RSS

ทางออกของปัญหา:จะปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริงได้อย่างไร

02 ส.ค.

บทความของวิทยากร เชียงกูล ที่เขียนในผู้จัดการรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม 2550 13:46 น.

ผมอยากมองข้ามเรื่องรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งไปข้างหน้าว่า ภาคประชาชนต้องค้นคว้าและเผยแพร่แนวคิดการปฏิรูปเศรษฐกิจการเมืองที่ก้าวหน้ ามากกว่าแนวนโยบายของพรรคการเมืองใหญ่ทุกพรรคในเวลานี้ เพราะพวกเขาสนับสนุนนโยบายการเปิดตลาดเสรีหรือทุนนิยมอุตสาหกรรม ไม่ได้ต่างไปจากระบอบทักษิณ

แนวนโยบายที่จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย คือระบบสหกรณ์และสังคมนิยมประชาธิปไตยซึ่งต้องใช้ควบคู่ไปกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงจะทำให้คำว่า “พอเพียง” มีความหมายอย่างแท้จริง ไม่ใช่การพูดในเชิงปรัชญาอย่างลอยๆแล้วปล่อยให้ชนชั้นนำไทยที่มีแนวคิดสนับส นุนทุนนิยมอุตสาหกรรมตีความคำว่าพอเพียงแบบเข้าข้างผลประโยชน์ของตัวเอง



สหกรณ์ หมายถึง ” สมาคมที่เป็นอิสระของกลุ่มคนที่สมัครใจเข้ามาเป็นสมาชิก เพื่อสนองความต้องการและเป้าหมายทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ของพวกเขา โดยการเป็นเจ้าของ ร่วมกันและดำเนินการบริหารแบบประชาธิปไตย” คำว่าสหกรณ์ในที่นี้จึงมีความหมายกว้างรวมถึง กลุ่มเหมืองฝาย กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ เครดิตยูเนียน ธนาคารข้าว ธนาคารควาย และชื่อกลุ่มขององค์กรทางเศรษฐกิจของประชาชนอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้คำว่าสหกรณ์นำหน้าด้วย

ระบบสหกรณ์ดีกว่าทุนนิยม ในแง่ที่ว่าสมาชิกเป็นทั้งเจ้าของและผู้ซื้อผู้ใช้บริการ จึงลดการเอาเปรียบหากำไรเกินควรของนายทุนพ่อค้าคนกลางไปได้ และเป็นระบบบริหารที่เป็นประชาธิปไตยมากกว่าระบบการถือหุ้นในบริษัทภายใต้ระ บบทุนนิยม เนื่องจากสมาชิกสหกรณ์แต่ละคนมีเสียงในที่ประชุมใหญ่เท่ากัน ไม่ว่าใครจะถือหุ้นมากหรือน้อย การปันผลกำไรของสหกรณ์ก็ไม่ได้จ่ายตามสัดส่วนการถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังจ่ายตามกิจกรรมที่สมาชิกดำเนินการกับสหกรณ์ รวมทั้งสหกรณ์หลายแห่งยังยึดถืออุดมการณ์เพื่อส่วนรวม ในการจ่ายเงินปันผลกำไรส่วนหนึ่งให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนด้วย

ระบบสหกรณ์ดีกว่าสังคมนิยมแบบวางแผนจากส่วนกลางและรัฐวิสาหกิจ คือเป็นองค์กรขนาดกะทัดรัด ที่มีระบบบริหารแบบประชาธิปไตย มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ สมาชิกตรวจสอบดูแลความโปร่งใสในการบริหารของคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง ได้ง่ายกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับระบบสังคมนิยมแบบวางแผนจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นระบบข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่ใหญ่โตเทอะทะ มีลักษณะบังคับใช้อำนาจจากบนลงล่าง มีโอกาสขาดประสิทธิภาพ และทุจริตได้มากกว่า ขณะที่ระบบสหกรณ์เน้นการเป็นสมาชิกโดยสมัครใจ มีระบบบริหารแบบประชาธิปไตยที่สมาชิกมีส่วนร่วม สมาชิกมีความรู้สึกมีส่วนได้เสียโดยตรง ประเทศที่เคยเป็นสังคมนิยมเช่น โซเวียต รุสเซีย จีน เวียดนาม ต้องเปลี่ยนไปใช้เศรษฐกิจระบบตลาด (ทุนนิยม) แต่สหกรณ์ที่เข้มแข็งในยุโรป ญี่ปุ่น แคนาดา ลาตินอเมริกา ยังคงยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ถูกทุนนิยมกลืน

ระบบสหกรณ์เป็นองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ที่สามารถเข้าไปแทนที่องค์กรธุรกิจเอกชนแบบทุนนิยม และแบบรัฐวิสาหกิจได้ในหลายสาขามาก ประเทศพัฒนาทุนนิยมอุตสาหกรรมในยุโรป ญี่ปุ่น แคนาดา บางส่วนในสหรัฐฯ และบางประเทศในเอเชียและลาตินอเมริกา มีทั้งส หกรณ์เกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ ธนาคารสหกรณ์ สหกรณ์การผลิต สหกรณ์การบริโภค สหกรณ์ที่คนงานเป็นเจ้าของโรงงาน/บริษัท สหกรณ์ผู้ให้บริการไฟฟ้า ประปา สหกรณ์การประมง สหกรณ์ทำไวน์ สหกรณ์ให้บริการการรักษาพยาบาล การซ่อมแซมดูแลบ้าน การจัดงานศพ รถโดยสาร รถแท็กซี่ การท่องเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ ที่เติบโตควบคู่กันไปกับภาคธุรกิจเอกชน สามารถตัดทอนกำไรของคนกลางและเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนและส่วนรวมมากกว่า เพราะสหกรณ์เป็นของสมาชิกในชุมชน ทำเพื่อประโยชน์ชุมชน นอกจากจะแบ่งปันอย่างเป็นธรรม ช่วยการสร้างงานให้ชุมชนแล้ว ยังสนใจปัญหาสุขภาพ ความปลอดภัย และการไม่ทำลายสภาพแวดล้อมมากกว่าธุรกิจเอกชนที่มุ่งกำไรสูงสุดของเอกชน

ในยุโรป สหกรณ์เกษตรและสหกรณ์ออมทรัพย์ได้เติบโตเป็นธนาคารสหกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น ธนาคาร RABO BANK ในเนเธอร์แลนด์ ธนาคาร CREDIT AGRICOLE ในฝรั่งเศส ธนาคาร DG ในเยอรมัน สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ผู้บริโภค สหกรณ์คนงาน สหกรณ์ประกันภัย สหกรณ์เอนกประสงค์เติบโตมากทั้งในญี่ปุ่น สวีเดน สเปน อิตาลีและประเทศอื่นๆ ชุมนุมสหกรณ์ขนาดใหญ่ ที่มีเครือข่ายสหกรณ์หลายร้อยแห่งในญี่ปุ่นและยุโรป แต่ละชุมนุมหรือสหพันธ์สหกรณ์มีพนักงานและสมาชิกที่เป็นเจ้าของสหกรณ์ขนาด 7-8 หมื่นคน มีทรัพย์สินและยอดรวมธุรกิจปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในญี่ปุ่น 1 ใน 5 ของครัวเรือนทั้งประเทศเป็นสมาชิกและซื้อของจากสหกรณ์ผู้บริโภคหรือสหกรณ์ร้ านค้า โดยสหกรณ์ของเขาสามารถพัฒนาตัวเองแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้

สหกรณ์ในประเทศไทยม ีมากกว่า 6 พันแห่ง มีสมาชิกรวมกัน 8.9 ล้าน เฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ทุกแห่งรวมกันมีสินทรัพย์ 433,644 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 19932 ล้านบาท (ปี 2545) แต่แม้กระนั้นสหกรณ์ของไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์ออมทรัพย ์ยังพัฒนาได้จำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมและประเทศลาตินอ เมริกาบางประเทศ ซึ่งสหกรณ์การเกษตร , สหกรณ์ออมทรัพย์มีสัดส่วนในระบบเศรษฐกิจของประเทศสูงกว่าของไทยมาก

สหกรณ์ในต่างประเทศเติบโตได้ เพราะภาคประชาชนเข้มแข็งและสหกรณ์เป็นอิสระจากรัฐบาล โดยที่รัฐบาลอาจให้ความช่วยเหลือในด้านการออกกฎหมาย การส่งเสริมช่วยเหลือให้สหกรณ์มีต้นทุนต่ำพอที่จะแข่งขันกับพ่อค้านายทุนได้ ช่วยเหลือด้านการให้การศึกษาเรื่องสหกรณ์และการบริหารจัดการ และมีกองทุนหมุนเวียนให้สหกรณ์ตั้งใหม่กู้ยืมไปดำเนินการโดยคิดดอกเบี้ยต่ำ แต่รัฐบาลจะไม่เข้ามาควบคุมสหกรณ์แบบเข้มงวดเหมือนเป็นส่วนหนึ่งราชการแบบขอ งไทย สหกรณ์ไทยเติบโตได้ช้ากว่าประเทศอื่นส่วนหนึ่งเพราะติดระบบราชการ ส่วนหนึ่งเพราะพัฒนาสู้พวกพ่อค้านายทุนไม่ได้ สมาชิกและผู้บริหารสหกรณ์ของไทยบางส่วนยังหวังพึ่งแต่รัฐบาล ทำให้ชาวสหกรณ์ไทยไม่เรียนรู้ที่จะเติบโตด้วยลำแข้งของตัวเอง เหมือนชาวสหกรณ์ในประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม และในลาตินอเมริกา ด ังนั้นภาคประชาชนจึงควรหันมาสนใจปฏิรูปขบวนการสหกรณ์อย่างขนานใหญ่ ให้เป็นอิสระจากรัฐบาล และทำธุรกิจได้อย่างกว้างขวาง รวมทั้งตั้งธนาคารได้เอง เราจึงจะมีหนทางในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศแบบพึ่งตนเองได้อย่างพอเพียง เป็นธรรม และยั่งยืนได้

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: