RSS

ข้อคิดส่งท้าย – เราเรียนรู้อะไรจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์ปลายปี 2004

23 ก.ค.

ข้อคิดส่งท้าย –  เราเรียนรู้อะไรจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์ปลายปี 2004

      เหตุการณ์แผ่นดินไหว/คลื่นยักษ์ถล่มประเทศชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติคในปลายปีที่ผ่านมา ที่ทำให้คนเสียชีวิตกว่า 1.5  แสนคน บาดเจ็บและเป็นแผลทางจิตใจอีกหลายแสนคน น่าจะให้ข้อคิดในเชิงปรัชญาแก่เราได้ไม่น้อยว่า ความเชื่อมั่นของมนุษย์ที่คิดว่าพวกตนเป็นสัตว์ประเสริฐที่เอาชนะหรือควบคุมธรรมชาติเพื่อการเสพสุขของมนุษย์ได้   เหนือสิ่งอื่นใดในโลกเลยอย่างไม่แคร์การทำลายสภาพแวดล้อม, การทำลายความสมดุลของธรรมชาตินั้น เป็นความอหังการหยิ่งผยองที่ถูกธรรมชาติสั่งสอนอย่างน่าสมเพช

      แม้มนุษย์จะมีความรู้พอที่จะสร้างระบบเตือนภัยเรื่องแผ่นดินไหว/คลื่นยักษ์ได้บ้าง แต่การที่มนุษย์มัวหมกหมุ่นกับการเพิ่มผลผลิตและการค้าเพื่อการบริโภคและหากำไรเป็นด้านหลัก ทำให้รัฐบาลประเทศด้อยพัฒนาแถบชายฝั่งแอตแลนติคละเลยที่จะศึกษาค้นคว้าและสร้างระบบเตือนภัยเรื่องแผ่นดินไหว/คลื่นยักษ์ที่มหาสมุทรแอตแลนติคเหมือนกับที่สหรัฐ/ญี่ปุ่นทำไว้ที่มหาสมุทรแปซิฟิค ซึ่งเป็นระบบที่ใช้เงินลงทุนเพียงราว 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น  ด้วยเงินทุนเพียงแค่นี้สหรัฐ/ญี่ปุ่นและประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมอื่น ๆ ซึ่งร่ำรวย และมีเทคโนโลยีสูงน่าจะสนใจช่วยติดตั้งให้ครอบคลุมทั่วโลก เพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของมนุษย์ชาติ แต่ปรัชญาการพัฒนาแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอาของระบบทุนนิยม ทำให้รัฐบาลซึ่งเป็นตัวแทนของนายทุนคิดถึงผลประโยชน์เฉพาะหน้าระยะสั้นของตนเอง มากกว่าจะคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมระยะยาว

      เป็นเรื่องน่าเย้ยหยัน ที่เทคโนโลยีของโลกทุนนิยมสมัยใหม่  ทำให้เราถ่ายทอดราคาหุ้น, น้ำมัน,อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา  ฯลฯ  กันได้แบบสด ๆ ทั่วโลก และมีดาวเทียมของประเทศมหาอำนาจซึ่งจารกรรมและจับภาพการเคลื่อนไหวของสิ่งต่าง ๆ ได้ทั่วโลกตลอดเวลา เราไม่รู้จักใช้เทคโนโลยีนี้เตือนให้คนในประเทศชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกอพยพหนีคลื่นยักษ์ ซึ่งกว่าจะเคลื่อนไปถึงหลายประเทศก็หลังจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรแถบเกาะสุมาตราถึงราว 1 ½ – 2 ชั่วโมงขึ้นไปหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐรู้เรื่องนี้และเตือนฐานทัพเรือของตนที่อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติคได้ทันโดยพวกเขาไม่ได้รับความเสียหายเลย พวกเขาอ้างว่าได้เตือนประเทศเอเชียทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต แล้วแต่คุณสมิทธ์  ธรรมโรจ อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาของไทยออกมาโต้ว่าเป็นการเตือนแบบแผ่วเบาเกินไป

      ประเทศเอเชียรวมทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาของไทยก็มีปัญหาวิธีคิดวิธีการทำงานด้วยเช่นกัน อย่างน้อยพวกเขาได้รับรายงานเรื่องแผ่นดินไหวความรุนแรงขนาด 8 ริกเตอร์ซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดคลื่นยักษ์ได้ ตั้งแต่เช้า แต่พวกเขาก็แถลงทางวิทยุเรียบ ๆ เหมือนกับว่าเป็นเรื่องแผ่นดินไหวในประเทศอื่น  ซึ่งไม่เกี่ยวกับประเทศไทย สะท้อนถึงการขาดความรู้และความสำนึกเอาใจใส่ต่อสาธารณชนทั้งระดับรัฐบาลประเทศมหาอำนาจและระดับรัฐบาลของหลายประเทศในเอเชียและแอฟริกาอย่างน่าสมเพช

      การพัฒนาทุนนิยมเพื่อการค้าและการท่องเที่ยวด้วยการทำลายป่าชายเลนและต้นไม้ชายฝั่ง เพื่ออุตสาหกรรมการประมง, สร้างสถานที่ตากอากาศและร้านอาหารใกล้ชายหาดเพื่อหาเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายจากคลื่นยักษ์เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสมัยก่อน ที่มีป่าไม้ช่วยกันไว้ได้บ้าง และผู้คนนิยมตั้งบ้านเรือนอยู่ห่างจากชายหาดมากกว่าสมัยนี้ รวมทั้งคนสมัยก่อนออกไปจับปลาแต่พอกินกัน ไม่ได้ทำเป็นอุตสาหกรรมประมงที่ใหญ่โตอย่างในยุคบ้าเห่อโลกาภิวัฒน์หรือยุคศาสนานับถือเงินเป็นพระเจ้ายุคนี้

      แนวทางการพัฒนาที่มุ่งความเจริญทางวัตถุ รวมทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งหลาย  ส่วนใหญ่ก็ได้ประโยชน์แก่คนกลุ่มน้อยที่ร่ำรวยและคนชั้นกลางที่เป็นเจ้าของกิจการ, พนักงานและนักท่องเที่ยวมากกว่าชาวบ้าน ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ระหว่างประเทศร่ำรวย กับประเทศยากจน  นอกจากจะทำให้ประเทศยากจนไม่มีระบบเตือนภัยคลื่นยักษ์แล้ว เมื่อเกิดภัยคลื่นยักษ์ขึ้น ก็ไม่มีระบบกู้ภัยและการช่วยเหลือที่ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ทำให้ช่วยคนที่รอดตายและรอความช่วยเหลืออยู่ได้น้อยกว่าที่ควรด้วย ประเทศไทยรวยกว่าอินโดนีเชียและศรีลังกาก็จริง แต่ไม่ได้ลงทุนเรื่องระบบป้องกันภัยและการกู้ภัย เพราะรัฐบาลไทยทุกรัฐบาลส่งเสริมแต่การลงทุนเพื่อขยายระบบตลาดและมุ่งกอบโกยทำลายล้างทรัพยากร  มากกว่าที่จะคิดเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น รัฐบาลไทยใช้วิธีปลดอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นการเบนให้ประชาชนไม่ต้องกล่าวโทษพวกเขาและรีบเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างออกหน้าออกตา  ทำให้ได้คะแนนเสียเพิ่มขึ้นอีก

      ใน 50 – 100 ปี ที่ผ่านมาก็เคยเกิดแผ่นดินไหวในจีน ตรุกี อิหร่าน ฯลฯ ที่ทำให้คนเสียชีวิตครั้งละนับหมื่นนับแสนคนมาหลายครั้ง แต่ประเทศมั่งคั่งทั้งหลายก็ไม่ได้เอาใจใส่ ไม่ได้สนใจช่วยมากนัก มาคราวนี้ที่เป็นข่าวใหญ่เพราะกระทบหลายประเทศพร้อมกัน และมีนักท่องเที่ยวจากประเทศมั่งคั่งทั้งหลายมาเสียชีวิตจำนวนมากพอสมควรด้วย จึงเป็นข่าวใหญ่และมีการให้ความช่วยเหลือมากกว่ากรณีแผ่นดินไหวครั้งอื่น ๆ แต่โดยทั่วไปแล้ว ก็เป็นการช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของกลุ่มคนที่ประสบปัญหาภัยพิบัติ มากกว่าที่จะมีการระดมความคิดช่วยกันปฏิรูปการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมสภาพแวดล้อมของโลกให้มั่นคงสำหรับคนส่วนใหญ่อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือการที่รัฐบาลไทย (วิสัยทัศน์พ่อค้า) ที่เน้นการฟื้นฟูธุรกิจการท่องเที่ยวมากกว่าเรื่องอื่นใด แถมมีแนวโน้มว่าจะจัดระเบียบใหม่ให้เอื้อประโยชน์แก่ทุนขนาดใหญ่มากกว่าเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนในท้องถิ่น

      ภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์ทำให้มนุษย์ทั่วโลก เกิดความสะเทือนทางอารมณ์สูง และช่วยเหลือกันดี แต่น่าเสียดายที่เรายังไม่ได้คิดวิเคราะห์สถานะการณ์ครั้งนี้อย่างเชื่อมโยงถึงสภาพปัญหาด้านต่าง ๆ ของมนุษย์และโลกอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากพอที่จะทำให้มนุษย์เราได้รับบทเรียนที่จะทำให้เราเกิดจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมและมองการณ์ไกลได้มากกว่าแต่การทำบุญ, ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ระยะสั้น ๆ   เพราะคนส่วนใหญ่ถูกกระแสปรัชญาการพัฒนาเพื่อเงินแบบตัวใครตัวมันครอบงำเสียจนคิดอะไรไม่ได้ไกลเกินผลประโยชน์สั้น ๆ ของตัวเอง

      ดังนั้นการศึกษาและเผยแพร่ปรัชญาการเมือง, เศรษฐกิจ, สังคม อย่างวิเคราะห์และวิพากษ์วิจารณ์จึงยังคงเป็นงานสำคัญที่มนุษย์จะต้องช่วยกันทำต่อไป ถ้าเราต้องการให้มนุษย์และโลกนี้อยู่ได้อย่างยั่งยืนเพื่อลูกหลานของเราและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ด้วย.


 

      “อย่าสงสัยเลยว่า พลเมืองที่ช่างคิดและมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มนี้จะสามารถเปลี่ยนโลกได้หรือไม่,  เพราะจริง ๆ แล้ว นี่คือวิธีทางเดียวที่โลกเคยเปลี่ยนแปลงมาแล้ว”

มาร์กาเร็ต มิ๊ด (1901 – 1978)

นักมานุษยวิทยาสตรีชาวอเมริกันผู้เสนอว่าเราไม่ควรใช้วัฒนธรรมตะวันตก

เป็นมาตรฐานไปวัดวัฒนธรรมคนอื่นว่าด้อยกว่า 

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: