสังคมได้อย่างกว้างขวาง มีการประเมินผลอย่างวิพากษ์วิจารณ์และพยายามแก้ไขจุดอ่อนของปัญหาต่างๆในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาอย่างตรงกับรากเหง้าของปัญหาและอย่างครบวงจร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เน้นการพัฒนาผู้เรียน

ประเทศไทยพยายามเลียนแบบการปฏิรูปการศึกษาของประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม ทั้งการลงทุนเพิ่มงบประมาณ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหาร การตั้งเป้าหมายฯลฯ แต่ยังคงดำเนินการภายใต้ระบบการเมืองและการบริหารที่รวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ผู้บริหารระดับสูงที่ส่วนกลาง และใช้วิธีการบริหารแบบออกนโยบายกฎระเบียบแบบสั่งการจากบนลงล่าง ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงแต่รูปแบบ เช่นการเปลี่ยนแปลงหน่วยงานการบริหาร นโยบายและเป้าหมาย คำชี้แนะ แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงที่เนื้อหาสาระกระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพขึ้นอย่างแท้จริง ผู้บริหารการศึกษา ครูอาจารย์ ผู้ปกครอง นักเรียน  ส่วนใหญ่สนใจแต่ประกาศนียบัตรหรือปริญญาบัตรแต่ไม่สนใจพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การช่วยให้ผู้เรียนรักหรือใฝ่การเรียนรู้ รู้วิธีที่จะเรียนรู้ต่อและส่งเสริมให้สมองของผู้เรียนแต่ละคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่


 

  1. 5.      กรณีศึกษา การปฏิรูปการศึกษาในสถานศึกษาของไทย

การปฏิรูปการศึกษาในสถานศึกษาหลายแห่ง เช่น การจัดการเรียนภาษาแบบธรรมชาติของโรงเรียนสาธิต บางนา การรณรงค์การรักการอ่านของโรงเรียนสายปัญญา กิจกรรมแนะแนวในโรงเรียนบุญวัฒนา จ.นครราชสีมาฯลฯ เป็นกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า หากมีคนมีภาวะผู้นำที่มีความรู้ ความคิดความอ่าน และกล้าริเริ่มที่จะทำอะไรใหม่ๆนอกเหนือจากการทำงานประจำตามคำสั่งและระเบียบราชการไปวันๆ เราสามารถปฏิรูปการสอนการเรียนให้มีคุณภาพขึ้นได้ในระดับหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำทางการเมืองที่มีตำแหน่งสูงหรือรอการปฏิรูปทั้งประเทศ เนื่องจากผู้เรียนนั้นมีศักยภาพจะเรียนรู้ได้ดีขึ้นอยู่แล้วถ้าหากได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสม

  1. 6.      เป้าหมายและแนวทางการปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล

การปฏิรูปการศึกษาเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา คือการจัดการศึกษาที่ดีให้ผู้เรียนได้พัฒนาความฉลาดทั้ง 3 ด้าน คือ ปัญญา อารมณ์ และจิตสำนึก เพื่อส่วนรวม เพื่อที่ผู้เรียนจะสามารถแก้ไขปัญหา พัฒนาการใช้ชีวิตและการทำงานได้ดีขึ้น สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นในฐานะพลเมืองที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีชีวิตที่มีความสุขความพอใจ

แนวทางการปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลจะต้องปฏิรูปเชิงแนวคิดนโยบาย โครงสร้างการบริหารจัดการ และวิธีการทำงานของผู้รับผิดชอบด้านการจัดการศึกษาอย่างขนานใหญ่ โดยเฉพาะการปฏิรูประบบบริหารให้มีการกระจายหน้าที่ความรับผิดชอบไปสู่ครู อาจารย์ ครูใหญ่ ผู้บริหารการศึกษา ซึ่งจะต้องมีการคัดเลือก การพัฒนาและการให้แรงจูงใจและผลตอบแทนที่ดีขึ้น เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพและจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมสูง การปฏิรูปหลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผลใหม่ เพื่อช่วยพัฒนาประสิทธิภาพสมองของผู้เรียนแต่ละคนให้ได้มากที่สุด ที่สำคัญคือไม่ใช่แค่การสอนการเรียนที่เน้นการท่องจำตามตำราด้านเดียวแต่ต้องทำให้ผู้เรียนสนุก มีความสุขกับการเรียน รักการอ่าน การค้นคว้า การเรียนรู้ต่อด้วยตนเองไปตลอดชีวิต รู้จักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประยุกต์ใช้เป็น

การปฏิรูปผู้บริหารและครูได้อย่างแท้จริงจะต้องผ่าตัดยกเลิกระบบบริหารแบบเก่าที่นิยมการคัดเลือกและให้ผลตอบแทนบุคลากรตามปริญญาบัตร ตามขั้น หรือการสอบประเมินในระบบราชการ เพราะระบบดังกล่าวเป็นตัวถ่วงทำให้การศึกษาย่ำเท้าอยู่กับที่หรือแม้แต่ถอยหลังการปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลในระดับประเทศ นอกจากการปฏิรูปครูและผู้บริหารกันอย่างขนานใหญ่แล้ว ยังจะต้องปฏิรูปเปลี่ยนแปลงแบบกล้าผ่าตัดในเชิงโครงสร้างทางสังคมอีกหลายด้าน ด้วยความเข้าใจสภาพ สาเหตุและแนวทางการปฏิรูปการศึกษาและเศรษฐกิจการเมืองอย่างเชื่อมโยงกันเป็นระบบองค์รวม

 

@@@@@@@@@@@@@

สารบัญ

หน้า

คำนำ

คำชี้แจงของผู้เขียน

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

-จ

บทที่ 1  บริบททางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทยในช่วงปี 2552–2553

1.1 การเมืองไทย

1.2 เศรษฐกิจไทย

1.3 สังคมไทย

1

1

2

3

บทที่ 2  การจัดการศึกษาของไทยในช่วงปี 2552–2553

 

2.1   การศึกษาขั้นพื้นฐาน

2.2   การอาชีวศึกษา

2.3   การอุดมศึกษา

2.4   นักเรียน นักศึกษาจำแนกตามภาครัฐและเอกชน

2.5   จำนวนนักเรียน นักศึกษาของสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และสังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร

2.6   การศึกษาของสงฆ์

2.7   การศึกษานอกระบบโรงเรียน

2.8   กลุ่มเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา

2.9   กลุ่มนักเรียนพิการและกลุ่มเด็กพิเศษด้านต่างๆ

2.10                         อัตราการคงอยู่ของนักเรียน

2.11                         จำนวนผู้สำเร็จการศึกษา

2.12                         งบประมาณรายจ่ายเพื่อการศึกษา

2.13                         การจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษา

2.14                         ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทย

2.15                         ครู อาจารย์

2.16                         ผู้มีงานทำจำแนกตามระดับการศึกษา

2.17                         คะแนนเฉลี่ยนักเรียนทั้งประเทศ (ONET)

5

5

6

7

9

10

 

11

12

13

14

15

16

17

17

18

19

20

21

 

บทที่ 3ปัญหาการจัดการศึกษาของไทย เปรียบเทียบกับบางประเทศ

 

3.1สภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย

3.2    สภาวะด้านการศึกษา

  • โอกาส ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วมทางการศึกษา
  • ความเสมอภาคระหว่างเพศ/ชนชั้น
    • ตัวแปรด้านคุณภาพการศึกษา
    • คุณภาพการศึกษาของต่างประเทศ
    • งบประมาณและค่าใช้จ่ายทางการศึกษา
    • การศึกษาของแรงงาน

22

22

23

23

23

24

25

27

27

สารบัญ(ต่อ)

หน้า

 

บทที่ 3 (ต่อ) 
3.3 ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการพัฒนาทางสังคม

28

บทที่ 4 บทเรียนจากการปฏิรูปการศึกษาในบางประเทศ4.1 สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจการเมืองและบริหารจัดการทางการศึกษา

4.2 การจัดหลักสูตรและสาระการเรียนรู้

30

30

31

4.3 การจัดการเรียนการสอนและคุณภาพการศึกษา4.4 การบริหารจัดการ

4.5 การผลิตและพัฒนาครู อาจารย์ และผู้บริหาร

4.6 เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา

4.7 ปัญหาที่เกิดจากการปฏิรูปการศึกษาและแนวทางการแก้ไขปัญหา

ของประเทศต่าง ๆ

4.8 การเปรียบเทียบความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษาของแต่ละประเทศ

4.9 สรุป

32

33

34

36

37

38

40

บทที่ 5   กรณีศึกษา-การปฏิรูปการศึกษาในสถานศึกษาของไทย5.1 การจัดการเรียนภาษาแบบธรรมชาติ (WHOLE  LANGUAGE) ของ

โรงเรียนสาธิตบางนา และโรงเรียนอนุบาลหนูน้อย

5.2 การส่งเสริมการรักการอ่านและการพัฒนาการเรียนรู้ของ

โรงเรียนสายปัญญา

5.3    กิจกรรมแนะแนวในโรงเรียนบุญวัฒนา จ.นครราชสีมา

5.4    หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาแบบบูรณาการของโรงเรียน

สุนทรภู่พิทยา จ.ระยอง

5.5    การเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนบ้านเมืองชุม จ.เชียงราย

5.6    การพัฒนาทักษะการคิดของโรงเรียนอำนวยศิลป์

5.7    สรุป

41

41

43

46

49

51

52

53

บทที่ 6  เป้าหมายและแนวทางการปฏิรูปการศึกษา6.1 เป้าหมายของการศึกษาที่ดีควรจะเป็นอย่างไร

6.2 แนวทางการปฏิรูปการศึกษาให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นได้อย่างแท้จริง

6.3 แนวทางการปฏิรูปแนวทางย่อยหรือการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม

เรื่องที่สำคัญเร่งด่วน

6.4 สรุป

54

54

55

60

65

บรรณานุกรม

66

 

 

สารบัญตาราง

         

คำนำ

หน้า

 

ตารางที่ 1 จำนวนนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในระบบโรงเรียนปีการศึกษา 2551-2553

5

ตารางที่ 2 จำนวนนักเรียน/นักศึกษา การอาชีวศึกษา ปีการศึกษา 2551-2553

7

ตารางที่ 3 จำนวนนักศึกษาระดับอุดมศึกษา จำแนกตามเพศและประเภทสถาบันปีการศึกษา 2552

8

ตารางที่ 4 จำนวนและร้อยละนักเรียน นักศึกษา จำแนกตามระดับการศึกษา                      ประเภทสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ปีการศึกษา 2552

9

ตารางที่ 5 จำนวนนักเรียน นักศึกษาในสังกัดกรมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร จำแนกตามระดับการศึกษา

การศึกษา 2551-2552

10

ตารางที่ 6 จำนวนนักเรียน นักศึกษา การศึกษาของสงฆ์และคฤหัสถ์ จำแนกตามระดับและประเภทการศึกษา ปี 2551-2552

11

ตารางที่ 7 จำนวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบโรงเรียน จำแนกตามระดับและประเภทการศึกษา  ปี 2551-2552

12

ตารางที่ 8 จำนวนนักเรียนเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา จำแนกตามประเภทและระดับการศึกษา ปีการศึกษา 2552

13

ตารางที่ 9 จำนวนนักเรียนพิการ และกลุ่มเด็กพิเศษด้านต่าง ๆจำแนกตามระดับและประเภทการศึกษา ปีการศึกษา 2552

14

ตารางที่ 10 อัตราการคงอยู่ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานชั้น ป.1 รุ่นปีการศึกษา 2541 เรียนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2552

15

ตารางที่ 11 จำนวนผู้สำเร็จการศึกษา จำแนกตามระดับ/ประเภทการศึกษาปีการศึกษา 2550-2551

16

ตารางที่ 12 ร้อยละของงบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษากับงบประมาณทั้งหมดและร้อยละของงบประมาณด้านการศึกษากับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศปีงบประมาณ 2550-2553

17

ตารางที่ 13 งบประมาณด้านการศึกษาจำแนกตามระดับการศึกษา ปีงบประมาณ2551-2553

18

ตารางที่ 14 จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทยในวัยแรงงานจำแนกตามกลุ่มอายุและเพศปี 2551-2552

19

ตารางที่ 15 ร้อยละของครู-อาจารย์ทั้งหมดที่สอนในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนจำแนกตามวุฒิการศึกษาปีการศึกษา 2552

19

ตารางที่ 16 จำนวนและอัตราร้อยละของผู้มีงานทำ จำแนกตามระดับการศึกษาที่สำเร็จปี 2553

20

 

 

สารบัญตาราง(ต่อ)

 

คำนำ

หน้า

 

ตารางที่ 17 คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งประเทศผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติของการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ONET) ชั้นม.3 ปีการศึกษา 2551-2552 จำแนก

ตามวิชา (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

21

ตารางที่ 18 คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งประเทศผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติของการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ONET) ชั้นม.6ปีการศึกษา 2551-2552 จำแนก

ตามวิชา (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

21

ตารางที่ 19 เปรียบเทียบอัตราเงินเดือนครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยกับ       ประเทศอื่นๆ (เทียบเป็นดอลลาร์สหรัฐปรับด้วยค่าครองชีพของแต่ละประเทศ)

25

ตารางที่ 20 ร้อยละของประชากรผู้ใหญ่อายุ 25-64 ปี จำแนกตามระดับการศึกษาสูงสุดพ.ศ. 2548

 

27

About these ads
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 35 other followers

%d bloggers like this: