RSS

Daily Archives: กรกฎาคม 16, 2007

ควรแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นของประชาชนแทนการขายให้ต่างชาติ


ควรแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นของประชาชนแทนการขายให้ต่างชาติ

วิทยากร  เชียงกูล 

      การที่รัฐบาลมีนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจซึ่งมีมูลค่าหลายล้านล้านบาท  โดยมุ่งขายให้เอกชนต่างชาติ  เป็นเรื่องใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของเศรษฐกิจไทย  และจะมีผลกระทบไม่เฉพาะต่อพนักงานรัฐวิสาหกิจ  3  แสนคนเท่านั้น  แต่จะกระทบถึงประชาชนไทย 62 ล้านคน  ที่เป็นเจ้าของและผู้ใช้บริการอย่างมากด้วย  จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใช้เวลาศึกษาอภิปรายกันให้ดี  และควรให้ประชาชนทั่วประเทศลงประชามติก่อนที่จะตัดสินใจ

      รัฐบาลอ้างว่าต้องขายรัฐวิสาหกิจมาใช้หนี้ต่างชาติ  เพราะรัฐบาลเป็นหนี้มาก  ถ้าไม่ขายรัฐวิสาหกิจก็ต้องขึ้นภาษี  หรือขึ้นราคาค่าสาธารณูปโภค  การอ้างเช่นนี้  เป็นการให้ข้อมูลข่าวสารอย่างบิดเบือน  เพื่อโน้มน้าวให้ประชาชนสนับสนุนนโยบายขายรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล

      ความจริงแล้วปัญหาการหาเงินไปใช้หนี้ของรัฐบาล  และปัญหาการปฏิรูปโครงสร้างและระบบบริหารของรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพเป็นคนละเรื่องกัน  นโยบายรีบเร่งขายรัฐวิสาหกิจให้ต่างชาติในตอนนี้ จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (ของรัฐบาล)  ได้เพียงบางส่วน  แต่จะไม่แก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประชาชนในระยะยาวได้ทั้งหมด  และจะเป็นผลเสียหายต่อประชาชนไทย  เพราะการเอาทรัพยากรที่สำคัญของประชาชนไปขายเอกชนนั้น  ต่อไปก็จะไม่มีการปันผลกำไรกลับเข้ามาเป็นงบประมาณสำหรับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ  และต่อไปประชาชนอาจถูกบีบบังคับจากบริษัทเอกชนให้ต้องใช้บริการที่แพงขึ้น  โดยประชาชนจะมีอำนาจต่อรองลดลง

      รัฐบาลนี้ดำเนินนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจเอาใจนายธนาคาร  นายทุนต่างชาติ  มากเกินไป  การเร่งขายรัฐวิสาหกิจให้ต่างชาติ  เป็นส่วนหนึ่งของการทำสัญญา “ยอมจำนน”  กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF.)  ตอนเกิดวิกฤติเมื่อปี  2540  ภาครัฐบาลเป็นหนื้ต่างชาติเพียง  20 % อีก 80 % เป็นหนี้ของภาคเอกชน   ปัจจบันรัฐบาลกลับไปโอบอุ้มนายธนาคาร   ต่างชาติและธนาคารไทย  ด้วยการกู้หนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่าและช่วยเหลือธุรกิจสถาบันการเงินเอกชนทำให้หนี้ของรัฐบาลมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น  ประมาณ  30-40 %  และจะเพิ่มเป็น 50 % ของหนี้ต่างประเทศทั้งหมดในปีหน้า  ผลก็คือประชาชนไทยต้องไปแบกรับภาระหนี้แทนธุรกิจภาคเอกชน  นายทุนเอกชน  นายธนาคารไทยที่ไปกู้ต่างชาติมามากจนทำให้เศรษฐกิจของประเทศเกิดวิกฤติ  การที่รัฐบาลเป็นหนี้เพิ่มขึ้น  ทำให้รัฐบาลขายรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นสมบัติของประชาชน  ไม่ใช่ของรัฐบาล  เพื่อใช้หนี้ต่างชาติทั้ง ๆ ที่ปัญหาหนี้สินควรจะใช้วิธีต่อรองกับเจ้าหนี้  เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้  ผลัดผ่อน  หยุดการชำระหนี้  ออกไปได้

      ปัญหาหนี้ต่างชาติ  รัฐบาลควรเลิกอุ้มภาคธุรกิจเอกชนได้แล้ว  และควรหยุดกู้จาก IMF และสถาบันการเงินอื่น ๆ  หนี้ที่เหลือก็เจรจาต่อรองเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้  ขอผลัดผ่อนยืดเวลาชำระหนี้ออกไปรวมทั้งขอต่อรองให้ลดดอกเบี้ย ฯลฯ แม้แต่หนี้รัฐวิสาหกิจก็สามารถเจรจาต่อรองได้เป็นราย ๆ ไปเช่นกัน  เพราะรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งเป็นองค์กรนิติบุคคล  เราควรยึดหลักการบริหารงานรัฐวิสาหกิจแบบธุรกิจเอกชน  ต่อรองกับเจ้าหนี้ไปเป็นราย ๆ ไป  และปรับปรุงองค์กรใหม่  ขายหุ้นเพิ่มหาทุนมาดำเนินการใหม่ได้  โดยไม่ต้องคิดที่จะขายรัฐวิสาหกิจทั้งหมดให้ต่างชาติ

      ปัญหาประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจ  จำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างขนานใหญ่  แต่อย่าคิดทางเดียวว่ามีแต่ต่างชาติเท่านั้น  ที่จะทำให้รัฐวิสาหกิจมีประสิทธิภาพขึ้นได้  คนไทยก็สามารถปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไทยได้  ถ้าเราปฏิรูปโครงสร้างการถือหุ้นและการบริหารรัฐวิสาหกิจเสียใหม่  ลดการเล่นพรรคเล่นพวก  การทุจริตฉ้อฉล  การให้อภิสิทธิ์พนักงานระดับบริหารมากเกินไป  เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ  ของการบริหาร  โดยคำนึงถึงประชาชนผู้บริโภคเป็นด้านหลักส่วนการให้ผลตอบแทนพนักงานรัฐวิสาหกิจก็ควรคำนึงถึงหลักประสิทธิภาพการทำงาน   และความเป็นธรรมในการทำงาน

      ทางเลือกที่ดีกว่าการรีบเร่งขายรัฐวิสาหกิจให้ต่างชาติคือ  การขายหุ้นให้กับพนักงานผู้บริโภค  และประชาชนไทยให้เป็นบริษัทมหาชนอย่างแท้จริง  เพื่อให้รัฐวิสาหกิจเป็นวิสาหกิจของประชาชน  มีเป้าหมายและการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน  จัดตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่  โดยเลือกจากผู้ถือหุ้นทั้งฝ่ายพนักงาน  ผู้บริโภค  และผู้ถือหุ้นทั่วไป  และจ้างผู้บริหารมืออาชีพมาบริหาร  มีระบบตรวจสอบผู้บริหารที่รัดกุม  ปฏิรูประบบบริหารจัดการให้ซื่อสัตย์สุจริต  โปร่งใส  มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น  คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมในระยะยาวมากขึ้น

      รัฐบาลชอบอ้างว่าจะขายรัฐวิสาหกิจให้ใครก็ได้มีเงินจะซื้อ  ซึ่งก็หมายถึงบริษัทต่างชาติที่ขณะนี้มีเงินมากกว่า  สามารถเจรจาซื้อหุ้นจำนวนมาก ๆ ได้สะดวกรวดเร็วกว่าคนไทย  แต่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นของประชาชน  ไม่ใช่เพื่อหาเงินไปใช้หนี้  ควรเป็นไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดการ  การขายหุ้นให้พนักงานอาจใช้วิธีให้ธนาคารชาติปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านธนาคารหรือองค์กรอื่นให้พนักงานกู้ไปซื้อหุ้น  และพนักงานผ่อนส่งค่าหุ้นโดยใช้ใบหุ้นค้ำประกันได้  เพราะเวลาสถาบันการเงินหรือธุรกิจอื่นเพิ่มทุน  ก็ใช้วิธีกู้มาเพื่อเพิ่มทุนได้เช่นกัน  นอกจากนี้ก็น่าจะขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ใช้บริการ  และประชาชนทั่วไปได้  เพราะรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่  ที่เป็นสาธารณูปโภคมีลักษณะผูกขาดโดยธรรมชาติ  เป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำกำไรได้  ยิ่งถ้าบริหารให้ดีกว่านี้  ก็จะมีกำไรมีเงินปันผล  ให้ผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น  ในสภาพที่ธนาคารลดดอกเบี้ยเงินฝากลงต่ำเช่นนี้ประชาชนที่มีเงินออมน่าจะสนใจซื้อหุ้นรัฐวิสาหกิจ  ถ้ามีการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจอย่างจริงจัง

      การแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นของประชาชนย่อมจะดีกว่าให้เป็นของเอกชนรายใหญ่โดยเฉพาะต่างชาติ  ซึ่งย่อมแสวงกำไรสูงสุดของเอกชน  คือ  จะทำให้ประชาชนเข้ามาดูแล  ไม่ให้มีกำไรเอาเปรียบผู้บริโภคมากไป  ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม  ไม่เลิกการจ้างงานอย่างกระทันหัน  วิสาหกิจของประชาชนควรมุ่งที่ประโยชน์สูงสุดสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ในระยะยาว  ไม่ใช่มุ่งกำไรสูงสุดของวิสาหกิจนั้น ๆ เพราะถ้าวิสาหกิจใดมุ่งกำไรสูงสุดฝ่ายเดียว  ผู้บริหารได้เงินดือนและโบนัสสูง  ผู้ถือหุ้นได้ปันผลสูง  แต่ผู้บริโภคเดือดร้อน  สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย  พนักงานถูกเลิกจ้าง  คนส่วนใหญ่มีปัญหาเพิ่มมากขึ้น  ตัววิสาหกิจก็ไม่สามารถเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนได้  วิสาหกิจที่ดีต้องประสานประโยชน์เพื่อประชาชนส่วนใหญ่ในระยะยาว

      แนวนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นของประชาชน  ยังอาจนำไปใช้ได้กับการแปรรูปธนาคาร  บริษัทขนาดใหญ่  โรงพยาบาล  สถานศึกษาของรัฐ  ฯลฯ  ควบคู่ไปกับการพัฒนากลุ่มออมทรัพย์  สหกรณ์ออมทรัพย์  เพื่อสร้างระบบทุนนิยมประชาชนให้เป็นแนวทางในการแก้ไขวิกฤติ  และฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืนกว่า  นโยบายของรัฐบาลปัจจุบันที่มุ่งขายทรัพย์สมบัติให้ต่างชาติ  มุ่งแต่พึ่งพาการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ  โดยทอดทิ้งการพึ่งตนเองและไม่สนใจพัฒนาการจ้างงานเศรษฐกิจภายในตลาดภายในของคนไทย 62 ล้านคนอย่างจริงจัง.