RSS

ทางออกของปัญหา:ทำไมการปฏิรูปการศึกษาล้มเหลว!?

18 ส.ค.

โดยบทความที่ อ.วิทยากร เชียงกูล เขียนที่ ผู้จัดการรายสัปดาห์

17 สิงหาคม 2550 12:52 น.

ปัญหาคอขวดในการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญคือ

1. สิ่งที่เรียกว่าการปฏิรูปการศึกษา เป็นเพียงการเสนอการปฏิรูปภายในกลุ่มผู้บริหารในกระทรวงและนักวิชาการด้านกา รศึกษา ไม่ได้มีแรงผลักดันมาจากภาคประชาชนและภาคการเมืองอย่างจริงจัง จึงเป็นการปฏิรูปเพียงรูปแบบ เป็นการปฏิรูปโดยระบบบริหารราชการ แ บบแก้กฏหมาย ใช้คำสั่งจากบนลงล่าง เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบเล็กน้อย ไม่เกิดแนวคิดใหม่และแรงผลักดันที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเรี ยนการสอนอย่างขนานใหญ่ (จากแบบท่องจำเป็ฯแบบคิดวิเคราะห์เป็น) ที่ดีขึ้นและแตกต่างไปจากเดิมอย่างแท้จริง

2. การขาดภาวะผู้นำที่ตระหนักถึงรากเหง้าและความสำคัญของปัญหาการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นระบบองค์รวมและรู้จัก จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหา เพื่อก่อให้เกิดแกนนำในการเปลี่ยนแปลงที่จะไปผลักดันการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบได้

3. ระบบคัดเลือก การบริหาร และการให้ความดีความชอบครูอาจารย์และบุคลากร ยังอยู่ภายใต้ระบบราชการแบบรวมศูนย์ ที่เป็นเรื่องการใช้อำนาจนิยมและการวิ่งเต้นเส้นสายมากกว่าระบบให้ผลตอบแทนคนตามความสามารถอย่างมีประสิทธิภาพ

4. ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณในแง่การผลิตผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมและอาชีวศึกษาและในแง่ของคุณภาพของผู้จบการศึกษาทุกระดับยังต่ำกว่าหลายประเทศ

5. ระบบการประเมินผลและการสอบแข่งขันเพื่อรับการคัดเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย ยังเป็นการสอบแบบปรนัยเพื่อวัดความสามารถในการจดจำข้อมูล ทำให้ขัดแย้งกับแนวคิดปฏิรูปการเรียนรู้แบบใหม่ ที่เสนอว่าควรส่งเสริมให้ผู้เรียนได้หัดคิดหัดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประยุกต์ใช้เป็น

ทางออกของปัญหาคือ

1. ลดขนาดและบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการส ่วนกลางลง ด้วยการกระจายอำนาจการบริหารและงบประมาณสู่สถานศึกษาโดยตรง ส่งเสริมให้มีการจัดการศึกษาโดยองค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคธุรกิจเอกชน และองค์กรอื่นๆเป็นสัดส่วนสูงขึ้น โดยรัฐสนับสนุนเงินและความช่วยเหลือด้านอื่นๆ

2.ปฏิรูปครูอาจารย์โ ดยการเพิ่มแรงจูงให้ครูดีครูเก่งอยู่ต่อและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่ม ขึ้น พัฒนาครูที่มีแววและครูรุ่นใหม่อย่างเอาจริงเอาจัง โดยต้องกล้าตัดสินใจแบบผ่าตัดคัดครูที่มีคุณภาพต่ำที่ฝึกอบรมใหม่ได้ยากออกไ ป เช่นให้โยกย้ายไปทำธุรการหรือให้เกษียณก่อนกำหนด

3. ปฏิรูประบบการจัดสรรและการจ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมขึ้น เช่น จัดสรรให้สถานศึกษาในจังหวัดและอำเภอรอบนอก อาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาเพิ่มขึ้น

4. เน้นการพัฒนาการศึกษาระดับปฐมวัยให้มีคุณภาพ ให้ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นให้เรียนรู้ได้อย่างสอดคล้องกับการทำงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพราะนี่คือวัยที่สมองพัฒนาได้มากที่สุดและเร็วที่สุด

5. เปลี่ยนระบบการประเมินผลและสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ โดยวัดจากการคิดวิเคราะห์เป็น การมีความถนัดเฉพาะทางควบคู่ไปกับการเข้าใจภาพองค์รวม มีความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม เพิ่มขึ้น

ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีพ การศึกษาทางไกล การศึกษาทางอินเทอร์เน็ต การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยอย่างกว้างขวางและอย่างมีคุณภาพ

ประสบการณ์ของประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมและประเทศเศรษฐกิจกำลังขยายตัวชี้ว่า การพัฒนาการศึกษาและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ประเทศเหล่านั้นประสบความสำเร็จมากกว่าประเทศอื่นๆ ประเทศไทยก็ลงทุนทางด้านการศึกษาไม่น้อย แต่เป็นการลงทุนเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ และเป็นการจัดการศึกษาอย่างคับแคบ คือ จัดการศึกษาแบบแพ้คัดออก เพื่อคัดคนส่วนน้อยไปทำงานรับใช้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอุตสาหกรรมที่เน้นการเต ิบโตของธุรกิจเอกชนแบบสุดโต่ง

การจะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างถูกทาง ต้องมองการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งการศึกษาในความหมายกว้างกว่าการผลิต แรงงานไปรับใช้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมคือต้องมุ่งพัฒนาคนทุกคนตามศักยภาพของพวก เขาอย่างทั่วถึงเป็นธรรม เพื่อยกระดับคนทั้งประเทศให้มีทั้งความรู้ ความฉลาดทางอารมณ์ มีบุคลิกนิสัยและจิตสำนึกที่ดี พอที่จะไปพัฒนาตัวเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศให้เติบโตอย่างสมดุล เป็นธรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชนอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความหมายกว้างกว่าการพัฒนาแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมที่เน้นการเจริญเติบโต ของสินค้าและบริการ

การที่จัดการศึกษาเพื่อแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมในความหมายกว้างได้ ต้องส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม และเผยแพร่ให้คนทุกชนชั้นทุกกลุ่มมีโอกาสเข้าถึงและเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท ำให้คนแต่ละคนได้พัฒนาศักยภาพของเขาได้ดีที่สุด องค์กร ชุมชนและประเทศได้เรียนรู้สิ่งที่ดี เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและส่วนรวมมากที่สุด

Advertisements
 

2 responses to “ทางออกของปัญหา:ทำไมการปฏิรูปการศึกษาล้มเหลว!?

  1. x

    สิงหาคม 20, 2007 at 1:51 pm

    ผมเห็นด้วยว่าการศึกษายังต้องพัฒนาอีกมาก

    แต่ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการแก้ไขในข้อที่ 1 ที่บอกว่าให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล..เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเรา ยังไม่ดีพอ..อบต. หรือเทศบาลบางแห่งยังมาจากกลุ่มการเมือง บางแห่งไม่มีความรู้เรื่องการศึกษาด้วย ดังนั้น หากจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลเรื่องการศึกษา ต้องพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนนะครับ ผมว่าน่าจะมีการปฏิรูปทั้งระบบมากกว่า

     
  2. leeching

    กันยายน 16, 2010 at 1:59 am

    การศึกษาไทยที่ล้มเหลวมาจาก
    1 หลักสูตรการเรียนการสอนไม่เสถียร แต่ละโรงเรียนไม่มีหลักสูตร มีแต่หลักสูตรแกนกลางอยากสอนอะไรก็สอน มีหลักสูตรแกนเป็นแนว ถามว่าที่เด็กไทยโง่ลงก็เพราะเรื่องนี้แหละ ก่อผลกระทำให้เปิดโอกาสและทำลายโอกาสมากมายเช่น
    1.1 เปิดโอกาสให้โรงเรียนในระบบ กลายเป็นโรงเรียนกวดวิชา เพราะตั้งหน้าตั้งหาจัดบทเรียนไม่เหมือนกับทีื่อื่น เพื่อที่นร.จะไม่ได้ไปไหน เรียนมันที่โรงเรียนนี้แหละรายได้เพิ่ม ทีนี่้ไม่ต้องกลัวหรอกเด็กจะไม่กวดวิชา ยิ่งกวดมันเข้าไปใหญ่ กวดมันที่โรงเรียนนั้นแหละ ตอนเช้าเป็น รร. ตอนเย็นไปกวดวิชา อยากที่จะลด รร.กวดวิชา มีแต่ส่งเสริมกันเข้าไปอีก
    1.2 นักเรียนเบื่อหน่ายการเรียนเนื่องจากเรียนไม่รู้เรื่อง ทำให้นักเรียนเรียนอ่อนลง แย่ลง การเรียนขึ้นอยู่กับครูผู้สอนคิดว่าจะสอนเรื่องอะไรก่อน ถามว่าหลักสูตรที่ดีควรเรียงลำดับเนื้อหาว่านร.ควรรู้เรื่องอะไรก่อนหลัง มีให้เป็นระบบชัดเจน ไม่ใช่มีแต่หลักสูตรแกนกลางแล้วให้ครูนึกคิดเองว่าจะลำดับอย่างไร โปรดจงใช้วิจารณญานว่า กระทรวงศึกษาหรือ สสวท.ควรจัดหลักสูตรที่ดีที่สุดในการลำดับความคิด แล้วทำเป็นหนังสือดีๆสักเล่มสองเล่มเพื่อให้รร.ยึดเป็นแนวทางว่าจะสอนแบบไหน
    ดิฉันคิดว่าการลำดับเนื้อหาหลักสูตรที่ดีที่สุด อย่างมากก็ 2-3 อย่างที่จะเรียงลำดับได้ ไม่ใช่ทุกโรงเรียนจะมีหลักสูตรของตนเอง อย่างงี้เด็ก งง เพราะบางที่ครูยังไม่รู้เลยว่าจะสอนบทไหนต่อ
    1.3 ทำลายระบบการศึกษาค้นคว้า เนื่องจากไม่รู้ว่าครูจะสอนเรื่องอะไร หาหนังสืออ่านประกอบการเรียนอยาก อ.ทำชีสเอง ทำดีรึเปล่าก็ไม่รู้ ไปตัดแปะจากที่หนังสืออ่านตามสำนักพิมพ์ต่างๆ พิมพ์ ทำอย่างลวกบ้างไม่ลวกบ้างแล้วแต่จรรญาบรรณ แล้วสำนักพิมพ์ต่างๆ ก็งง ทำหนังสือมาไม่ถูก ก็เลยวทำงานเป็นบทๆ กลายเป็นแทนที่จะเสียเงินครั้งเดียว นักเรียนและผู้ปกครองต้องเสียเงินซื้อหลายเล่ม วิชาหนึ่งมีตั้งหลายบท เรียนก็หลายวิชา คูณเป็นเงินผู้ปกครองก็ขี้เกียจจ่ายแล้ว เด็กก็ไม่กล้าขอ ไปเรียนพิเศษเอาละกัน
    1.4 ก็ให้เกิดนิสัยที่ไม่ดีแก่เด็กนักเรียนไปในตัว ส่งผลกระทบอย่างมากมายกับเศรษฐกิจ เน่ืองจากเด็กกลายเป็นคนไร้ความคิด วิเคราะห์ก็ไม่เป็นเนื่องจากการคิดวิเคราะห์ต้องมาจากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งหนังสือเรียน คุู่มือตำราเสริมต่าง ๆ การที่นักเรียนไม่สนใจเรียนก่่อให้เกิดการเรียนตกตำ่ กลายเป็นคนที่มีคุณสมบัติ เฉื่อยๆ การที่ประเทศใดประเทศหน่ึ่งมีแต่คนเฉี่อย ไม่เอาการเอางานไม่สู้ จะพัฒนาชาติให้เจริญได้ไง คุณคิดว่าไม่ส่งเสริมให้เด็กแข่งขันกัน มุมานะที่จะเรียนดี เป็นนิสัยที่ดีหรือยังไง

    2. ระบบเอ็ดมิดชั่นทำลายการศึกษาไทย เนื่องจากเป็นระบบที่ยุ่งยากซับซ้อน เสียค่าใช้จ่ายในการสมัคร การเดินทางไปสอบ เด็กบางคนเรียนดีไม่มีโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยดีๆเพราะบ้านจน ไม่มีตังค์ค่าสมัครหลายๆที่ ไม่มีตังค์ไปสอบไกล เช่น เก่งแต่ไม่มีโอกาสไปสอบที่มหิดล เนื่องจากไม่มีเงิน คุณคิดว่าสังคมไม่เอาเปรียบหรือ คนจนต้องจนต่อไป ไม่มีการลืมตาอ้าปากได้ เรียนมหาลัยถูก ๆ ไม่มีชื่อ ควรกลับมาใช้ระบบเอ็นทรานส์ดังเดิม สอบได้ 2 ครั้ง ตุลา(จบเทอม 1) และ มีนา (จบหลักสูตร) อยู่จังหวัดไหนก็สอบจังหวัดนั้น แล้วยื่นคะแนน 4 ลำดับเหมือนเดิม เปิดโอกาสคนจนให้มีทางออก

    3. หากรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่าจะแข็งขันตลาดโลกยังไง จะพัฒนาไปทางไหน ต้องการให้เด็กเรียนคณะอะไร ก็บูมคณะนั้น ทำให้มีคนมาลง หารัฐบาลยังไมเสถียรในนโยบายประเทศไทยจะเป็นอย่างไร เช่น เป็นประเทศท่องเที่ยว ประเทศอุตสาหกรรม หรือ ควรเป็นทั้งสองอย่าง แต่สัดส่วนเท่าไหร่ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องคิดเพื่อพัฒนาทั้งคนและบุคคลกรให้พร้อมต่อไป

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: