RSS

คำนำ

20 ก.ย.

คำนำ

      รายงานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยในเชิงคุณภาพที่เน้นการวิจัยทางเอกสาร ใช้เวลาในการทำราว 6 เดือน คือในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ถึงเมษายน พ.ศ. 2549

วัตถุประสงค์

  •  
    1. ศึกษาวิเคราะห์แนวนโยบายและมาตรการของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจว่า ก่อให้เกิดหรือมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาเรื่องการทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of  Interest) ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่รัฐและ
  •  
      ผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือไม่  อย่างไร รวมทั้งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกลุ่มทางสังคมกลุ่มต่าง ๆ และการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศอย่างไร
  •  
    1. ยกตัวอย่างและอธิบายปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนให้สาธารณชนเข้าใจเพิ่มขึ้น และนำเสนอแนวทาง มาตรการ ในการการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องการทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ   (Conflict of  Interest) 
  •  
      สมมุติฐาน/โจทย์วิจัย

      การดำเนินนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลนายกฯทักษิณ ชินวัตรในหลายด้าน เช่น  นโยบายการเปิดเสรีให้กับธุรกิจบางอย่าง  การเปิดเสรีการค้า (FTA)  ในบางเรื่องกับบางประเทศ  การให้/ต่อสัมปทาน  การเพิ่มภาษีหรือยกเว้นภาษี ให้กับธุรกิจบางอย่าง ฯลฯ เป็นเรื่องที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือความทับซ้อนด้านผลประโยชน์ (Conflict of Interest)  ระหว่างผลประโยชน์ของสาธารณชน  กับผลประโยชน์ของเจ้าของ/ผู้ประกอบธุรกิจบางอย่าง  ซึ่งเป็นกิจการของผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เครือญาติหรือพรรคพวกของผู้มีตำแหน่งทางการเมืองได้  การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจในลักษณะเช่นนี้ จะทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม  และไม่ส่งเสริมให้ผู้ผลิตและผู้ค้าดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ประชาชนผู้บริโภคเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมเจริญเติบโตได้ช้าลง พัฒนาไปอย่างไม่มั่นคง และไม่ยั่งยืนได้ และควรที่สังคมจะได้หาทางป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะนี้ขึ้น หรือให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็น

      ขอบเขตของงานวิจัย    

      ศึกษาวิเคราะห์นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544  จนถึงปีพ.ศ. 2548 ในส่วนที่ก่อให้เกิดหรือมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน เหตุที่เลือกการวิจัยในช่วงดังกล่าว  เนื่องจากเป็นช่วงที่มีกลุ่มนักธุรกิจเข้ามามีบทบาททางการเมืองโดยตรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของไทย   และเป็นช่วงที่รัฐบาลดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจแบบขยายตัวอย่างเต็มที่โดยทำให้นโยบายทางเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยการผลิตชนิดหนึ่งของธุรกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก มีการใช้การวิ่งเต้นการใช้กฎหมาย การต่อรอง การโฆษณาประชาสัมพันธ์และการหาพันธมิตรเพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของธุรกิจให้มากที่สุด ดังนั้นนโยบายของรัฐบาลยุคใหม่นี้จึงเข้าเกณฑ์ที่จะมีโอกาสเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนมากยิ่งกว่ายุคก่อนหน้านี้อย่างเด่นชัด  

      อีกเหตุผลหนึ่งคือ เนื่องจากงานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยขนาดเล็กที่ใช้ระยะเวลาค่อนข้างสั้น จึงต้องจำกัดขอบเขตช่วงเวลาของหัวข้อวิจัยให้อยู่ในระยะเวลาที่ไม่ยาวนานเกินไป เพื่อที่ผู้วิจัยจะสามารถวิจัยเนื้อหาได้ครอบคลุมและอย่างเจาะลึกมากพอที่จะใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อหาทางป้องกันแก้ไขปัญหานี้ต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ก็คงมีการกล่าวเชื่อมโยงถึงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนก่อนสมัยรัฐบาลนายกฯทักษิณบ้าง เพื่อชี้ให้เห็นว่า ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกรัฐบาล หากมีสถานการณ์ที่เอื้ออำนวย

      งานวิจัยชิ้นนี้จะเน้นศึกษาเฉพาะนโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับ   ผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐที่มาจากการเลือกตั้ง คือนักการเมืองที่ได้ดำรงตำแหน่งบริหารเป็นด้านหลัก จะไม่รวมถึงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐที่มาจากการแต่งตั้ง ตำรวจ ข้าราชการประจำ   เช่น ผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องการควบคุมดูแลหรือปล่อยปละละเลยกิจกรรมผิดกฎหมายหรือเศรษฐกิจนอกระบบที่มีการเลี่ยงกฎหมาย ทั้งนี้เพราะเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจโดยตรง จึงอยู่นอกขอบเขตของหัวข้อวิจัยชิ้นนี้

      ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวโยงกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเกี่ยวโยงไม่มากนัก ไม่ชัดเจน เช่น โครงการประชานิยมบางโครงการก็คงจะไม่กล่าวถึง เพราะถือว่า อยู่นอกขอบเขตของหัวข้อวิจัยเช่นเดียวกัน ที่ต้องเกริ่นไว้เช่นนี้เพื่อที่จะอธิบายว่า เป็นการทำงานตามหัวข้อวิจัยที่ได้มีการกำหนดโดยสถาบันผู้ให้ทุนวิจัยเป็นหลัก ไม่ได้เป็นเพราะผู้วิจัยมีความลำเอียงที่จะกล่าวถึงเฉพาะแต่เรื่องนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณที่เกี่ยวโยงกับปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนแต่อย่างใด

      กรอบคิดทฤษฏีและวิธีการวิจัย 

      ผู้วิจัยเลือกใช้แนวคิดทฤษฎีและหลักการทางด้านเศรษฐศาสตร์และการเมืองในการวิเคราะห์และสังเคราะห์จากข้อมูลเชิงประจักษ์ เช่น เอกสารด้านนโยบาย  มติคณะรัฐมนตรี  คำแถลงและคำให้สัมภาษณ์ฝ่ายรัฐบาล  ข่าวสาร ข้อมูล สถิติตัวเลขต่างๆ รายงานผลการดำเนินการ การประเมินผลและการวิเคราะห์ ทั้งจากหน่วยงาน นักวิชาการ นักวิเคราะห์ในหนังสือพิมพ์ นิตยสารและหนังสือต่าง ๆ รวมทั้งรายงานและบทวิเคราะห์ของปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นและ       ผลประโยชน์ทับซ้อนในประเทศอื่น และโดยองค์การระหว่างประเทศ

      เนื้อหางานวิจัย 

      ประกอบด้วยบทต่าง ๆ รวม 9 บท 2 บทแรก คือเรื่องความหมาย ขอบเขต ความเป็นมา กรณีตัวอย่างและผลกระทบของปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนและนโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจที่สัมพันธ์กับปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน บทที่ 3 – 7 กรณีศึกษาปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนกรณีต่าง ๆ 2 บทสุดท้าย คือแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น และผลประโยชน์ทับซ้อน สรุปและข้อเสนอแนะ  

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: