RSS

Daily Archives: กันยายน 20, 2007

สารบัญ (บทคัดย่อสำหรับผู้บริหาร)


สารบัญ หน้า บทคัดย่อสำหรับผู้บริหาร 1 Executive Summary 9 คำนำ 14 บทที่ 1 ความหมาย ขอบเขต ความเป็นมา ตัวอย่างกรณีศึกษาและผลกระทบ ของปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนต่อการพัฒนาประเทศ 17 บทที่ 2 นโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ การทุจริตคอรัปชั่นและ ผลประโยชน์ทับซ้อน 36 บทที่ 3 การที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้บริษัท ชินคอร์ป 62 บทที่ 4 การที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทตนเอง และพรรคพวกด้วยวิธีต่าง ๆ 79 บทที่ 5 การหาประโยชน์จากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทเอกชน 94 บทที่ 6 การทำข้อตกลงเปิดเสรีการค้า (FTA) กับผลประโยชน์ทับซ้อน 112 บทที่ 7 การหาประโยชนทางธุรกิจและการเมืองจากสื่อมวลชน 137 บทที่ 8 แนวทางแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นและผลประโยชน์ทับซ้อน 155 บทที่ 9 สรุปและข้อเสนอแนะ 180 ภาคผนวก 189 บรรณานุกรม 193

 

คำนำ


คำนำ

      รายงานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยในเชิงคุณภาพที่เน้นการวิจัยทางเอกสาร ใช้เวลาในการทำราว 6 เดือน คือในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ถึงเมษายน พ.ศ. 2549

วัตถุประสงค์

  •  
    1. ศึกษาวิเคราะห์แนวนโยบายและมาตรการของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจว่า ก่อให้เกิดหรือมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาเรื่องการทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of  Interest) ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่รัฐและ
  •  
      ผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือไม่  อย่างไร รวมทั้งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกลุ่มทางสังคมกลุ่มต่าง ๆ และการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศอย่างไร
  •  
    1. ยกตัวอย่างและอธิบายปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนให้สาธารณชนเข้าใจเพิ่มขึ้น และนำเสนอแนวทาง มาตรการ ในการการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องการทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ   (Conflict of  Interest) 
  •  
      สมมุติฐาน/โจทย์วิจัย

      การดำเนินนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลนายกฯทักษิณ ชินวัตรในหลายด้าน เช่น  นโยบายการเปิดเสรีให้กับธุรกิจบางอย่าง  การเปิดเสรีการค้า (FTA)  ในบางเรื่องกับบางประเทศ  การให้/ต่อสัมปทาน  การเพิ่มภาษีหรือยกเว้นภาษี ให้กับธุรกิจบางอย่าง ฯลฯ เป็นเรื่องที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือความทับซ้อนด้านผลประโยชน์ (Conflict of Interest)  ระหว่างผลประโยชน์ของสาธารณชน  กับผลประโยชน์ของเจ้าของ/ผู้ประกอบธุรกิจบางอย่าง  ซึ่งเป็นกิจการของผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เครือญาติหรือพรรคพวกของผู้มีตำแหน่งทางการเมืองได้  การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจในลักษณะเช่นนี้ จะทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม  และไม่ส่งเสริมให้ผู้ผลิตและผู้ค้าดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ประชาชนผู้บริโภคเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมเจริญเติบโตได้ช้าลง พัฒนาไปอย่างไม่มั่นคง และไม่ยั่งยืนได้ และควรที่สังคมจะได้หาทางป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะนี้ขึ้น หรือให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็น

      ขอบเขตของงานวิจัย    

      ศึกษาวิเคราะห์นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544  จนถึงปีพ.ศ. 2548 ในส่วนที่ก่อให้เกิดหรือมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน เหตุที่เลือกการวิจัยในช่วงดังกล่าว  เนื่องจากเป็นช่วงที่มีกลุ่มนักธุรกิจเข้ามามีบทบาททางการเมืองโดยตรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของไทย   และเป็นช่วงที่รัฐบาลดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจแบบขยายตัวอย่างเต็มที่โดยทำให้นโยบายทางเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยการผลิตชนิดหนึ่งของธุรกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก มีการใช้การวิ่งเต้นการใช้กฎหมาย การต่อรอง การโฆษณาประชาสัมพันธ์และการหาพันธมิตรเพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของธุรกิจให้มากที่สุด ดังนั้นนโยบายของรัฐบาลยุคใหม่นี้จึงเข้าเกณฑ์ที่จะมีโอกาสเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนมากยิ่งกว่ายุคก่อนหน้านี้อย่างเด่นชัด  

      อีกเหตุผลหนึ่งคือ เนื่องจากงานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยขนาดเล็กที่ใช้ระยะเวลาค่อนข้างสั้น จึงต้องจำกัดขอบเขตช่วงเวลาของหัวข้อวิจัยให้อยู่ในระยะเวลาที่ไม่ยาวนานเกินไป เพื่อที่ผู้วิจัยจะสามารถวิจัยเนื้อหาได้ครอบคลุมและอย่างเจาะลึกมากพอที่จะใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อหาทางป้องกันแก้ไขปัญหานี้ต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ก็คงมีการกล่าวเชื่อมโยงถึงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนก่อนสมัยรัฐบาลนายกฯทักษิณบ้าง เพื่อชี้ให้เห็นว่า ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกรัฐบาล หากมีสถานการณ์ที่เอื้ออำนวย

      งานวิจัยชิ้นนี้จะเน้นศึกษาเฉพาะนโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับ   ผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐที่มาจากการเลือกตั้ง คือนักการเมืองที่ได้ดำรงตำแหน่งบริหารเป็นด้านหลัก จะไม่รวมถึงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐที่มาจากการแต่งตั้ง ตำรวจ ข้าราชการประจำ   เช่น ผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องการควบคุมดูแลหรือปล่อยปละละเลยกิจกรรมผิดกฎหมายหรือเศรษฐกิจนอกระบบที่มีการเลี่ยงกฎหมาย ทั้งนี้เพราะเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจโดยตรง จึงอยู่นอกขอบเขตของหัวข้อวิจัยชิ้นนี้

      ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวโยงกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเกี่ยวโยงไม่มากนัก ไม่ชัดเจน เช่น โครงการประชานิยมบางโครงการก็คงจะไม่กล่าวถึง เพราะถือว่า อยู่นอกขอบเขตของหัวข้อวิจัยเช่นเดียวกัน ที่ต้องเกริ่นไว้เช่นนี้เพื่อที่จะอธิบายว่า เป็นการทำงานตามหัวข้อวิจัยที่ได้มีการกำหนดโดยสถาบันผู้ให้ทุนวิจัยเป็นหลัก ไม่ได้เป็นเพราะผู้วิจัยมีความลำเอียงที่จะกล่าวถึงเฉพาะแต่เรื่องนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณที่เกี่ยวโยงกับปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนแต่อย่างใด

      กรอบคิดทฤษฏีและวิธีการวิจัย 

      ผู้วิจัยเลือกใช้แนวคิดทฤษฎีและหลักการทางด้านเศรษฐศาสตร์และการเมืองในการวิเคราะห์และสังเคราะห์จากข้อมูลเชิงประจักษ์ เช่น เอกสารด้านนโยบาย  มติคณะรัฐมนตรี  คำแถลงและคำให้สัมภาษณ์ฝ่ายรัฐบาล  ข่าวสาร ข้อมูล สถิติตัวเลขต่างๆ รายงานผลการดำเนินการ การประเมินผลและการวิเคราะห์ ทั้งจากหน่วยงาน นักวิชาการ นักวิเคราะห์ในหนังสือพิมพ์ นิตยสารและหนังสือต่าง ๆ รวมทั้งรายงานและบทวิเคราะห์ของปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นและ       ผลประโยชน์ทับซ้อนในประเทศอื่น และโดยองค์การระหว่างประเทศ

      เนื้อหางานวิจัย 

      ประกอบด้วยบทต่าง ๆ รวม 9 บท 2 บทแรก คือเรื่องความหมาย ขอบเขต ความเป็นมา กรณีตัวอย่างและผลกระทบของปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนและนโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจที่สัมพันธ์กับปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน บทที่ 3 – 7 กรณีศึกษาปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนกรณีต่าง ๆ 2 บทสุดท้าย คือแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น และผลประโยชน์ทับซ้อน สรุปและข้อเสนอแนะ  

 

(Executive Summary)Government Economic Policy And Conflict Of Interest Problem


(Executive Summary)

Government Economic Policy And Conflict Of Interest Problem

      Objective

      This research’s aim is to analyse Thaksin Shinnawatra’s government economic policy and programs during 2001 – 2005 to see whether they have caused conflict of interest between the public officials private interest and the public interests or not.It will also try to answer how such cases will affect different social groups and country’s economic and social development and how we can conclude from this research a proposal for strategies and measures to prevent and curb the conflict of interest problem.

      Definition

      “Conflict Of Interest” is defined here as any situation in which an individual, usually the public official, exploits official capacity in some ways for his  or her personal benefits.

      Findings

      Our study has revealed that  there are many government’s economic policies that benefit public officials private interests but harm public interests , For example :

  •  
    • Thaksin and other former businessmen in his party divested shares in the companies they owned to their family members  rather than to the independent blind trust.These companies either  do business with the government or get some privilege from the government.The spouses of several serving ministers have reported big increases in their wealth in the recent disclosure notices.
    • Shin Satellite, another company in which Thaksin’s family holds a majority stake, won an eight-year tax holiday worth 16 billion bath ($401.5 million) for its soon – to –be-launched IPSTAR broadband satellite system from Thailand’s Board of Investment. The tax break  represented the first time the state agency, historically charged with attracting foreign investment, had offered such incentive to a Thai-owned company.
    • Thaksin’s government favor the interest of his family – it save Thai AirAsia ;which is part of Shin Corp,  more benefits than Thai International Airway by giving  more right to AirAsia to fly to ChiengMai. Moreover,it plans to transform ChiangMai into a regional aviation hub so that AirAsia can use Chiang Mai as a base for flights China and other neighboring countries.
    • The signing of free trade agreement with Chaina, Australia, New Zeland and some other countries will benefit some politician’s businesses in telecommunication and car manufactaring , including some,  big agricutural companies and harm small and medium farmers who are less competetive and are less subsidized than farmers in those countries.
    • The privatization of monopoly state enterprise such as Petroleum Authority of Thailand (PTT) benefits  politician related big private  investors who can make huge capital gains from buying PTT shares at par value of 35 baht per share in 2002 when PTT share value had increase to  250 baht  per share in 2005. The government who has smaller number of share (from 100 % to around 51 %) gain less from PTT profis. The plan to privatize the Electrical Generating Authority of Thailand, if wasn’t being interrupted by the order of the central administrative court, would bring even greater profits for some big private investors.
    • In the stock market during 2001 – 2005, companies with had some  members  relating to those who held positions in the government had seen their market share values increased significantly more than companies which did not have such a political link. This was because there were many policies which benefited the former companies .For example : discretionary tax breaks; reduction of concession fee; restriction or the discouragement of new entrants, as well as delaying of policies which may affect the incumbent firms.
    • Under Thaksin’s government’s new Thai Telecommunication Act (2006) which allow Thai telecommunication companies to sell 49 % of their total shares to foreign companies is  passed on Friday January 20th three days later, Thaksin’s family sold all stake in Shin Corporation, a leading communication company in thailand to Temasek Holding with tax liability exemption. The Shinawatra and Damapong (Thaksin’s wife’s maiden name) families netted about 73 billion baht (about $1.88 billion) tax – free from the buyout, exploiting a regulation that allows individuals(as opposed to corporations) sell shares on the stock exchange to pay no capital gain tax. Critics have accused him of insider trading and structuring the deal to avoid paying hefty taxes, among other irregularities.

    Impacts of conflict of interests on country’s development

      Conflict of interest  has negative influences on government’s decisions as well as economic growth.Hence government’s decisions might not be for the best interest of the country. For example, if a contract or concession is awarded to firm that has the most direct political connections rather than to the most efficient firm, then the national economy loses some benefit.

      Efficient firms which do not have political influence may eventually go bankrupt as they can’t get contracts.  If this is so,then the politically connected firm can become more slack and less efficient since they  no longer have competitors.This means that is a loss of welfare to the economy.

      Conflict of interest will also have a negative impact on political development. Those businessmen and politicians who benefit from the conflict of interest have a vested interest in hiding their actions from public scrutiny. Government that has a problem regarding conflict of interest may be tempted to use its powers to obstruct transparency.

      For example, the government might try to disable institutions such as anti-corruption agencies, remove effective corruption-busters from office and place compliant allies in sensitive positions.It might invest heavily to gain political support or even pervert the democratic process to prevent the opposition party from monitoring its action.They might restrict the freedom of information by using state-owned media and intimidate journalists and editors by legal proceedings. In short, the government may try to sabotage  the system of checks and balances, human rights and transparency. Disguised conflict of interests can have long-term impacts on political development and citizen rights.

      Preventing and Suppressing the conflict of interest problem and other related means corruption 

  •  
    • Establish an independent and strong anti corruption agency (with adequate staff and funding) and enhance transparency in the financing of election campaigns and political parties. The anti corruption organization should also educate the public to make them aware of the seriousness of conflict of interests problem and become more involve in helping the prevention and suppression of corruption.
    • Reform public sector services by ensuring transparency, efficiency and recruitment based on merit. Public officials should be subject to codes of conduct, requirements for financial and other disclosures and appropriate  disciplinary measures.
    • Promote transparency and accountability in public finance and establish specific requirement for the prevention of corruption in the particulary critical areas of the public sector such as the judiciary and public procurement. Moreover, there should be open access to public record to make it possible for individuals and associations to control the exercise of official authority.
    • Improve institutional measures such as positive external audit and verification, other internal supervisory measures, publication of disclosed interests, development of a strong management culture supporting intergrity, recusal of the public official from involvement in an affected decision  making process.
    • Promote actively the involvement of non-governmental and community – based organization as well as other elements of civil society such as mass media, academics , trade unions and trade associations; and to raise public awareness of corruption as well as what can be done about it.
    • Cut red tape to minimize opportunities for public officials to solicit or accept bribes from some members of the business sector to facilitate the processing of their applications for license or any state permissions.
    • Reduce opportunities for corruption in public agencies especially the police bureau, internal revenue department, custom department and public work department because of their access to the fee paying public and the ample opportunities for corruption.The selection,training and monitoring of the public officials should be improved to a higher standard.Public officials should get better salaries and allowances, but  punished severely if they are caught for corrupted practices.
    • Revise and effectively implement the law enforcing politicians who have public official titles  to transfer  more than 5% of their share in private companies to the juristic person or “Blind Trust”, and can not get involve in any kind of management  of their former private companies.

      In conclusion, Thai people can learn from experiences of other countries such as Singapore and  Hong Kong to establish strong and efficient organizations,measures to prevent and suppress every forms of corruption including conflict of interests which is a new phenomena  and is rather too complicate for the general public to understand.The priority is to do research and communicate data on this problem to raise awareness and understanding, as well as to encourage the general public to become more committed in helping the prevention and suppression of corruption at the national level.