RSS

ประชาชนมีสิทธิเรียกร้องพรรคการเมืองและรัฐบาลได้มากกว่าการรอรับการอุปถัมภ์

22 ส.ค.

วิทยากร  เชียงกูล 
 
      การพัฒนาแรงงาน ระบบประกันสังคมและสวัสดิการสังคมเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบประชาชนและการพัฒนาประเทศสูง แต่พรรคการเมืองใหญ่ยังไม่สนใจจะเสนอนโยบายด้านแรงงาน การประกันสังคมและสวัสดิการ ที่เป็นระบบชัดเจน พวกเขามักเสนอนโยบายเป็นโครงการย่อย เพื่อหาเสียงและมุ่งให้ประชาชนอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ของพวกเขา         ตัวอย่างนโยบาย 30 บาทรักษาได้ทุกโรค มีส่วนช่วยให้คนจนมีโอกาสได้ไปโรงพยาบาลและเสียเงินน้อยหน่อย แต่ยังไม่ดีพอ คือ ไม่ได้ช่วยให้คนเข้าถึงบริการอย่างเป็นธรรมและมีคุณภาพ เพราะมีปัญหาเรื่องงบประมาณไม่พอ และประชาชนก็ไม่ภูมิใจด้วย คนที่ไปใช้บริการนี้ยังรู้สึกว่าเหมือนไปขอหรือเป็นหนี้บุญคุณรัฐบาล ถ้าเราจัดให้เป็นระบบประกันสุขภาพเพื่อประชาชนทั้งประเทศ และทุกคนจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพตามความสามารถ คนจนจ่ายเบี้ยประกันน้อยหรือรัฐบาลจ่ายให้สำหรับคนกลุ่มที่จนที่สุด แต่คนที่มีเงินจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพซึ่งขณะนี้อยู่ราว 1 พันกว่าบาทต่อปีต่อคนได้ควรเป็นผู้จ่ายเอง จะทำให้ทั้งประเทศมีงบประมาณสาธารณสุขมากกว่าที่รัฐบาลจะไปแบกภาระทั้งหมด ชนิดที่คนชั้นกลางก็มาใช้สิทธิด้วย      ที่สำคัญคือ ประชาชนจะรู้สึกภูมิใจว่าเขาเป็นคนจ่ายเบี้ยประกัน เวลาเราไปรักษาที่โรงพยาบาล เราไปใช้สิทธิของเรา  เราไม่ได้ไปขอความอนุเคราะห์จากใคร ระบบประกันสุขภาพแบบนี้จะอยู่ได้ยั่งยืนกว่า จะมีเงินเพียงพอ หมอก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า ประเด็นสำคัญคือต้องจัดระบบประกันสุขภาพให้เป็นระบบที่อยู่ได้อย่างมีคุณภาพ และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นระบบสังคมสงเคราะห์ที่ได้แต่ของบประมาณรัฐมาเพิ่มแล้วก็ใช้ไปอย่างไม่มีคุณภาพที่เป็นมาตรฐาน  ไม่ทั่วถึงเป็นธรรมอย่างที่เป็นอยู่      ประเด็นสำคัญคือ ทำอย่างไรประชาชนจึงจะผลักดันให้พรรคการเมืองต่างๆ  ต้องเสนอนโยบายในเรื่องแรงงาน การประกันสังคม และสวัสดิการสังคมที่มีแนวคิดก้าวหน้าเป็นระบบชัดเจน น่าเสียดายที่ประเทศของเราในรอบ 20 –30 ปีที่ผ่านมา แรงงานในภาคอุตสาหกรรม การค้า และบริการเพิ่มขึ้นมาก แต่พรรคการเมืองที่เป็นของคนงานเพื่อคนงานหรืออย่างน้อยมีนโยบายทางด้านเพิ่มสิทธิแรงงานไม่ได้เกิดขึ้นเลย มีแต่พรรคชนชั้นกลางที่มีแนวนโยบายจารีตนิยมและเสรีนิยม ไม่แตกต่างกัน ระบบการศึกษาและการครอบงำทางความคิดของไทยยังเป็นระบบเจ้าขุนมูลนาย ถึงเศรษฐกิจจะพัฒนาเป็นทุนนิยมแล้ว แต่ความคิดจิตใจคนยังติดอยู่ในระบบเจ้าขุนมูลนาย ยังหวังพึ่งพาระบบอุปถัมภ์อยู่       นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่โยงไปสู่วิกฤตการเมืองแบบ 2 ขั้วในปัจจุบันด้วย ปัญหาที่คนในสังคมมีความแตกต่างทางฐานะ การศึกษา และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารมาก ทำให้ความขัดแย้งของผู้คนในสังคมมาก ชนชั้นนำไม่ว่าพรรคไหนเน้นการพัฒนาแบบตลาดเสรีแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ที่มุ่งผลประโยชน์ส่วนตัวระยะสั้น ไม่พยายามที่จะพัฒนาให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ เรื่องสิทธิ สวัสดิการ สหภาพแรงงาน และสหกรณ์ ซึ่งเป็นวิถีทางที่สำคัญในระบบทุนนิยม  และช่วยให้ระบบทุนนิยมในยุโรปและประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นๆพัฒนามาได้อย่างมีประสิทธิภาพ      ปัญหาของไทยนอกจากจะมีโครงสร้างทางการเมืองและวัฒนธรรมแบบเจ้าขุนมูลนายและรอบอบอุปถัมภ์แล้ว เศรษฐกิจไทยยังเป็นทุนนิยมผูกขาดแบบด้อยพัฒนา ทุนนิยมที่เป็นบริวาร มุ่งหวังให้ทุนต่างชาติมาลงทุนมากกว่ามุ่งพัฒนาทุนนิยมด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงไม่สนใจจะพัฒนาสหภาพแรงงาน พัฒนาแรงงานและการกระจายทรัพย์สินและรายได้ให้เป็นธรรม ทำให้ระบบเศรษฐกิจสังคมยิ่งล้าหลัง มีปัญหามาก แข่งขันกับคนอื่นได้น้อยลง  หากพรรคการเมือง ชนชั้นนำ ประชาชนที่มีการศึกษายังไม่เข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่คิดปฏิรูปเศรษฐกิจ การเมือง สังคมเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง  เศรษฐกิจไทยจะพัฒนาตามรอยประเทศลาตินอเมริกา ที่มีคนรวยและคนชั้นกลางอยู่ในเมือง ซึ่งเติบโตแบบพึ่งพาการลงทุนและการค้าต่างชาติได้ แต่คนจนในชุมชนแออัดและชานเมืองจะขยายตัว และประชาชนส่วนใหญ่มีฐานะตกต่ำลง มีความขัดแย้งทางเศรษฐกิจการเมืองที่รุนแรงขึ้น      พรรคการเมืองใหญ่ๆของไทยเชื่อว่าการพัฒนาเศรษฐกิจมีแนวทางเดียวคือทุนนิยมหรือตลาดเสรี ที่จะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพและความเจริญเติบโต เมื่อเศรษฐกิจโตขึ้น คนจนจะหมดไป ทุกคนจะรวยขึ้น แต่จริงๆแล้ว ทุนนิยมของไทยเป็นทุนนิยมผูกขาดที่ไม่ได้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม แต่เป็นแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา เพราะฉะนั้น จึงไม่เกิดประสิทธิภาพจริง การกระจายรายได้เลวลง คนจนดูเหมือนว่าจะมีเงินจับจ่ายใช้สอยดีขึ้น เพราะรัฐบาลปล่อยเงินกู้ออกมามาก แต่จริงๆแล้วประชาชนกลับเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพและอำนาจต่อรองไม่ได้เพิ่มขึ้น       ทางออกที่ดีกว่าคือ ต้องออกกฎหมายและมาตรการป้องกันการผูกขาดของทุนขนาดใหญ่ ปฏิรูประบบตลาดให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมและสหกรณ์(รวมทั้งตลาดแรงงาน) ส่งเสริมระบบสหกรณ์ สังคมนิยมประชาธิปไตย รัฐสวัสดิการ ชุมชนสวัสดิการ กระจายทรัพย์สิน ปัจจัยการผลิต ความรู้ ให้ประชาชนส่วนใหญ่ เมื่อประชาชนมีความรู้และการจัดตั้งองค์กร มีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น ประชาชนจะหารายได้เพิ่มได้เอง ไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปแจกหรือไปให้กู้ ซึ่งเป็นการกระจายรายได้แบบชั่วคราวไม่ถาวร      นโยบายประเภทให้การศึกษาฟรี 12 ปี ไม่เพียงพอ เพราะนอกจากไม่ฟรีจริงและคุณภาพโรงเรียนต่างกันมาก ต้องจัดสรรงบประมาณและกำลังคน ช่วยโรงเรียนเล็กๆในชนบทและชุมชนแออัดให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง จึงจะเรียกว่าเป็นนโยบายให้การศึกษาอย่างเป็นธรรมและอย่างมีคุณภาพ       สิ่งที่ประชาชนต้องการมากกว่าแค่รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งคือ การปฏิรูปทางเศรษฐกิจสังคม เก็บภาษีคนรวยในอัตราก้าวหน้า ใช้งบประมาณเพื่อกระจายการพัฒนาให้เป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดครอบงำจากทุนต่างชาติและทุนขนาดใหญ่ พัฒนาระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง พึ่งตลาดภายใน ปฏิรูปการศึกษา สื่อ และนโยบายทางเศรษฐกิจสังคม เน้นให้คนส่วนใหญ่ในประเทศมีงานทำ ได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม ทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านการผลิตและการค้าที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวม เป็นธรรม และลดการทำลายธรรมชาติและสภาพแวดล้อมลง  

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: