RSS

ถึงนายกฯไม่ใช่ทักษิณ เศรษฐกิจไทยก็ยังจะไปได้ดี และดีกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่

20 ก.ค.

ถึงนายกฯไม่ใช่ทักษิณ เศรษฐกิจไทยก็ยังจะไปได้ดี และดีกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่
วิทยากร เชียงกูล
คณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
สิ่งที่รัฐบาลนี้เก่งที่สุด คือ การสร้างภาพ ให้ประชาชนจำนวนมาก เชื่อว่าคุณทักษิณ ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เก่งกว่าใคร ถ้าคุณทักษิณไม่ได้เป็นนายกฯ เศรษฐกิจจะแย่ลง ทั้งๆที่ทัศนคติเช่นนี้ เป็นเพียงความเชื่อ ที่วางอยู่บนปรากฏการณ์ภายนอกบางส่วนอย่างผิวเผินเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

โตเพราะการอัดฉีดทางการเงิน และการขยายการบริโภค มากกว่าการผลิตที่เข้มแข็ง

นโยบายเศรษฐกิจแบบทักษิณ เน้นการกระตุ้นการใช้จ่ายของทั้งภาครัฐและเอกชน ด้วยการกู้เงิน การออกพันธบัตร (เอาเงินอนาคตมาใช้) การขายหุ้นรัฐวิสาหกิจ และการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ (ให้ธนาคารรัฐปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น)การเร่งรัดการเปิดเสรีการลงทุนและการค้ากับต่างประเทศ บวกกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในรอบ 4 – 5 ปีที่ผ่านมา จึงกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยเจริญเติบโตได้ราวปีละ 4 – 5 %

แต่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยเป็นการเติบโตเฉพาะส่วน ที่คนบางกลุ่มได้กำไรสูงมาก ไม่ได้แปลว่าทุกคนรวยขึ้นปีละ 4 -5 % เท่ากัน ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ โทรศัพท์มือถือ เหล้า เบียร์ ฯลฯ ของคนรวย คนชั้นกลางและประชาชนที่เป็นหนี้ และ มาจาก กำไร การลงทุน และการบริโภคของนายทุนต่างชาติ และนายทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มรัฐบาลและพรรคพวก กลุ่มที่ส่งออก สั่งเข้า หรือขายสินค้าประเภทที่คนชอบซื้อได้ แต่มาจากภาคเกษตรที่คนไทยส่วนใหญ่ดำรงชีพอยู่เป็นสัดส่วนที่ต่ำ

เติบโต แต่เป็นประโยชน์คนส่วนน้อยและอยู่ได้สั้นๆ

นอกจากนี้แล้ว ที่ว่าเศรษฐกิจดี หรือเศรษฐกิจโตยังมีส่วนสำคัญมาจากการที่รัฐบาลใช้อำนาจทางการเมืองเอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกราว 10 ตระกูลทำกำไร กันได้นับแสนล้านบาท ธนาคารและธุรกิจขนาดใหญ่ถูกต่างชาติและทุนใหญ่ครอบงำมากขึ้น ประเทศเริ่มขาดดุลการค้า เพราะโครงสร้างสินค้าส่งออกแบบประกอบชิ้นส่วน เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ ต้องสั่งเข้าวัตถุดิบ น้ำมัน เครื่องจักร ฯลฯ มากเป็นเงาตามตัว คนส่วนน้อยรวยขึ้น คนส่วนใหญ่จนลง ความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ประชาชนเป็นหนี้มากขึ้น รัฐบาลก็ยังเป็นหนี้มาก แต่เปลี่ยนจากหนี้ต่างประเทศเป็นหนี้ภายในประเทศ อัตราคนว่างงานและทำงานต่ำกว่าระดับยังคงสูง คนที่มีงานส่วนใหญ่ก็ได้ค่าตอบแทนต่ำ เมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพราะเศรษฐกิจยุคทักษิณผูกพันกับน้ำมัน ผูกพันกับการบริโภคสินค้าสั่งเข้ามากขึ้น
การเติบโตทางเศรษฐกิจในยุคทักษิณ ยังได้มาด้วยการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และขายทรัพย์สมบัติของชาติ (เช่น การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย) ให้เป็นของเอกชนส่วนน้อย นโยบายการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน ก็คือการแปลงทรัพยากรให้เป็นหนี้ แปลงทุกอย่างเป็นสินค้า เน้นแต่เรื่องการค้าหากำไรและการบริโภคของเอกชนแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา นักการเมืองหาผลประโยชน์ทับซ้อนจากการใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของตน และยังเลี่ยงการเสียภาษีอย่างสุดๆ ขณะที่ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ และ วัฒนธรรม วิถีชีวิต จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงามของประชาชนถูกทำลาย เพียงเพื่อสังเวยการหากำไรสูงสุดเอกชนซึ่งมีคนส่วนน้อย ที่ได้เปรียบเท่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่ขาดทุน และประเทศชาติขาดทุนทางสังคมอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใด

การหาผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้เกิดความด้อยประสิทธิภาพ และประเทศไทยจะแข่งขันสู้คนอื่นไม่ได้ในระยะยาว

ประชาชนส่วนหนึ่งยังเชื่อแบบง่ายๆ ว่าถึงรัฐบาลนี้จะโกงบ้าง แต่ก็ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ดีกว่ารัฐบาลชุดก่อน แต่ความจริงคือการหาผลประโยชน์ทับซ้อนในยุคทักษิณมีขนาดใหญ่มาก ชนิดที่ทำให้เกิดความผูกขาด และความเหลื่อมล้ำจนเกิดผลเสียหายต่อประเทศมาก เศรษฐกิจที่เติบโตเป็นการโตแบบฉาบฉวยและจะเป็นเพียงระยะสั้น แต่ระยะยาวจะแย่ลง เพราะระบบผูกขาด และหาผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ส่งเสริมการแข่งขัน เพื่อประสิทธิภาพ เศรษฐกิจไทยโดยรวมจะยิ่งอ่อนแอ และแข่งขันสู้ต่างประเทศได้ยากขึ้น

รัฐบาลทักษิณหมุนเงิน (ของประชาชน)ให้ประชาชนชั้นล่างกู้เงินได้มากกว่ารัฐบาลชุดก่อนก็จริง แต่ก็เป็นการหาเสียงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพวกเขา และการดึงให้ประชาชนเข้ามาสู่ระบบทุนนิยมที่เน้นการบริโภค เช่น ซื้อโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ของพวกนายทุนกลุ่มพรรคพวกของเขามากขึ้นเท่านั้น รัฐบาลไม่ได้พัฒนาการศึกษา สื่อสารมวลชน และชุมชนเพื่อช่วยให้ประชาชนมีความรู้ มีการรวมกลุ่ม มีความสามารถด้านการบริหาร จัดการและสร้างอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น รัฐบาลได้แต่ส่งเสริมการกู้เงินและการค้าให้ประชาชนบริโภค และผลิตเพื่อขาย ส่วนใหญ่ขาดทุนมากกว่ากำไร จนประชาชนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น กลุ่มที่เก่ง เช่น ทำผลิตภัณฑ์ 1 ตำบลได้ดีมีอยู่ไม่เกิน 10 % และก็มักจะถูกธุรกิจเอกชนแทรกเข้าไปเป็นเจ้าของมากกว่าจะเป็นกิจการของรัฐวิสาหกิจชุมชน หรือ เป็นของสหกรณ์ที่ประชาชนถือหุ้นอย่างแท้จริง

ดังนั้นภาคการผลิตระดับรากหญ้า ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลางไม่เข้มแข็ง ขณะที่ภาคการค้า การบริการ อุตสาหกรรม ถูกครอบงำโดยนายทุนผูกขาดที่มุ่งหากำไรระยะสั้น มากกว่าการพัฒนาตลาดภายในประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

เศรษฐกิจไทยโตเพราะการอัดฉีด / และเพราะภาคเอกชน แต่ไม่ได้มีการปฏิรูปด้านโครงสร้าง

คุณทักษิณ เป็นเพียงพ่อค้านักธุรกิจที่เก่งในเรื่องการค้าเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจเอกชนระยะสั้นเท่านั้น เขาไม่เข้าใจและไม่สนใจเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวม หรือการพัฒนาคนส่วนใหญ่ให้เข้มแข็งอย่างแท้จริง เช่น ไม่เข้าใจว่าคนจนเพราะระบบโครงสร้างเศรษฐกิจ ขายผลผลิตถูก แต่ต้องซื้อปัจจัยการผลิตแพง ไม่ได้เป็นเจ้าของ / ผู้ควบคุมปัจจัยการผลิต ทางแก้ต้องปฏิรูปที่ดิน ระบบตลาด ภาษี ฯลฯ ต้องขยายความรู้ และอำนาจต่อรองของคนจน ไม่ใช่แค่ปล่อยเงินให้คนจนกู้และบริโภคเพิ่มขึ้น

คุณทักษิณคิดจากตัวเองแบบว่าคนจนเพราะขาดเงิน ถ้าให้กู้ไปลงทุนแล้ว ทุกคนก็จะมีกำไร หลุดพ้นความยากจนได้ทุกคน ทั้งๆที่ในโครงสร้างทุนนิยมผูกขาดที่ด้อยพัฒนาแบบนี้ คนส่วนใหญ่มีโอกาสขาดทุน มีโอกาสจนลง มากกว่าจะได้กำไร นอกเสียจากจะต้องปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองขนานใหญ่ ให้เกิดระบบการแข่งขันที่เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพให้ได้เสียก่อน

ที่คุณทักษิณทำให้เศรษฐกิจโตนั้น คุณทักษิณไม่ได้ทำอะไรมากไปการกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เปิดเสรีการค้าการลงทุนกับต่างประเทศมากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเท่านั้น

เศรษฐกิจไทยสมัยใหม่นั้นกำลังการผลิตที่แท้จริงอยู่ที่ภาค อุตสาหกรรม เกษตร การค้า บริการ ของธุรกิจเอกชน เป็นส่วนใหญ่ และขึ้นอยู่กับการช่วยกระตุ้นของรัฐบาลเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เศรษฐกิจเมื่อตกต่ำไปแล้วมักจะค่อยๆฟื้นตัวได้ตามวัฏจักรขึ้นๆลงๆ และตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้อยู่แล้ว ดังนั้นคนที่เชื่อว่าจะไม่มีใครจะมาแทนคุณทักษิณได้ในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจไทยจึงเชื่ออย่างผิดๆ

นายกฯเปรมช่วงปี 2523 – 2531 ก็ไม่ได้รู้เรื่องเศรษฐกิจมากนัก แต่ท่านเป็นคนซื่อตรง รับฟังคนอื่น รู้จักเลือกใช้คน จึงนำพาประเทศให้เติบโตในอัตราสูงกว่ายุคคุณทักษิณด้วย และนโยบายเศรษฐกิจยุคเปรม ไม่กอบโกยล้างผลาญ และไม่สุ่มเสี่ยงมาก จนจะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มเสียหายในระยะยาวเหมือนยุคคุณทักษิณ

ภาวะการนำ อยู่ที่แนวทางพัฒนาที่ถูกต้องและคนที่มีคุณธรรม

แทนที่จะคิดว่าใครจะมาแทนคุณทักษิณได้ ควรเริ่มจากการคิดว่ามีนโยบายอะไร ที่จะดีกว่านโยบายแบบทักษิณที่ทำให้เศรษฐกิจโตแบบฉาบฉวย และกลายเป็นทุนนิยมผูกขาด แบบบริวารต่างชาติเพิ่มขึ้น และคนส่วนใหญ่ยากลำบากมากขึ้น นโยบายที่ดีกว่านโยบายแบบทักษิณ คือการผสมผสานของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ให้ทันสมัย ระบบสหกรณ์ และทุนนิยมที่ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม แทนการผูกขาด และการพึ่งพาต่างชาติ นโยบายใหม่สามารถพัฒนาตลาดในประเทศ ที่มีประชากร 64 ล้านคน (ใหญ่กว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส) ให้เข้มแข็งได้มากกว่านี้ เพราะทั้งแรงงาน และทรัพยากรภายในประเทศ ( เช่น การเกษตร พลังงานทางเลือก การท่องเที่ยว เงินออมในธนาคาร) เรามีอยู่เยอะ ถ้ามีการบริหารจัดการที่ซื่อตรงและทำเพื่อคนส่วนใหญ่ เราจะพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง เป็นธรรมและยั่งยืน ได้มากกว่าการเติบโตแบบฉาบฉวยและกอบโกยล้างผลาญ ที่คุณทักษิณทำมาได้หลายเท่า

ประเทศเรามีคนที่รู้เรื่องเศรษฐกิจ มหภาค และการพัฒนาเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริงมากกว่าคุณทักษิณอยู่มากเพียงแต่พวกเขายังไม่มีโอกาสได้แสดง เราจึงเห็นแค่คุณทักษิณ และพวก

แนวนโยบายเศรษฐกิจแบบทักษิณ ทำให้เศรษฐกิจโตแต่เปลือกนอก แต่ทรัพยากร และแรงงานกลับตกอยู่ใต้การครอบงำของทุนต่างชาติ และ ทุนผูกขาดขนาดใหญ่ ที่ทำลายทั้งทรัพยากร และ จริยธรรม ศีลธรรม อย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ซึ่งจะนำประเทศไทยไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ที่รุนแรงกว้างขวางถึงประชาชนระดับกลางและระดับล่าง และทำให้ไทยเป็นประเทศเมืองขึ้นสมัยใหม่ของต่างชาติ แม้แต่ คนชั้นกลาง ที่คิดว่าเขายังไปได้ดีในตอนนี้ก็จะถูกเบียดขับมากขึ้น คนส่วนใหญ่ที่ยากจนจะว่างงาน คนมีงานต้องทำงานหนักได้ค่าตอบแทนต่ำรัฐบาลและประชาชนต้องใช้หนี้มากขึ้น บริการการศึกษา สาธารณสุข สาธารณูปโภคจะแพงขึ้น คนไทยส่วนใหญ่จะต้องแก่งแย่งกันเพื่อเอาตัวรอด และมีชีวิตอยู่ยากลำบากมากขึ้น

นโยบายที่ดีกว่านโยบายแบบทักษิณ คือ แนวนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบพอเพียง ระบบสหกรณ์ และทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ระบบรัฐสวัสดิการที่ เก็บภาษีอัตราก้าวหน้าและมีระบบการประกันสังคมที่ดี คนที่เข้าใจนโยบายทางเลือกใหม่นี้ สามารถเป็นผู้นำได้ดีกว่าคุณทักษิณทั้งนั้น และนโยบายนี้จะแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้าง และพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบทั่วถึง และยั่งยืนได้ดีกว่านโยบายตอบโดยล้างผลาญแบบทักษิณ

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: