RSS

บทนำ

28 ก.ย.

แก้ปัญหาคนจนให้ถูกทาง

พัฒนาประเทศให้ยั่งยืน

วิทยากร เชียงกูล 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

สารบัญ

คำนำ

1.คนจนคือใคร วัดกันอย่างไร

2.ทัศนะต่อความยากจนในสังคมไทย

3.ความยากจนสมัยใหม่ – ใครสร้าง, สร้างอย่างไร

4.ระบบความมั่นคงทางสังคม-ทางแก้ไขปัญหาความจนเชิงโครงสร้าง

5.การพัฒนาแบบยั่งยืน อยู่คนละขั้วกับ การพัฒนาแบบเน้น กำไรและการบริโภคสูงสุดของเอกชน

6.ต้องเข้าใจและปฏิรูประบบเศรษฐกิจมหภาคทั้งระบบจึงจะแก้ไขปัญหาคนจนได้

7.คนรวยและคนชั้นกลางจะช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างไร  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

คำนำ 

      หนังสือรวมบทความเกี่ยวกับปัญหาความยากจนและการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน เล่มนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ข้อมูลและแง่คิดทั้งในเชิงประวัติศาสตร์, ปรัชญาแนวคิดและเศรษฐศาสตร์การเมืองของปัญหาคนจนและแนวทางการพัฒนาประเทศอย่างบูรณาการมองปัญหาอย่างเชื่อมโยงเป็นองค์รวมที่ต่างไปจากความรู้และแนวคิดเศรษฐศาสตร์กระแสหลักที่

      รัฐบาลไทยรักไทยสนใจปัญหาคนจนก็จริง แต่ยังเข้าใจปัญหาคนจน/ความจนแบบแยกส่วน เช่นมองว่าที่ประเทศไทยยังมีคนจน เพราะพวกเขาปรับตัวให้เข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ไม่ได้ดีพอ และถ้ารัฐช่วยให้พวกเขามีทุนรอน,มีเครื่องมือในการพัฒนาการทำมาหากินได้แล้ว ปัญหาคนจนก็จะหมดไปได้ใน 6 ปี แต่จริง ๆ แล้วคนจนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง คือคนจนส่วนใหญ่จน เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของและผู้ควบคุมปัจจัยการผลิต และจนเพราะถูกการพัฒนาเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาดแบบปลาใหญ่กินปลาเล็กทำให้จนลงด้วย การพัฒนาเศรษฐกิจในรอบ 50 ปี ที่ผ่านมา ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทยอาจจะลดลงจากเมื่อ 50 ปีที่แล้วแต่เส้นความยากจนที่กำหนดไว้ที่เติบโตโดยเฉลี่ยปีละ 6-7 แต่ประเทศไทยมีคนจน ทั้งจนโดยสมบูรณ์ (ไม่พออยู่ไม่พอกิน)และจนโดยเปรียบเทียบ (รายได้ต่ำกว่าคนอื่น ๆ ในสังคมเดียวกันมาก)เพิ่มขึ้นมาโดยตลอด คนจนตามนิยามแบบทางการที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน (เส้นพอยังชีพ)ที่ 922 บาทต่อคนต่อเดือน ในปี 2545 นั้นต่ำมากกว่าระดับพอยังชีพ คนที่มีรายได้ต่ำกว่าค่าแรงงานขั้นต่ำที่อยู่ราว 4,000-5,000 บาทต่อคนต่อเดือนควรจะถือว่าเป็นคนจนด้วย

      รัฐบาลไทยรักไทยอาจจะเห็นความสำคัญของปัญหาคนจน แต่พวกเขาอาจจะนิยามคนจนและวิเคราะห์สภาพปัญหา,สาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาคนจนในเชิงเทคนิค มากกว่าจะเข้าใจเชิงโครงสร้าง ประเทศไทยไม่ได้จนเงิน, จนทรัพยากรแต่คนส่วนใหญ่จนเพราะโครงสร้างการกระจายทรัพย์สินและรายได้ไม่เป็นธรรมอย่างมาก

      ประเทศไทยในปัจจุบันมีเงินฝากธนาคาร 5ล้านล้านบาท,ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชากร 5.8 ล้านล้านบาท, ส่งออกได้ประมาณปีละ 6-7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ(2.4-2.8 แสนล้านบาท),มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ในช่วงปลายปี 2546 รวม 4.47 ล้านล้านบาท แต่เงินและทรัพยากรส่วนใหญ่ (ราว 58%) อยู่ในมือคนรวยชนชั้นกลางเพียง 12 ล้านคนหรือ 20  % ของประชากร ไม่ได้กระจายไปสู่ผู้คนส่วนใหญ่ อีก 50 ล้านคนอย่างทั่วถึงเป็นธรรม

      ปัญหาคนส่วนใหญ่จนที่ เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกับการที่ประเทศไทยมีปัญหาการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรมสูงกว่าประเทศอื่น มาก เช่นคนที่รวยที่สุด 10% แรกมีสัดส่วนในรายได้ถึง 38% ของคนทั้งประเทศ สูงกว่าแม้แต่ประเทศอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ด้วย (เศรษฐีไทย 200 ตระกูล มีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ตระกูลละ 100 ล้านบาทถึง 2,6711 ล้านบาท และในจำนวนนี้มี 10 ตระกูลที่มีหุ้นมากกว่า 4,000 ล้านบาท วารสารการเงินการธนาคาร ธันวาคม 2546 )

      การที่ประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำเป็นประเทศแรกในปี 2540 ส่วนหนึ่งก็มาจากปัญหาโครงสร้างการพัฒนาในประเทศที่ไม่สมดุล การกระจายทรัพย์สิน รายได้ ความรู้ ฯลฯมีความเหลื่อมล้ำกันมาก คนรวยคนชั้นกลางเก็งกำไรใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สร้างหนี้มาก คนจน ทั้งเป็นหนี้ ทั้งมีรายได้ต่ำ,ขาดอำนาจซื้อ ธุรกิจและเศรษฐกิจจึงพลอยซบเซาจนถึงตกต่ำ

       ปัญหาความยากจนของประเทศจึงไม่ใช่เป็นเรื่องของคนยากจนเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของคนรวยและคนชั้นกลางที่อับจนทางปัญญาและจิตสำนึกมองแต่ประโยชน์ส่วนตัวระยะสั้น  ไม่รู้จักมองการณ์ไกล ไม่รู้จักการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเช่น การปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูประบบภาษีอากร,การเงินการธนาคารและการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคมด้านต่าง ๆ จริง ๆ เพื่อทำให้คนส่วนใหญ่สามารถพัฒนาอาชีพมีรายได้ มีอำนาจซื้อเพิ่ม ทำให้ธุรกิจและเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีประชาชนถึง 63 ล้านคน(ใหญ่กว่าอังกฤษ,ฝรั่งเศส)เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

      การเข้าใจและแก้ไขปัญหาความยากจนของคนส่วนใหญ่ให้ถูกทางมุ่งทำให้คนมีคุณภาพซีวิตที่ดีขึ้น ก็จะไปช่วยแก้หรือลดปัญหาความด้อยพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมการเมืองด้านต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งประเทศรวมทั้งคนชั้นกลางและคนรวยในระยะยาวด้วย เพราะเมื่อคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่มีรายได้ มีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้น คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือ ธุรกิจต่าง ๆ นั้นเอง อย่างไรก็ตามการคิดแต่การมุ่งทำให้ทุกคนรวยขึ้น บริโภคมากขึ้น อาจนำไปสู่การทำลายล้างทรัพยากรและการเอาเปรียบ, ความเห็นแก่ตัว ซึ่งทำให้ประเทศกลับยากจนภายหลังได้ ดังนั้นเราจึงจะต้องสนใจการพัฒนาเชิงคุณภาพชีวิตที่ดี มากกว่าความร่ำรวยทางวัตถุ เราถึงจะมีทางแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างถูกทางและพัฒนาประเทศได้ยั่งยืนอย่างแท้จริง

                                                วิทยากร  เชียงกูล

                                                  วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม

                                                       มหาวิทยาลัยรังสิต

                                                           มกราคม 2547 

Advertisements
 

One response to “บทนำ

  1. ชัชวาลย์

    ธันวาคม 22, 2009 at 3:48 pm

    สารบัญ

    คำนำ

    1.คนจนคือใคร วัดกันอย่างไร

    2.ทัศนะต่อความยากจนในสังคมไทย

    3.ความยากจนสมัยใหม่ – ใครสร้าง, สร้างอย่างไร

    4.ระบบความมั่นคงทางสังคม-ทางแก้ไขปัญหาความจนเชิงโครงสร้าง

    5.การพัฒนาแบบยั่งยืน อยู่คนละขั้วกับ การพัฒนาแบบเน้น กำไรและการบริโภคสูงสุดของเอกชน

    6.ต้องเข้าใจและปฏิรูประบบเศรษฐกิจมหภาคทั้งระบบจึงจะแก้ไขปัญหาคนจนได้

    7.คนรวยและคนชั้นกลางจะช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างไร

    ต้องการอ่านบทความหรือหนังสือเล่มนี้คับ

    แนะนำหน่อยคับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: