RSS

คำนำของผู้เขียน (ทางออกปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ปี2542)

02 ต.ค.

คำนำของผู้เขียน

      ผู้เขียนได้เคยเสนอตั้งแต่เกิดวิกฤติใหม่ ๆ ว่าปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่เห็นได้ชัดตั้งแต่การประกาศค่าเงินบาทลอยตัว และการไปกู้เงิน IMF นั้น ไม่ใช่เป็นแค่ปัญหาการจัดการทางการเงิน การคลัง เท่านั้น ; แต่เป็นวิกฤติทางโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองและวิกฤติการขาดภูมิปัญญา  และจิตสำนึกของชนชั้นนำไทย. 

      การที่รัฐบาลยอมทำตามเงื่อนไขของ IMF โดยไม่กล้าต่อรองอย่างเป็นตัวของตัวเองนั้น จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยตกต่ำ คนว่างงานเพิ่มขึ้นและถูกต่างชาติเข้ามาครอบงำมากขึ้น ; และเราควรเลือกแนวทางแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจสังคมของชาติที่เน้นการพึ่งตนเอง  การฟื้นฟูเศรษฐกิจและตลาดภายในประเทศ และลดการพึ่งต่างชาติลง  ไม่ใช่การมุ่งกู้หนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า และส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาซื้อกิจการและเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น.  (“วิกฤติเศรษฐกิจไทย ผลกระทบจากการรับเงื่อนไข IMF และทางออกสำหรับประชาชน” สกว. 2541)

      เหตุการณ์ 2 ปีที่ผ่านมาได้ยืนยันแนวโน้มที่ผู้เขียนวิเคราะห์ไว้แทบทุกอย่าง  คนว่างงานเพิ่มขึ้นราว 2 ล้านคน,  คนอีกหลายล้านคนถูกลดเงินเดือนและสวัสดิการ,  คน 61.4 ล้านคนทั้งประเทศมีรายได้แท้จริงลดลง และมีภาระหนี้กันมากขึ้น ทั้งหนี้โดยตรงและการแบกรับภาระหนี้ของประเทศ, ลูกหนี้ของธนาคารครึ่งประเทศไม่มีปัญญาผ่อนชำระหนี้,  ประชาชนต้องเสียเปรียบธนาคาร สถาบันการเงิน มากขึ้น (เวลาฝากได้ดอกเบี้ยต่ำ เวลากู้เสียดอกเบี้ยสูง),  เกิดปัญหาการทุจริตฉ้อฉล ความรุนแรง,  เอารัดเอาเปรียบ,  อาชญากรรม,  ยาเสพย์ติด,  โสเภณี,  โรคเอดส์,  ปัญหาโรคจิตประสาทและความเครียด ฯลฯ กว้างขวางและรุนแรงยิ่งขึ้น.  วิกฤติทางเศรษฐกิจได้นำไปสู่เป็นวิกฤติในทางสังคม วัฒนธรรม   และทางการเมืองด้วย.

      ชนชั้นนำไทยนั้นขาดทั้งภูมิปัญญา  และความกล้าหาญทางจริยธรรม ที่จะคิดหาทางออกจากวิกฤติแบบกล้าผ่าตัดโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมเพื่อประโยชน์ของคนไทยส่วนใหญ่ในระยะยาว.  พวกเขาได้แต่คิดอยู่ในกรอบคิดของเศรษฐศาสตร์ตะวันตกกระแสเก่า  และได้แต่ทำตามคำชี้แนะของ IMF และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเองและพรรคพวกไปวัน ๆ.

      แนวทางการแก้ปัญหาวิกฤติตามคำชี้แนะของ IMF ที่เน้นการพึ่งพาเงินกู้ และทุนต่างชาติ  จะฟื้นฟูเศรษฐกิจตกต่ำของไทยได้เพียงบางส่วน (เช่น  ภาคธนาคาร ภาคธุรกิจส่งออก อุตสาหกรรมและบริการสำหรับคนมีเงิน),  และเป็นการฟื้นฟูเพียงระยะสั้น.  การฟื้นเช่นนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนต่างชาติ  และนายทุนกับคนชั้นกลางของไทยเพียงส่วนน้อย ; จะไม่ช่วยให้คนส่วนใหญ่มีงานทำ มีรายได้  และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง.  ทุนต่างชาติจะเน้นการหากำไรสูงสุดของบริษัท,  การลดการจ้างคนเพื่อลดต้นทุนของบริษัท,  การมุ่งหากำไรจากการส่งออกและกำไรระยะสั้น  มากกว่า จะคำนึงถึงการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบที่มุ่งประโยชน์ประชาชนไทยส่วนใหญ่ในระยะยาว. 

      รัฐบาลบอกว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้น  โดยอ้างตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมปี 2542 ว่าจะเป็น +1  ซึ่งดีกว่าปี 2541 ที่เป็น –8  และอ้างว่าตัวเลขการลงทุนจากต่างชาติว่าเพิ่มมากขึ้น  การส่งออกอยู่ในเกณฑ์ทรงตัวหรือเป็นบวกนิดหน่อย.  แต่ตัวเลขเหล่านี้  เป็นเพียงส่วนย่อยส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจทั้งระบบ ไม่ได้เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการกินดีอยู่ดีของประชาชนทั้งประเทศ.  มาตรการ 4-5 มาตรการที่     รัฐบาลทยอยประกาศออกมาทีละชุด  ชี้ชัดว่ารัฐบาลเพียงแต่คอยตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าระยะสั้น  ยังไม่ได้คิดในเชิงปฏิรูปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมือง ; และไม่ได้คิดที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางและเป้าหมายในการพัฒนาประเทศใหม่ เพื่อคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง.

      หนังสือเล่มนี้มุ่งเสนอแนวคิดสำคัญ 2 ประการคือ

  1. แนวคิดใหม่ในการแก้วิกฤติเพื่อหาคำตอบว่าเราจะไปทางไหนกัน.  ผู้เขียนเสนอแนวทางการเมืองแบบสังคมประชาธิปไตยใหม่ และเศรษฐกิจแบบเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและตลาดในประเทศเป็นด้านหลัก.  เสนอให้ปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง  ให้เป็นไท (จากการครอบงำของนายทุนต่างชาติ)  กระจายทรัพย์สิน รายได้  การศึกษา  ข้อมูลข่าวสาร  สิทธิทางการเมือง และสังคมให้ เป็นธรรม  โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต  สร้างความสุขประชาชาติ มากกว่าเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ.  ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเป็นเพียงตัวเลขยอดรวมของการผลิตและการบริโภค  ที่อาจจะสูงขึ้นได้ เพียงเพราะคนรวยคนชั้นกลางซึ่งยังมีเงินอยู่ใช้จ่ายมากขึ้น แต่เป็นตัวเลขที่ไม่สะท้อนการกินดีอยู่ดีของประชาชนส่วนใหญ่.
  2. แนวทางในการทำให้แนวคิดใหม่ในการแก้วิกฤติเกิดผลในทางปฏิบัติ,  นั่นก็คือ การหาคำตอบว่า เราจะไปอย่างไรกัน.  ผู้เขียนเสนอให้ประชาชนที่ตื่นตัวต่อปัญหา  รวมกลุ่มจัดตั้งองค์กรประชาชนที่เน้นงานด้านการเมืองเพื่อพัฒนา  เผยแพร่และทำแนวคิดใหม่ให้มีผลในทางปฏิบัติ เสริมสร้างโอกาสให้เกิดผู้นำใหม่ ๆ ที่จะขยายบทบาทในการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงสังคมและประชาชนสามารถเข้าร่วมและตรวจสอบได้อย่างต่อเนื่อง.  การสร้างเครือข่ายขององค์กรประชาชนที่มีอุดมการณ์เพื่อความเป็นไท  เป็นธรรม  และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน  ให้เป็นเครือข่ายที่กว้างขวาง  และมีความเข้มแข็งพอที่จะต่อรองกับนักการเมือง  ข้าราชการ และกลุ่มนักธุรกิจได้มากขึ้น.

 

      หนังสือเล่มนี้ได้รับการเอื้อเฟื้อจัดพิมพ์จากกลุ่มทางออกไทผู้เป็นแกนหลักในการสนับสนุนให้ผู้เขียนลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก จังหวัดกรุงเทพมหานคร  ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม ปีหน้า. การจัดพิมพ์แบบประหยัดโดยไม่เน้นความสวยงามคงทน ก็เพื่อเผยแพร่สู่ประชาชนได้กว้างขวางมากขึ้น.  ผู้ที่เห็นว่าหนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไข วิกฤติของชาติ,  ขอได้โปรดแนะนำหรือช่วยกันซื้อแจกเพื่อนร่วมชาติคนอื่น ๆ ให้มีโอกาสได้อ่านต่อ และช่วยกันถกเถียง ค้นคว้า เผยแพร่ต่อด้วย  เพื่อที่พวกเราจะได้ช่วยกันหาทางออกจากวิกฤติของชาติได้อย่างถาวรยั่งยืนต่อไป.

                                          วิทยากร  เชียงกูล

                                          ศูนย์วิจัยทางด้านสังคมศาสตร์

  •  
    •  
      •  
        •  
          •  

                    มหาวิทยาลัยรังสิต

  •  
    •  
      •  
        •  
          •  

                    สิงหาคม  2542 

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: