RSS

อนาคตเศรษฐกิจการเมืองไทย

21 ก.ค.

อนาคตเศรษฐกิจการเมืองไทย

วิทยากร     เชียงกูล 

      ประเทศไทยใน 5 – 10 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มว่าจะยังคงอยู่ภายใต้การนำของนักการเมืองหน้าเดิม ๆ เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองของไทยที่ขึ้นอยู่กับคนรวยและคนมีฐานเสียงดีคงจะยังไม่เปลี่ยนแปลง ถึงจะมีเลือกตั้งอีก 2 – 3 ครั้ง  เราก็ยังคงได้พรรคเดิม ๆ คนประเภทเดิม ๆ เป็นส่วนใหญ่  อาจจะมีหน้าใหม่มาเสริมบ้างแต่จะไม่มีบทบาทสูง  ประชาชนใน 5 – 10 ปีข้างหน้าถึงจะรู้ข่าวสารการเมืองหรือมีการศึกษามากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ก็คงยังติดวัฒนธรรมผู้อยู่ใต้อุปถัมภ์และยกย่องตัวบุคคล  ดังนั้นหากยังคงมีระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาต่อไป  โดยไม่มีใครทำรัฐประหาร พรรคไทยรักไทยมีโอกาสอยู่เป็นรัฐบาลได้ยาว  เพราะเพียบพร้อมทั้งเรื่องทุน, การสร้างคะแนนเสียงจากโครงการต่าง ๆ การให้ความอุปถัมภ์ประชาชนและการโยกย้ายครอบงำข้าราชการเข้ามาเป็นพวก หากไทยรักไทยจะอยู่เป็นรัฐบาลไม่ได้ก็คงเนื่องมาจากเพราะขัดแย้งกันเองหรือเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรง  หรือผู้นำพรรคมีอันเป็นไป

      ความไม่สมดุล เนื่องจากพรรครัฐบาลมีอำนาจมากไป พรรคฝ่ายค้านอ่อนเกินไป 

      พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เป็นฝ่ายค้านที่อ่อนเพราะมีเสียงน้อยกว่ามากเท่านั้น แต่ยังอ่อนเรื่องความรู้ความสามารถด้วย เพราะหมดยุคการใช้วาทศิลป์ฟาดฟันฝ่ายตรงข้ามแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังถนัดค้านแบบนั้น บ่อยครั้งที่ค้านประเด็นย่อย ๆ หรือเรื่องที่เป็นปัญหาเทคนิคทางกฎหมาย  ภายในพรรคเองก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคใหม่ในอีก 7 เดือนข้างหน้าหรือไม่  หรือคุณชวนจะเป็นต่อไปอีก ในสภาพเช่นนี้  พรรคไทยรักไทยซึ่งคิดเร็วทำเร็ว โดยเฉพาะในด้านบริหารจัดการประเทศ จะวิ่งนำหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไปมากขึ้นทุกที  และมีแนวโน้มจะผูกขาดการเป็นรัฐบาลไปได้อีกนาน เพราะคงสามารถดึงพรรคการเมืองอื่น หรือนักการเมืองจากพรรคอื่นเข้าร่วมได้ง่ายกว่าพรรคประชาธิปัตย์

      สถานการณ์ที่ไทยรักไทยดูดพรรคอื่น ๆ เป็นพวกได้หมด เหลือแต่ประชาธิปัตย์ที่เล็กลง  ไม่เป็นผลดีต่อประชาชนเลย เพราะระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ควรจะต้องประกอบไปด้วยระบบการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพ มีพรรคฝ่ายค้าน. องค์กรอิสระ, ศาล, สื่อมวลชน,  สหภาพแรงงาน, สมาคมวิชาชีพ,  องค์กรประชาชนที่เข้มแข็งมีคุณภาพ

      แต่ขณะนี้  ไทยรักไทยนอกจากมีเสียงข้างมากในสภาอย่างท่วมท้นแล้ว  พวกเขายังเป็นทั้งกลุ่มนายทุน และกลุ่มนักบริหารจัดการ, นักการตลาดที่มีพลัง  พวกเขาขึ้นมามีอำนาจได้เดียงแค่ 2 ปี ก็สามารถขยายอำนาจผูกขาดครอบงำ  ทั้งในภาคธุรกิจเอกชน, ราชการ,  การสื่อสาร, สื่อสารมวลชน ฯลฯ ได้อย่างกว้างขวาง  ซึ่งเป็นอิทธิพลที่ล้ำลึกกว่าแค่การมีจำนวน ส.ส. ค่อนสภาในสภาพเช่นนี้ประชาชนจะตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจได้ยากกว่าเก่า  เพราะนอกจากจะพึ่งฝ่ายค้านได้ไม่มากแล้ว  ก็พึ่งระบบราชการ,  พึ่งสื่อมวลชน,  พึ่งฝ่ายอื่น ๆ  ไม่ค่อยได้ด้วย เพราะคนชั้นกลางรวมทั้งคนชั้นล่างที่ใฝ่ฝันอยากเป็นคนชั้นกลางส่วนใหญ่ถูกถึงให้ชื่นชมกับนโยบายไทยรักไทย  จนไม่ค่อยมองรัฐบาลอย่างวิพากษ์วิจารณ์เท่าที่ควร

      การที่พรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคเดียวที่เหลืออยู่  ยังคงค้านแบบใช้วาทศิลป์  ใช้กลยุทธวิธีโจมตีฝ่ายตรงข้าม  โดยที่ตนเองไม่ได้คิดไม่ได้เสนอนโยบายอะไรใหม่  ทำให้มีโอกาสที่จะเติบโตเข้มแข็งกลับมาเป็นผู้ชนะยาก  พรรคประชาธิปัตย์ขนาดแพ้เลือกตั้งไป 2 ปี แล้ว ก็ยังไม่รู้จักวิจารณ์และปรับปรุงปฏิรูปตัวเอง ทั้ง ๆ ที่การเมืองได้พัฒนาไปอีกชั้นหนึ่งเมื่อเกิด 

Advertisements
 

4 responses to “อนาคตเศรษฐกิจการเมืองไทย

  1. jsoc

    กันยายน 14, 2007 at 10:53 pm

    ข้อมูลดีมากครับ

     
  2. กบในขวด

    ตุลาคม 30, 2015 at 2:23 pm

    ประเทศไทยอีก10ปีข้างหน้าก็คงเปลี่ยนเป็นประธานาธิบดีไปเเล้วล่ะ

     
  3. กบในขวด

    ตุลาคม 30, 2015 at 2:25 pm

    ใครเขาจะอยู่ไปถึง1,000ปีล่ะ มันก็ต้องมีการเปลียนเเปลงกันบ้างเเหละ

     
  4. กบในขวด

    ตุลาคม 30, 2015 at 2:30 pm

    คนไม่ใช่หินหรือว่าเหล็กไหลนะที่จะให้อยู่ไปถึงพันปีหรือหมื่นปีน่ะยอมรับความจริงหน่อย

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: