RSS

ระบอบทักษิณทำความเสียหายมากกว่าแค่เรื่องเลี่ยงภาษี

28 ก.ค.

ระบอบทักษิณทำความเสียหายมากกว่าแค่เรื่องเลี่ยงภาษี

      ประชาชนไทยกำลังแบ่งเป็น 2 ขั้ว ระหว่างผู้ที่เรียกร้องให้คุณทักษิณลาออก และผู้ที่ชอบ/เชียร์คุณทักษิณ ถ้าสังคมใจกว้าง และใจเย็นพอที่จะเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายโต้แย้งกันด้วยเหตุผล น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้ประชาชนสนใจ และเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจการเมืองมากขึ้น แต่สังคมที่คุณยังใช้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่าความคิดเป็น มีแนวโน้มจะนำไปสู่การ..ของกลุ่มคนที่เชื่อแบบ 2 ขั้ว สุดโต่งมากกว่าการจะเรียนรู้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ได้รับการศึกษา และข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพต่ำ การศึกษามีแต่สอนให้ท่องจำ ไม่สอนให้คนคิดวิเคราะห์เป็นข้อมูลข่าวสารจากสื่อที่ครอบงำโดยรัฐบาลได้แต่โฆษณา ให้คนเชื่อตามด้านเดียวว่า คุณทักษิณ และรัฐบาลนี้ เก่งทุกอย่าง ดีทุกอย่าง แม้แต่กรณีซุกหุ้น และถ่ายเทหุ้น 7.3 หมื่นล้านบาท เพื่อเลี่ยงภาษี 2 หมื่นล้านบาท ก็สามารถปกป้องได้ว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริตบ้าง , เป็นเรื่องที่ใครๆเขากำลังทำกัน โดยไม่ผิดกฎหมายบ้าง รวมทั้งการให้ข้อมูลข่าวสารที่เร้าอารมณ์มากกว่าเหตุผลว่าต้วโกงบ้าง แต่ทำงานเก่งก็ดีกว่าคนอื่นที่โกงเหมือนกัน แต่ทำงานไม่เป็น ประชาชนควรได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร 2 ด้านว่า นโยบายการบริหารแบบทักษิณในรอบ 5 ปีที่ว่าทำให้เศรษฐกิจฟื้นฟูได้ หรือว่าทำให้ประชาชนได้กู้ยืมมีเงินจับจ่ายใช้สอยกับคล่องมือในระยะสั้นๆนั้นมีข้อเสียอะไรบ้าง ทั้งในระยะกลางและระยะยาว ในฐานะ..เศรษฐศาสตร์และ..สังคมศาสตร์ที่ติดตามวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยมาตลอดโดยไม่เคยเข้าไปร่วมกับพรรคการเมืองไหน ผมคิดว่าระบอบทักษิณทำให้เกิดผลเสียหายต่อการพัฒนาประเทศมากกว่าที่คนส่วนใหญ่เข้าใจนัก คือ ไม่ใช่แค่เรื่องการซุกหุ้น เลี่ยงภาษี ขาดคุณธรรม จริยธรรม ในฐานะผู้นำเท่านั้น แต่จะทำให้ประเทศเสียหายอย่างน้อย 7 ประเด็น คือ       1. การปกปิดโดยย้ายถ่ายเท และหาวิธีการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ป 73000 ล้านบาท เพื่อเลี่ยงการเสียภาษีส่อเจตนาการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงส่วนรวม ไม่คำนึงถึงจริยธรรม และความรับผิดชอบในฐานะผู้นำประเทศ แม้แต่กับธุรกิจทั่วไปก็ควรรับผิดชอบเรื่อง..ในฐานะพลเมืองดี ยิ่งเป็นผู้นำประเทศ ยิ่งควรมีมาตรฐานทางจริยธรรมสูงกว่านักธุรกิจทั่วไปไม่ใช่อ้างว่าใครๆเขาก็ทำกัน      2. การขายกิจการทั้งบริการดาวเทียม และสถานีโทรทัศน์ให้กับต่างชาติทั้งๆที่เป็นกิจการเกี่ยวกับสาธาณสมบัติที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เพราะเกี่ยวพันกับทั้งความมั่นคง และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรม ของประเทศ ส่อให้เป็นการมุ่งหากำไรส่วนตัวจนลืมคิดประเด็นว่านี่เป็นการทำลายผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งผู้นำไม่ควรทำเช่นนั้น แม้แต่นักธุรกิจทั่วไปก็ควรทำ      3. ใช้อำนาจหน้าที่การเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้รักษาผลประโยชน์ส่วนร่วมไปเอื้ออำนวยผลประโยชน์ส่วนตัวของตนทุกวิถีทาง เช่น ลดค่าใช้จ่ายให้บริษัทเอไอเอส ที่รับสัมปทานคลื่นโทรศัพท์ด้วยการออกกฎหมายให้เปลี่ยนจากการจ่ายสัมปทานตามส่วนแบ่งกำไรเป็นการจ่ายภาษีสรรพสามิต (ซึ่งเป็นการกีดกันคู่แข่งรายใหม่ไปในตัว) ลดภาษีอุปกรณ์ดาวเทียม ลดค่าสัมปทาน และปรับผังรายการไอทีวี  ปรับสายการบินให้ขาดทุนเพื่อเปิดทางให้สายการบินแอร์เอเซียทำกำไรเพิ่มขึ้น ให้สินเชื่อแก่รัฐบาลพม่าเพื่อให้มาซื้อบริการของชินแซทเทลไลน์ รับเปิดเจรจาการค้าเสรีกับบางประเทศ เพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจโทรคมนาคม รถยนต์ และกิจการอื่นๆของบริษัทตนเอง และพรรคพวก      4. ใช้อำนาจหน้าที่การเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหาผลประโยชน์จากตลาดหลักทรัพย์ การเงิน การธนาคาร การซื้อขายที่ดิน การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ด้วยวิธการใช้อภิสิทธิฉ้อฉลหาคอมมิชชัน และกำไรเกินควร ทำให้ไม่ส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพ และการแข่งขันที่เป็นธรรม ทำให้เกิดตัวอย่างที่เลวต่อภาคธุรกิจเอกชน ดึงให้นักธุรกิจต้องวิ่งเข้าหาอำนาจรัฐ และกลั่นแกล้งธุรกิจที่ไม่ยอมสยบให้ หรือแบ่งผลประโยชน์ให้น้อย ก่อให้เกิดความปั่นป่วน  ความไม่มีหลักเกณฑ์ที่โปร่งใส      5. ดำเนินนโยบายโครงการประชานิยมแบบสร้างภาพ หาเสียงให้กับตัวเอง ทั้งที่เป็น..ประมาณจากภาษีของประชาชน และการกู้ยืมออกพันธบัตรเอาเงินอนาคตมาใช้ แต่วิธีการจ่าย และประชาสัมพันธ์ทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นไร้บุญคุณคุณทักษิณ และของเขา และโครงการส่วนใหญ่ เป็นโครงการกระตุ้นการใช้เงินเพื่อการบริโภค และการลงทุนแบบเร่งผลิตสินค้ามาขาย เพื่อให้เงินหมุนเวียนกลับมาสู่ธุรกิจค้าขายของตน และพรรคพวก (เช่นโทรทัศน์มือถือ รถยนต์ ฯลฯ) และเพิ่มการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมแบบฉาบฉวยไม่ได้มุ่งพัฒนาคน และชุมชน ให้มีความรู้ความสามารถด้านการจัดการมีการรวมกลุ่มขึ้น มีความเข้มแข็งอำนาจต่อรอง เป็นระบบพ่อค้าผูกขาดได้อย่างแท้จริง ทำให้ประชาชนบริโภคเพิ่มขึ้น เป็นหนี้เพิ่มขึ้นในอัตราสูงกว่าการเพิ่มของรายได้ที่แท้จริง      6. การอ้างว่ารัฐบาลดำเนินนโยบายแบบ 2 ทางไปพร้อมกัน คือ ทั้งส่งเสริมการลงทุน และการค้ากับต่างประเทศ และการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศนั้น เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว หรือไม่ถึงครึ่ง จริงๆแล้วส่งเสริมการลงทุน และการค้ากับต่างประเทศเป็นด้านหลัก ทำให้ต่างชาติทั้งสิงคโปร์และประเทศอื่นเข้ามายึดครองกิจการในไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงแต่ 5 ปี การค้าระหว่างประเทศก็เริ่มขาดดุลการค้าเพราะนโยบายและโครงสร้างการสั่งออกสินค้าอุตสาหกรรมแบบต้องสั่งเข้า เครื่องจักร วัตถุดิบ น้ำมัน เข้ามามาก คือเงื่อนไขที่ยิ่งทำให้ส่งออกมากก็ต้องสั่งเข้ามากอยู่แล้ว และยิ่งการลงทุนเป็นของต่างชาติมากขึ้นพวกเขาก็จะสั่งซื้อจากบริษัทเครือข่ายของเขามากขึ้น เงินไหลออกมากขึ้นทรัพยากรในประเทศถูกทำลาย แรงงานถูกเอาเปรียบ ประชาชนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากขึ้น      7. นโยบายการบริหารประเทศทั้งหมดของรัฐบาล เป็นการพัฒนาที่เป็นความเติบโตของสินค้าแบบกอบโกย (ผลประโยชน์ส่วนตัว) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับการพัฒนาแบบพอเพียงโดยสิ้นเชิง นโยบายที่มุ่งแปลงทุกอย่างเป็นสินค้าทำลายทรัพยากรส่วนรวมอย่างมหาศาล รวมทั้งการขายทรัพย์สมบัติสาธารณะ เช่น รัฐวิสาหกิจให้เป็นของเอกชนทั้งต่างชาติและนายทุนในชาตินโยบายส่งเสริมแต่เรื่องการค้า การลงทุน การบริโภค และใช้สื่อโหมเรื่องนี้มาก ทำให้ประชาชน และโดยเฉพาะเยาวชนถูกครอบงำเรื่องการบริโภค การเป็นหนี้ การแสวงหาเงินทองทุกวิถีทาง จนเกิดปัญหาสังคม และความเสื่อมเสียทางด้านจริยธรรม ศีลธรรมไปทั่วประเทศ เป็นความเสียหายร้ายแรงทั้งด้านทรัพยากร และจิตใจของผู้คน ซึ่งไม่อาจแก้ปัญหาแบบแยกส่วน เช่น เพิ่มงบประมาณให้พระ หรือ โรงงเรียนอบรมศีลธรรมเพิ่มขึ้น เพราะเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ      ความเสียหายอย่างน้อย 7 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นที่ไม่ได้เกิดจากตัวคุณทักษิณเท่านั้น แต่เกิดจากนโยบายการพัฒนาแบบทักษิณ ซึ่งจะต้องช่วยกันอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าต้องเปลี่ยนแปลงด้วย จึงจะแก้ปัญหาความเสียหายร้ายแรงครั้งนี้ได้ ถึงจะมีการระบุสภาวะ หรือการเปลี่ยนตัวนายกฯ แต่ถ้ายังไม่เปลี่ยนนโยบายการพัฒนาแบบทักษิณเป็นนโยบายทางเลือกอื่น เช่น เศรษฐกิจพอเพียง ระบบสหกรณ์ ทุนนิยมมีการแข่งขันเป็นธรรมและรัฐสวัสดิการแล้ว ประเทศไทยก็ยังมีโอกาสตกต่ำไปเป็นประเทศเมืองขึ้น มีความขัดแย้งและปัญหาสังคมมากแบบประเทศในละตินอเมริกาได้วิทยากร เชียงกูล

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: