RSS

จะปฏิรูปการเมืองได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการรับรู้ข่าวสารและการตื่นตัวของประชาชน

26 มิ.ย.

 

จะปฏิรูปการเมืองได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการรับรู้ข่าวสารและการตื่นตัวของประชาชน

วิทยากร เชียงกูล

6. ร่างรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมและมีผลบังคับใช้ได้จริง

ประชาชนไม่จำเป็นต้องนั่งรอให้คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญร่างจนเสร็จ แล้วมาเสนอให้ประชาชนไปหย่อนบัตรลงประชามติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เพราะถ้าเกิดประชาชนส่วนใหญ่ไปหย่อนบัตรไม่เห็นชอบ คมช. และรัฐบาลก็จะหยิบเอารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับแก้ไข แล้วประกาศใช้อยู่ดี ซึ่งอาจจะไม่ค่อยสวยนัก ทางที่ดี คือ ประชาชนต้องช่วยกันคิดค้นและเสนอแนะว่า

รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมสำหรับประชาชนไทยควรจะเป็นแบบไหน และรณรงค์ผลักดันให้คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องนำไปพิจารณา และร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนยอมรับได้ ถึงหลายคนจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ดีที่สุด แต่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็มีช่องโหว่ให้รัฐบาลทักษิณ เข้ามาครองอำนาจผูกขาดและสร้างปัญหามากมายได้ การพูดว่า รัฐธรรมนูญดี แต่คนใช้ไม่ดี ไม่มีผลอะไร เราต้องคิดค้นและผลักดันให้มีการร่างรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์คนส่วนใหญ่และใช้บังคับตามเจตนารมณ์ได้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

รัฐธรรมนูญคือกติกา เพื่อการจัดสรรอำนาจ ทรัพยากร สิทธิ บทบาทหน้าที่ของประชาชนทั้งประเทศ จึงต้องการมุมมองจากประชาชนกลุ่มต่างๆ อย่างหลากหลาย เช่น ทางเศรษฐศาสตร์การเมือง สังคมวิทยา วัฒนธรรม ระบบนิเวศ ฯลฯ ที่มองปัญหาประเทศไทยอย่างเป็นระบบองค์รวมได้ด้วย รัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่ปัญหาเทคนิคการร่างกฏหมาย เราต้องช่วยกันศึกษาค้นคว้าอภิปรายระดมสมองประชาชนและนักวิชาการทุกสาขามาวิเคราะห์วิจัย ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจทางการเมือง และวัฒนธรรมการเมืองไทยอย่างวิเคราะห์เพื่อจะได้รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยที่มีลักษณะเฉพาะ

แนวคิดชนชั้นนำส่วนใหญ่ที่มักมองว่ารัฐธรรมนูญควรร่างโดยผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายและนักรัฐศาสตร์เท่านั้น เป็นแนวคิดที่คับแคบ ที่ทำให้เราได้รัฐธรรมนูญหลายฉบับที่มีข้อจำกัดมาแล้ว เราต้องใช้นักกฎหมายเป็นคนเขียนตัวมาตราต่างๆ ในรัฐธรรมนูญก็จริง แต่ใช้เพียงจำนวนหนึ่งก็พอ ที่เหลือควรพึ่งนักวิชาการสาขาอื่นๆ และประชาชนที่มีภูมิหลังประสบการณ์ ที่แตกต่างหลากหลายที่จะช่วยให้คณะกรรมการยกร่างฯ เข้าใจปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจการเมือง และวัฒนธรรมการเมืองไทยได้ดีขึ้น

ที่ผ่านมานักร่างรัฐธรรมนูญชอบหาตัวอย่างที่ดีของรัฐธรรมนูญประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมมาเป็นแม่บทในการร่างรัฐธรรมนูญไทย ถึงจะเขียนได้สวยหรู แต่ก็ไม่มีผลบังคับใช้ เพราะพวกเขาไม่ได้เข้าใจเศรษฐศาสตร์การเมืองหรือสังคมวิทยาของการเมืองไทยมากพอ โครงสร้างเศรษฐกิจของไทยเป็นทุนนิยมผูกขาดแบบบริวาร และโครงสร้างการเมืองแบบเจ้าขุนมูลนาย และระบบอุปถัมภ์ รัฐธรรมนูญใหม่ควรเน้นการให้สิทธิเสรีภาพ โอกาสของประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนจนและการศึกษาน้อยเพิ่มขึ้น รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่เขียนสวยหรูแบบลอยๆ ว่าประชาชนมีสิทธิเสรีภาพเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่จริงๆ แล้วประชาชนไม่มีโอกาส เพราะมาตราในหมวดสิทธิประชาชนมักต่อท้ายว่าทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาออกกฎหมายประกอบที่ก้าวหน้ามาสนับสนุน ไม่มีบทลงโทษว่าถ้ารัฐเพิกเฉยไม่ทำตามแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่มีช่องทางที่ประชาชนจะฟ้ององค์กรอิสระที่เป็นกลางอย่างแท้จริงได้ เพราะองค์กรอิสระเช่นศาลรัฐธรรมนูญ ก็ถูกแทรกแซงครอบงำโดยนักการเมือง และส่วนหนึ่งก็มาจากกลุ่มข้าราชการระดับสูง ที่มีแนวคิดจารีตนิยมไม่สนใจและไม่เข้าใจเรื่องสิทธิพลเมือง สิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว

ปัญหาหลัก คือ โครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองที่คนส่วนน้อยมีอำนาจ ฐานะ และความรู้มากกว่าคนส่วนใหญ่ ทำให้ นักธุรกิจการเมืองและขุนนางที่เป็นฝ่ายบริหารครอบงำ, บิดเบือน หาประโยชน์จากรัฐธรรมนูญได้มากกว่าคนส่วนใหญ่ รวมทั้งการแทรกแซง ครอบงำองค์กรอิสระด้วย ดังนั้นเราจึงต้องหาทางปฏิรูปทางเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา สื่อสารมวลชน ฯลฯ ควบคู่ไปกับปฏิรูปแก้ไขข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540

การปฏิรูปทางการเมืองต้องทำมากกว่าเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ปัญหาที่นักธุรกิจการเมืองเข้ามาเป็นฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ โดยการซื้อเสียง ซื้อบุญคุณจากระบอบอุปถัมภ์และเข้ามาแล้วก็มุ่งหาประโยชน์ส่วนตัว ต้องหาทางแก้ด้วยการทำให้ประชาชนฉลาดรู้เท่าทันนักธุรกิจการเมือง จัดตั้งองค์กร และมีอำนาจต่อรองขึ้น รัฐธรรมนูญใหม่ควรเน้นการเพิ่มสิทธิอำนาจประชาชน และลดอำนาและโอกาสหาผลประโยชน์ของนักการเมือง โดยเพิ่มการตรวจสอบถ่วงดุล และมีมาตรการลงโทษคนโกงอย่างเข้มงวด ทำให้อาชีพนักการเมืองเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง และผลตอบแทนต่ำสำหรับคนที่จะเล่นการเมืองเพื่อการหาประโยชน์ส่วนตัว

การจะเพิ่มอำนาจตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารได้ ต้องทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ตุลาการ องค์กรอิสระ และภาคประชาชน เป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร และเข้มแข็งขึ้น เช่น สส.ไม่ต้องสังกัดพรรคหรือตั้งพรรคใหม่ได้ง่าย ออกเสียงในเรื่องสำคัญที่ต่างจากมติพรรคได้ โดยไม่ถูกไล่ออกและพรรคเล็กมีโอกาสเติบโต ทำให้ สว. เป็นกลางและถ่วงดุลฝ่ายบริหารได้เพิ่มขึ้น ปฏิรูปวิธีการได้มาซึ่งองค์กรอิสระ ปฏิรูประบบศาลและกระบวนการยุติธรรม รัฐควรให้เงินอุดหนุนองค์กรประชาชน ฯลฯ

รัฐธรรมนูญใหม่ ควรคำนึงถึงการเปิดทางนำไปสู่ ปฏิรูประบบพรรคการเมืองและกระบวนการเลือกตั้ง ปฏิรูประบบยุติธรรม ปฏิรูประบบตำรวจ ทหาร และข้าราชการ ปฎิรูปทางเศรษฐกิจ เช่น การปฎิรูประบอบภาษีอากรและการจัดสรรงบประมาณ ,ปฎิรูปที่ดินและปฎิรูปการเกษตร,ปฏิรูปการธนาคาร และสหกรณ์ และปฎิรูปทางสังคม เช่น การปฎิรูปการศึกษา สื่อสารมวลชน การเลี้ยงดูลูกและการสร้างค่านิยมให้คนนับถือสิทธิเสมอภาคเสรีภาพ แทนค่านิยมแบบอำนาจนิยม และระบบอุปถัมภ์ ฯลฯ แม้รัฐธรรมนูญ อาจจะไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยตรง เพราะความจริงคือ ประชาชนต้องต่อสู้ทางการเมืองด้วยตนเอง แต่รัฐธรรมนูญต้องเปิดช่องทางให้ภาคประชาชนเติบโตเข้มแข็งได้

ประชาชนอาจจะสนใจเรื่องปัญหาเศรษฐกิจหรือปากท้องของพวกเขามากกว่าเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราอธิบายให้ประชาชนเข้าใจง่ายๆ ว่ารัฐธรรมนูญ คือ กติกาของการอยู่ร่วมกันของคนไทย ถ้ากติกาเป็นธรรมและปฏิบัติได้ ประชาชนย่อมมีสิทธิเพิ่มขึ้น รวมทั้งสิทธิทางเศรษฐกิจด้วย ประชาชนจะมีทางผลักดันนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจให้ไปในทางเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจที่เป็นธรรม และยั่งยืนที่เป็นประโยชน์สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ ได้มากเศรษฐกิจเสรีแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา

ถึงประชาชนระดับล่างส่วนใหญ่อาจยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญ และอาจบอกไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญแบบไหนจะดีสำหรับพวกเขา แต่พวกเขาบอกได้ว่า พวกเขามีปัญหาอะไร และต้องการการแก้ไขอย่างไร จึงเป็นหน้าที่ของนักวิชาการ นักวิชาชีพ และผู้มีการศึกษาสูงที่ตื่นตัวทางการเมือง ที่จะต้องไปสำรวจปัญหาพูดคุยกับประชาชน และเชื่อมโยงให้ได้ว่า ปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่จะหาทางแก้ไขได้ด้วยรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมืองแบบไหน

ปัญหาการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมืองควรถือเป็นวาระแห่งชาติ คนที่มีการตื่นตัวจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ สื่อมวลชน นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรประชาชน สมาชิกสภานิติบัญญัติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ฯลฯ ต้องร่วมมือกันค้นคว้า และทำกิจกรรมที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ และการปฎิรูปทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กับผู้มีสิทธิออกเสียง 30 กว่าล้านคน อย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งโดยการจัดประชุมเวทีย่อย เวทีใหญ่ต่างๆ และโดยการแลกเปลี่ยนผ่านรายการเช่น วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต แฟกซ์ ไปรษณีย์ ฯลฯ เพื่อสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขนานใหญ่ที่จะทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและตื่นตัวทางการเมืองเพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดภูมิปัญญาแบบรวมหมู่ที่ลึกซึ้งกว้างขวาง

นี่คือหัวใจของประชาธิปไตย ประชาชนจะรู้จักเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ดีขึ้น และทำหน้าที่ตรวจสอบดูแลสิทธิประโยชน์ของพวกเขาได้ดีขึ้น ก็ต่อเมื่อประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และตื่นตัวทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น

เราต้องช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนฉลาดขึ้น ตื่นตัวขึ้น สนใจการจัดตั้งองค์กร เรียกร้องผลักดันการมีส่วนร่วมในการปฎิรูปทางการเมือง ซึ่งถ้ามองให้กว้างแล้ว ต้องรวมทั้งการปฎิรูปทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย เพราะถ้าประชาชนยังยากจน การศึกษา การรับรู้ข่าวสารต่ำ และมีความคิดค่านิยมที่ชอบฝากความหวังไว้กับคนมีอำนาจ ถึงจะร่างรัฐธรรมนูญให้ดีแค่ไหน ก็คงมีผลบังคับใช้ได้น้อย

ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ การช่วยกันเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนเข้าใจว่า 1. งบประมาณรัฐ รวมทั้งเงินกู้ที่รัฐบาลค้ำประกัน คือ เงินจากภาษีประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม 2. ประชาชนเป็นเจ้าของสาธารณะสมบัติ รวมทั้งคลื่นวิทยุโทรทัศน์ โทรศัพท์ 3. ประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษา การสาธารณสุขและบริการทางสังคมอื่นๆ จากรัฐบาล 4. ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคทางกฎหมาย ไม่ได้เป็นลูกน้องใคร ไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณนักการเมืองคนใดหรือพรรคไหน แม้คนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็ต้องถือว่าตนเป็นเจ้าของพรรค มีสิทธิมีเสียงเท่ากันกับสมาชิกคนอื่นๆ 5. รัฐบาลซึ่งเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งมาและกินเงินเดือนจากภาษีประชาชน มีหน้าที่ต้องบริหารประเทศอย่างซื่อตรง เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ ถ้ารัฐบาลไหนคดโกงและหาผลประโยชน์ส่วนตัว ประชาชนก็สามารถคัดค้านเข้าลงชื่อเพื่อถอดถอนพวกเขาได้ ฯลฯ

ความรู้เช่นนี้คือ สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังถูกปิดบังหรือมอมเมาไม่ให้รับรู้ ทำให้ประชาชนที่ยากจน การศึกษาและการรับรู้ข่าวสารต่ำกลายเป็นผู้อยู่ใต้อุปถัมภ์ของนักการเมือง แทนที่จะเป็นพลเมืองที่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของประเทศ นี่เป็นเรื่องที่คนมีการศึกษาที่ตื่นตัวทุกคนจะต้องช่วยกันเผยแพร่ให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจและจัดตั้งกลุ่มสมาคม องค์กรต่างๆ ของตนเองขึ้นมา เพื่อสร้างสังคมพลเมืองที่ถ่วงดุลกับพวกนักการเมืองและขุนนางได้

ระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้งสส. สว. เท่านั้น ระบอบประชาธิปไตย คือ ระบอบที่ต้องกระจายการศึกษา ข้อมูลข่าวสาร ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมให้ประชาชนมีความรู้ และมีสิทธิและอำนาจต่อรอง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มากพอ ที่จะไม่ถูกนักการเมืองและชนชั้นนำครอบงำหลอกลวง พัฒนาประเทศแบบเติบโตฉาบฉวยที่นายทุนส่วนน้อยได้ประโยชน์ แต่ประชาชนเป็นหนี้เพิ่ม ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ถูกกอบโกยล้างผลาญ อย่างที่ผ่านๆ มา

ระบอบประชาธิปไตย คือ ระบอบที่ประชาชนทุกคนจะต้องมีสิทธิเสมอภาค และเสรีภาพทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ไม่ใช่ระบอบอภิสิทธิชน ที่คนส่วนน้อยมีสิทธิและเสรีภาพเหนือคนส่วนใหญ่อย่างที่แล้วๆ มา และที่ยังเป็นอยู่

Advertisements
 

8 responses to “จะปฏิรูปการเมืองได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการรับรู้ข่าวสารและการตื่นตัวของประชาชน

  1. Gravy

    มิถุนายน 28, 2007 at 8:15 am

    สวัสดีค่ะอาจารย์

    เป็นลูกศิษย์เก่าของอาจารย์ค่ะ หวังว่าอาจารย์คงสบายดีนะคะ (ขอบคุณสำหรับB+ค่ะ)^_^

    อยากถามว่า แล้ววิธีไหน ที่เราจะสามารถเสนอความคิดเห็นของเราเข้าไปสู่ว่าที่รัฐธรรมนูญฉบับที่เรารอคอยกันอยู่นี้คะ

    แล้วจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าการที่คนระดับล่างเสนอความคิดเห็น เพื่อประโยชน์ของคนระดับนี้บ้าง

    จะถูกนำไปผลักดัน ให้เกิดเป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ได้จริง

    ขอบคุณค่ะ

    อาจารย์จะกรุณาตอบไว้ในบอร์ดก็ได้ค่ะ เผื่อมีคนสงสัยในประเด็นเดียวกันนี้ จะได้ทราบทั่วกัน

     
  2. วิทยากร

    กรกฎาคม 2, 2007 at 4:17 am

    ตอนนี้คงเสนออะไรไมได้มาก เพราะสสร.เขาแก้เสร็จแล้ว รอเสนอลงประชามติ ที่สำคัญ ประชาชนต้องรวมกลุ่มจัดตั้ง ศึกษา ปัญหา หาทางออกให้ชัดเจน จึงจะมีพลังในการเสนอแนะผลักดัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปการเมือง ซึ่งยังต้องต่อสู้กันไปอีกหลายยก อีกหลายปี สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน คือ การปฏิรูประบบสหกรณ์ และสร้างเศรษฐกิจการเมืองภาคประชาชนให้เข้มแข็ง ไม่ใช่นโยบายแบบตลาดเสรีที่ทุกพรรคเสนออยู่
    วิทยากร

     
  3. arrow

    กรกฎาคม 9, 2007 at 8:13 am

    บทความของอาจารย์ จะทำอย่างไรให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ เข้าถึงและปฏิบัติได้จริงครับ การเมืองไทยก็ผ่านมาหลายยุคที่มีเหตการน์เปลี่ยนแปลงที่สำคัญฯ หลายครั้ง เช่น 14ตค. ก็มาจากประชาชนที่ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง และคนในยุคนั้นก็คิดว่าต่อไปประเทศชาติคงจะเจริญก้าวหน้าหมดยุคทหารครองเมือง เราจะได้เลือกตัวแทนของเราเข้าไปบริหารประเทศแต่จนป่านนี้ผู้คนในยุคนั้นก็เริ่มอายุมาก ประเทศไทยก็ยังเป็นเช่นนี้ ประชาชนพ้นจาก เผด็จการทหาร ก็มาเจอ เผด็จการทุนนิยม เผด็จการทหารก็ยังดีที่เห็นว่าเป็นเผด็จการชัดเจน แต่เผด็จการทุนนิยมบอกว่ามาจากเสียงส่วนใหญ่ แต่เสียงส่วนใหญ่ผิดหรือเปล่าที่เลือกรัฐบาลที่แล้ว แล้วจะทำอย่างไร จะทำให้ประชาชนเลือกผู้แทนที่ดีได้ หรือว่าคนดีๆไม่ได้ลงสมัครเป็นผู้แทน แต่ผมคิดว่าประชาชนขาดความรู้จริงๆ ในการเลือกผู้แทนของตน จึงทำให้ประเทศไทยต้องเป็นอย่างนี้แหละ ความรู้ในที่นี้ที่สำคัญที่สุดคือความรู้ในเรื่องการเมืองการปกครอง น่าจะมีการสอนให้แก่ประชาชนทั่วประเทศนะครับ เริ่มตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่เลยออกเป็นกฎหมาย ใครมาเรียนสอบได้ให้รางวัล เช่น ลดค่าไฟฟ้าให้ ค่าน้ำประปาให้ เป็นต้น ผมขอคำแนะนำแค่นี้ก่อนครับครับ ขอบคุณครับ

     
  4. ไพบูลย์

    เมษายน 18, 2009 at 3:39 pm

    ปฏิรูปการเมือง เป็น เรื่องสำคัญที่ต้องทำให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
    แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึง ปฏิรูป อะไรก็ตาม แสดงว่า ต้องเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
    ข้อมูล อังกฤษ ไม่มีรัฐธรรมนูญ อเมริกา มีประมาณ ๓๐ มาตรา
    แต่ทำไมเขาไม่มีปัญหา ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ คนของเขามีคุณภาพ ซื่อสัตย์มีสัจจะ
    มีความรับผิดชอบมีความละอายใจ คนของเขาคิดดีตรงถูกต้องเป็นธรรมเป็นจริงมุ่งตอบแทนคุณแผ่นดิน
    ดังนั้น การปฏิรูปการเมืองไทยให้ได้นั้น ไม่ใช่แก้รัฐธรรมนูญแน่นอน แต่ต้องปฏิรูปจิตวิญญาณให้คนเป็นคนเก่ง ดี มีสุข มีจิตสาธารณะ มีความละอายใจ มีจริยธรรม มีศีล ละชั่ว คือ ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ไม่ซื้อเสียงขายเสียง ไม่ทุจริตคอรัปชัน ไม่คอรัปชันเชิงนโยบาย ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ค้ายาเสพติด ไม่ค้ามนุษย์ มีคุณธรรม มีธรรมะ ทำในสิ่งที่ควรทำ ซื่อสัตย์มีสัจจะมีความรับผิดชอบมีความละอายใจ มี ความสามัคคี ชาตินิยม ธรรมภิบาล รัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย ที่ใจ ต้องปลูกสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นที่ใจ แต่คงเป็นได้ยากสำหรับนักการเมืองภาครัฐ แต่ถ้าให้ประเทศไปได้ต้องปฏิรูปจิตวิญญาณนักการเมืองภาคประชาชนให้อเปหิหรืออุเบกขากับนักการเมืองที่ไม่ซื่อสัตยืไม่มีสัจจะไม่มีความรับผิดชอบไม่มีความละอายใจไม่ให้ผุดได้เกิดหรือไม่ให้มีที่ยืนทางการเมืองทั้งวงศ์ตระกูลจะได้เข็ดหลาบ ถ้าทำได้การเมืองปฏิรปแน่นอน
    สรุป ปฏิรูปการเมือง คือ ปฏิรูปจิตวิญญาณของนักการเมืองทั้งภาครัฐและประชาชนโดยเฉพาะภาคประชาชน อย่าลืมถ้าไม่ปฏิป ประเทศล้มสลายนักการเมืองมีเงินเยอะไม่ตายหรอกแต่คนที่ตายคือประชาชนนั้นแหละตายแน่เนื่องจากไม่มีเงิน

     
  5. ไพบูลย์

    เมษายน 19, 2009 at 5:56 pm

    รัฐธรรมนูญ เป็น กรอบภายนอก เหมือนเป็นกรงขังสำหรับนักการเมืองศรีธนญชัย
    แต่ จิตวิญญาณ ต่างกับรัฐธรรมนูญโดยสิ้นเชิง คือเป็น กรอบภายใน ที่ ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำและทำในสิ่งที่ควรทำ มันเป็นลักษณะของใจเช่นนั้น ถ้าคนในชาติเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณดังกล่าว แทบไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญแบบอังกฤษ ปัญหาจะไม่มีแบบทุกวันนี้ ประเทศเรามีสิ่งดีๆ ครบ แต่ใกล้เกลือกินด่าง แปลก ของดีบอกว่าไม่ดี แต่ของไม่ดีกลับบอกว่าเป็นของดี คนที่เก่งที่สุดในโลกไม่ใช่ใครอื่น คนนั้นคือ พระพุทธเจ้า เป็นทั้ง นักวิทยาศาสตร์ นักจินตนาการ บรมครู ปราชญ์ของโลก และเป็นผู้ Spiritual Revolution ถ้าคนที่เข้าถึงธรรมะของพระองค์จะเข้าถึงความไม่ยึดมั่นถือมั่น จะเข้าถึงความจริง จะรู้ดีรู้ชั่ว รู้ถูกรู้ผิด รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย ไม่ปรุงแต่ง จะพบสุขจากจิตว่าง และไม่ยึดติดกับตัวกู-ของกู จะไม่เห็นแก่ตัว ไม่โลภ ไม่เอาแต่ใจ ไม่โกรธ คิดไม่ใส่ความรู้สึกส่วนตัวและไม่ปรุงแต่ง ไม่หลง ถ้าเข้าถึงธรรมะระดับดังกล่าว ใจหรือจิตใต้สำนึกจะถูกพัฒนาให้เปี่ยมด้วย จิตวิญญาณที่ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง จะคิดดีตรงถูกต้องเป็นธรรมเป็นจริงมุ่งตอบแทนคุณแผ่นดิน มันเป็นของมันเอง ถ้าสามารถพัฒนาให้ถึงระดับนี้รัฐธรรมนูญก็ไม่จำเป็นต้องมีแบบอังกฤษหรือมีน้อยมาตราแบบอเมริกา

     
  6. ชมรมศึกษาผลงานฯ

    เมษายน 22, 2009 at 9:18 am

    ที่มองเห็นว่าของไม่ดีคือของดี ถ้ามองลึกๆแล้วก็จะเห็นว่าการศึกษานี่แหละคือสิ่งที่สำคัญซึ่งจะทำให้การตื่นตัวและมองเห็นของประชาชนชัดเจนขึ้นซึ่งเรื่องนี้เป้นปัญหาต่อเนื่องมาอย่างยาวนานที่แก้ไขไม่ได้ซักที

     
  7. ไพบูลย์

    พฤษภาคม 4, 2009 at 3:16 pm

    ปฏิรูปการเมือง
    น่าจะต้องเริ่มจาก ปฏิรูปการศึกษา ที่ ปฏิรูปจิตวิญญาณ ให้ใจหรือจิตใต้สำนึกหรือสมองส่วนที่เป็นนายหรือศูนย์สั่งการเปี่ยมด้วยอิทธิบาท ๔ ที่เปี่ยมด้วยรัก มุ่งมั่นเกาะติดหมกมุ่นครุ่นคิดตลอดเวลาตลอดชีวิตจนรู้จริงรู้แจ้งที่เกิดจากสามารถเชื่อมโยงความรู้ที่กระจัดกระจายทั้งเอกภพให้เป็นเรื่องเป็นราวเป็นหนึ่งเดียวได้ จนสามารถคิดแบบบูรณาการ ทั้ง เชิงจินตนาการ เชิงเชิงอนาคต เชิงวิสัยทัศน์ บริหารเชิงหวังผลสัมฤทธิ์ แก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ ป้องกันไม่ให้มีปัญหา แต่ถ้าปัญหาจะตรวจสอบทั้งระบบหรือทำ System Analysis จะรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหนและเกิดจากอะไร จะแก้ปัญหาได้ที่ต้นเหตุจะได้ไม่เกิดซ้ำซาก การดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พอใจตามมี ยินดีตามได้ และเปี่ยมด้วยสัมมาทิฐิที่เข้าถึงความจริงเข้าถึงความดี จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ไม่ส่งส่วยรับส่วยไม่ยัดเยียดความผิด ไม่ใช้เงินซื้อความผิด ไม่ซื้อเสียงขายเสียง ไม่ทุจริตคอรัปชัน ไม่คอรัปชันเชิงนโยบาย ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ค้ายาเสพติด ไม่ค้ามนุษย์ และทำในสิ่งที่ควรทำ จะซื่อสัตย์มีสัจจะมีความรับผิด ชอบชั่วดีถูกผิดมีความละอายใจ จะคิดดีตรงถูกต้องเป็นธรรมเป็นจริง มุ่งตอบแทนคุณแผ่นดิน ถ้าสามารถทำให้คนในชาติเป็นแบบดังกล่าวนี้ จะได้คนเก่ง ดี มีสุข มี จิตสำนึกรับผิดชอบ รู้รักสามัคคี สมานฉันท์ เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมาภิบาล รัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย ที่ใจ แล้วคนเหล่านี้กลับมาปฏิรูปการเมืองที่แท้จริง นั่นเอง

     
  8. assawin

    กรกฎาคม 9, 2010 at 12:46 am

    ผมขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนครับ ผมเป็นข้าราชการครู(ชนบท) อายุใกล้เกษียณแล้ว ในเรื่องประชาธิปไตยโดยเฉพาะในเรื่องการเลือกตั้งนั้น ยอมรับว่าชาวบ้านส่วนมากยึกเงินเป็นประชาธิปไตย คุณจะเป็นคนดีแค่ไหนก็ต้องแพ้คนมีเงิน นี่คือเรื่องจริงที่ผ่านมา ปรกติครูจะให้ความรู้ในเรื่องประชาธิปไตยกับประชาชนทั่วไปนั้นเป็นเรื่องยากอยู่แล้วเพราะไม่มีหน้าที่หนำซ้ำเวลาถึงหน้าเลือกตั้ง เขาก็จะมีกฏห้ามข้าราชการพูดเรื่องการเมืองหรือพูดเอนเอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่งซี่งอาจทำให้ถูกร้องเรียนหรือถูกจับกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ในที่สุดทุดคนก็นิ่งเพื่อความอยู่รอดในหน้าที่การงาน ที่ประประชานยังไม่เข้าใจของคำว่าประชาธิปไตย ที่เห็น ๆ ระดับผู้นำในหมู่บ้านจะวิ่งเข้าหานักการเมืองทันที ทุกคนก็จะได้เป็นหัวคะแนน นี้แหละคือที่มาของการแจกเงินซื้อเสียง ไม่มีใครสนใจเรื่องประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้งที่สุดจริตหรอก ระบบทุนนิยมจึงเข้ามามีอำนาจเหนือประชาธิปไตยไทย นักการเมืองในสายตาประชาชน(ในหมู่บ้าน)จะต้องเก่ง ฝากลูกเข้าเรียนต่อได้ เดือดร้อนในคดีความช่วยเหลือปองดองได้ มาเป็นประธานงานมงคลหรืองานอื่น ๆ ได้ และที่สำคัญเงินครับ นี่แหละคือประชาธิปไตยชาวบ้านเกินนั้นไม่รับรู้แม้ว่า ส.ส. ยกมือเพื่อขึ้นเงินเดือนให้ตนเองก็ได้สบาย จะขายรัฐวิสาหกิจหรือสบาย
    จะแก้ได้อย่างไรถ้าหากให้ส.ส. หรือสภาเป็นผู้แก้ จะบอกพวกเขาว่าพวกคุณอย่าโกงน่ะ อย่าคอรับชั่นน่ะ ต่อไปนี้พวกนักการเมืองเขาจะเลิกโกงบ้านโกงเมืองกันแล้ว เป็นไปได้เหรอเพ่ ยากส์ เหตุนี้แหละพวกเขาจึงเกลียดนักเกลียดหนาการปฏิวัติ ถ้าปฏิวัติแล้วดีเป็นประชาธิปไตย ปฏิวัติแล้วหยุดการโกงบ้านโกงเมือง(โดนจับด้วย)จะกลัวไปทำไม(ไม่ได้ยุให้ปฏิวัตินะแต่มันเรื่องจริง)
    ประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ในการบริหารประเทศจะต้องปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชน ย่อยลงไปอีกประชาชนทุกหมู่เหล่าต้อง(ใช้คำว่าต้อง)ส่งตัวแทนเข้ามาบริหารบ้านเมือง ทุกหมู่เหล่าทุกสาขาอาชีพ(ไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองที่จ่ายเงิยซื้อเสียงเข้ามาลงทุนเอาแต่ได้เท่านั้น ประเทศชาติจะวอดวายเมื่อกลุ่มนักลงทุนเหล่านั้นมารวมตัวกันอย่างเช่นที่ผ่านมา)
    ข้อแสดงความคิดเห็น
    ประชาชนทุกหมู่เหล่าหลากหลายอาชีพ หลากหลายหน่วยงาน ตัองมีการจัดสัดสว่นไม่ถึงกับตรงเด๊ะ แต่น่าจะพอเหมาะพอควรบ้างเน้นความรู้ความสามารถเป็นหลัก ที่สำคัญควรเป็นตัวแทนที่ตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ซื้อเสียงเข้ามาโดยเด็ดขาด หากการเลือกตั้งแบบหย่อนบัตรเหมือนเดิมไม่ได้ผลก็จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีใหม่
    ยกตัวอย่าง(ตุ๊กตา)
    ชาวนาเป็นอาชีพที่มีมากที่สุดหากคัดเข้าไปจังหวัดละหนึ่งคนน่าจะได้ ส่วนอาชีพอื่นอาจแบ่งเป็นกลุ่มเป็นภาคไปตามความเหมาะสม หนึ่งคนทีได้มาจากการคัดเลือกกันเองในหมู่บ้าน จากหมู่บ้านผ่านคณะกรรมการระดับตำบล เน้นผลงานและความสามารถ จากตำบลผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอ จากอำเภอผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัด ก่อนที่จะผ่านคณะกรรมการระดับต่าง ๆ ผู้ถูกคัดเลือกทุกสาขาอาชีพจะต้องเข้ารับการอบรมเรียนรู้ในเรื่องประชาธิปไตย คุณธรรม การจัดการ จบหลักสู๖ณผ่านออกมาเป็นคะแนนก่อนที่จะเข้ารับการคัดเลือก ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกยังจะต้องได้รับการบรรจุเข้าเป็นพนักงานหรือตัวแทน ส.ส. ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปได้นั้น จะต้องทำงานเป็นตัวแทนในท้องถิ่นที่ตนเองสังกัดและได้รับเงินเดือนตอบแทนด้วย(ไม่มีใครเสีย) มีการประชุมสภาร่วมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศร่วมตัวแทนครู ตำรวจ ทหาร และกล่มอื่น ๆ ประชุมร่วมกันกับส่วนกลางที่รัฐสภาใหญ่ในกรุงเทพโดยการวีดีโอลิ้งค์ก็ยังได้ใช่ไหมครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: