RSS

ทางออกของปัญหา:น้ำมันแพง เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องแก้ไขทั้งระบบ

30 พ.ย.

ทางออกของปัญหา:น้ำมันแพง เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องแก้ไขทั้งระบบ
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 25 พฤศจิกายน 2550 16:44 น.

โดยวิทยากร  เชียงกูล

       น้ำมันแพงตั้งแต่นี้ไปเป็นปัญหาถาวร ไม่ใช่วัฏจักรขึ้นลงเหมือนครั้งก่อน
       
        โลกเรากำลังใช้น้ำมันมากกว่าที่เราผลิตและกลั่นได้ เราขุดน้ำมันมาใช้ถึงจุดสูงสุดหรือครึ่งหนึ่งแล้ว อีกครึ่งหนึ่งที่เหลือจะขุดยากขึ้น ผลผลิตแต่ละปีจะลดลงตามลำดับ ขณะที่ปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น น้ำมันดิบที่มีราคาระดับบาเรลละ 80 ดอลล่าร์สหรัฐ (สูงขึ้น 3 เท่าตัวจาก 5 ปีที่แล้ว) จะไม่มีราคาลดต่ำกว่านี้ มีแต่จะสูงขึ้นเป็นหลักร้อย ชนชั้นนำไทยที่เสนอให้ไปใช้ก๊าซธรรมชาติแทนน้ำมัน ไม่ตระหนักว่านี่เป็นการแก้ไขได้บางส่วนและชั่วคราวเท่านั้น ก๊าซธรรมชาติก็จะหมดในเวลาต่อไป และจะแพงขึ้นเช่นกัน
       
       ปีที่ผ่านมาทั้งโลกใช้น้ำมันวันละ 84 ล้านบารเรล หรือตกปีละ 30,660 ล้านบารเรล ( 1 บารเรล = 158.9 ลิตร) คาดว่าจะมีน้ำมันทั้งโลกให้ใช้ได้ไม่เกิน 40 ปีนับจากนี้ไป
       
        คนที่ไม่ศึกษาอนาคต จะทั้งเจ็บปวดและทั้งงุนงง
       
       นักธรณีวิทยาด้านน้ำมันส่วนใหญ่เชื่อว่า มีการสำรวจไปทุกมุมของโลกอย่างน้อย 95 – 98% ของทุกพื้นที่ในโลกแล้ว ช่วง 10 – 20 ปีหลังมีการพบแหล่งน้ำมันใหม่น้อยลงตามลำดับ ก๊าซธรรมชาติก็คาดว่าจะถูกใช้หมดตามหลังน้ำมันไม่เกิน 10 ปี
       
        การที่โลกฝากความหวังเรื่องการพึ่งแหล่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง รุสเซีย เอเชียกลาง ลาติน อเมริกา และแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาที่ซับซ้อน ยังเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายจากความผันผวนทางการเมืองมากด้วย
       
        พลังงานทางเลือกอื่นนอกจากน้ำมันมีข้อจำกัด
       
        พลังงานอื่นที่จะมาแทนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติได้ยังมีการพัฒนาน้อย และมีข้อจำกัด ถ่านหินมีมากก็จริง แต่สร้างมลภาวะมากที่สุด ทั้งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งทำให้โลกร้อนขึ้น ธรรมชาติขาดความสมดุล เกิดพายุและน้ำท่วมมากขึ้น การกลั่นน้ำมันจากถ่านหิน ทรายน้ำมัน หินน้ำมันก็ต้นทุนสูงและสร้างมลภาวะ โรงงานไฟฟ้าจากปรมาณู ทั้งแพง ทั้งอันตราย พลังงานจากไบโอดีเซลและจากไฮโดรเยนที่จะทำเป็นเซลล์เชื้อเพลิง สำหรับใช้ยานพาหนะและอื่น ๆ ก็ยังมีต้นทุนสูงและต้องการการวิจัยและพัฒนาอีกมาก พลังงานแสงแดด ต้นทุนสูง ต้องใช้เวลาพัฒนาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ต้องใช้แร่เหล็กมาก กระบวนการผลิตก็ก่อมลภาวะส่วนหนึ่ง พลังงานไฟฟ้าจากเขื่อนขนาดใหญ่ก็มีปัญหาด้านมลภาวะและความไม่คุ้มทุนสูง
       
       พลังงานจากลมมีต้นทุนต่ำและมีโอกาสดีที่สุด แต่ทำได้เฉพาะบางสถานที่และจะใช้ภายในชุมชนใกล้ ๆ ได้มากกว่าจะผลิตเป็นขนาดใหญ่และส่งไปใช้ได้ไกล ๆ โดยเสียต้นทุนต่ำ รวมทั้งไม่อาจใช้ในยานพาหนะได้
       
       บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ 5 – 6 บริษัทและรัฐบาลมักจะคิดแบบเข้าข้างการใช้น้ำมันที่พวกเขาคอยควบคุมได้ง่ายและได้กำไรมากกว่าจะพัฒนาพลังงานทางเลือกแบบที่ชาวบ้านและชุมชนจะผลิตใช้เองได้โดยไม่ต้องพึ่งบริษัทใหญ่ ทั้งประชาชนก็ถูกครอบงำทางความคิดให้ชอบและชินกับความสะดวกสบายจากการใช้น้ำมันและการบริโภคสิ่งต่าง ๆ ที่พึ่งน้ำมัน จนนึกว่าน้ำมันมีเหลือเฟือไม่จำกัด เหมือนเด็กเล็กที่คิดว่าถ้าพ่อแม่ต้องการเงินก็แค่ไปกดเงินมาจากตู้เอทีเอ็ม
       
       น้ำมันแพงนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ และวิกฤติขาดแคลนอาหาร
       
       ไม่ว่าน้ำมันจะหมดโลกภายใน 40 ปี จริงหรือไม่ แต่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะต้องหมดภายในศตวรรษนี้อย่างไม่มีทางผลิตทดแทนได้ ถึงจะมีมาตรการประหยัดการใช้น้ำมันออกมาบ้าง การใช้น้ำมันของโลกก็จะยังคงเพิ่มขึ้น เพราะคนเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจหลายประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น คนใช้รถยนต์ส่วนตัว ใช้ไฟฟ้า ผลิตอาหารที่ใช้ปุ๋ยเคมี และบริโภคสินค้าที่มาจากน้ำมันหรือต้องใช้น้ำมันและปิโตรเคมีที่มาจากน้ำมันมากขึ้น
       
       เมื่อน้ำมันแพง 1 เท่า หรือ 2 เท่าตัว สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ ภาวะเงินเฟ้อกว่าปีละ 10% ขึ้นไป รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ต้องพยายามปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้น กำลังการซื้อจะตกต่ำ ธุรกิจล้มละลาย ธนาคารเกิดหนี้เสีย เกิดเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำครั้งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งใด เพราะโลกมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเชื่อมโยงกันสูงขึ้น และเพราะเศรษฐกิจทุนนิยมอุตสาหกรรมพึ่งน้ำมันหรือเชื้อเพลิงจากฟอสซิล (รวมก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน) ยิ่งกว่ายุคใดที่ผ่านมา
       
       ปัญหาของประเทศไทย
       
        ประเทศไทยใช้พลังงานคิดเป็นมูลค่าราว 1 ใน 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม และสั่งเข้าน้ำมันเป็นมูลค่าปีละ 5 – 6 แสนล้านบาท สูงกว่าที่เราส่งข้าวไปขายต่างประเทศราว 7 – 8 เท่า น้ำมันกลายเป็นสินค้าหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขาดดุลการค้าและเป็นหนี้สูง ประเทศไทยใช้น้ำมันเพื่อการบริโภคส่วนตัว (เช่น รถส่วนตัว ไฟฟ้าสำหรับความบันเทิง) มากกว่าที่จะใช้เพื่อการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จากการที่คนไทยใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นในอัตรา 1.4 เท่าของอัตราเพิ่มของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งสูงกว่าประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันเพิ่มต่ำกว่า 1 เท่าของ GDP
       
       ชนชั้นนำของไทยยังไม่ได้ตระหนักถึงปัญหานี้อย่างเป็นระบบองค์รวม พวกเขาออกมาตรการประหยัดน้ำมันแบบเกรงใจภาคธุรกิจเอกชนและคนชั้นกลางมากไป กระทรวงพลังงานมองว่าการส่งเสริมให้รถยนต์ใช้ก๊าซและไบโอดีเซล/ก๊าซโซฮอลล์แทนน้ำมันจะลดการใช้น้ำมันได้สัก 20% ภายใน 4 ปี ทั้ง ๆ ที่ก๊าซก็จะหมดจากเมืองไทยและหมดทั้งโลก รวมทั้งจะแพงขึ้นเช่นกัน ส่วนไบโอดีเซลและก๊าซโซฮอลล์ก็ต้องพึ่งการเกษตรสมัยใหม่ซึ่งต้องพึ่งน้ำมัน ในขณะที่รัฐบาลในยุคทักษิณใช้เงินรัฐสนับสนุนราคาน้ำมันและก๊าซในช่วงปี 2547 ขาดทุนไปกว่า 8 หมื่นล้านบาท และทุกวันนี้รัฐบาลยังเก็บภาษีน้ำมันสูงเพื่อชดเชยการขาดทุนของกองทุนน้ำมัน รัฐบาลทุกรัฐบาลส่งเสริมการเติบโตของรถยนต์และการสร้างทางด่วนและถนน มากกว่าที่จะสนใจพัฒนาการขนส่งสาธารณะ การขนส่งสินค้าทางรถไฟและทางเรือซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่าการขนส่งโดยใช้รถบรรทุก รวมทั้งไม่มีมาตรการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง
       
       นี่คือปัญหาวิกฤติที่จะมีผลกระทบรุนแรงต่อคนทั้งประเทศอย่างรุนแรง ควรมีการระดมนักวิชาการเพื่อศึกษาปัญหานี้ในเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบองค์รวม เพิ่มทุนวิจัยและพัฒนาพลังงานทางเลือก ปรับเปลี่ยนการวางผังเมืองใหม่ ปฏิรูประบบภาษีอากร กฎหมาย นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่มุ่งลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล (น้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน) อย่างจริงจัง
       
        อย่ามัวแต่ทะเลาะกัน อย่ามัวแต่แก่งแย่งแข่งขันแบบตัวใครตัวมันกัน อย่ามัวแต่คิดเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน มหันตภัยกำลังจะมาภายใน 10 ปีนี้ คนมีปัญญา คนที่คิดการณ์ไกล คิดถึงปัญหาส่วนรวม ต้องเริ่มต้นศึกษาและหาทางป้องกันหาทางแก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ประเทศไทยจะเกิดภัยพิบัติร้ายแรง และคนที่รอดชีวิตส่วนน้อยจะต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบบุพกาลเหมือนในยุคก่อนโลกมีน้ำมันใช้ในเชิงอุตสาหกรรม
 

9 responses to “ทางออกของปัญหา:น้ำมันแพง เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องแก้ไขทั้งระบบ

  1. a

    เมษายน 3, 2008 at 2:09 pm

    ผมอยู่ชายแดน ทำไมน้ำมันของไทยถึงได้แพงจัง ดีเซลลิตรละ30บาท มาเลเซียของเขาลิรละ 15 บาทเอง ทำไมของเขาถูก ของเราแพง น้ำมัน มันไม่เหมือนกันเหลอ ใครรู้ช่วยตอบหน่อยซิครับ

     
  2. a

    เมษายน 7, 2008 at 11:51 am

    แย่จัง ไม่มีใครมาอ่านเลยเหลอเนี่ย

     
  3. มุก M.1 Skw. U.P.

    เมษายน 20, 2008 at 3:36 pm

    ขอเอาใจช่วยค่ะ เนื้อหาดี ^-^

    สู้ๆค่ะ

    เด็กอุดรพิทย์SKW.M.1 51

     
  4. มิ้นท์

    พฤษภาคม 19, 2008 at 2:15 pm

    กะอ่านอยู่คะ แต่เข้ามาอ่านช้าไม่รุ้เวปไหนมานแสดงปัญหาของนำมันนัก

    ตอนนี้ที่วิทยาลัยกะให้ ทำ สัมมนาเกี่ยวกับปัญห่เศรษฐกิจ อยู่ ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าทามไมอะไรๆมันก็ดูแย่ลงไม่ใช้แต่ว่า โลกร้อน เศรษฐกิจแพง โลกที่เราอยู่กะลังป่วยหรืองัย หรือโลกจะตายละ

     
  5. FriendsInCar.com

    สิงหาคม 21, 2008 at 10:13 am

    หาเพื่อนพนักงาน ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน ประหยัดค่าน้ำมันค่ะ

    http://www.friendsincar.com

     
  6. เลิศ

    เมษายน 21, 2009 at 8:26 am

    อยากให้หน่วยงานหรือสื่อมวลชนช่วยกันหาทางควบคุมให้ราคาน้ำมันมีความยุติธรรมมากยิ่งๆขึ้น

     
  7. ชมรมศึกษาผลงานฯ

    เมษายน 22, 2009 at 9:05 am

    ไม่รู้ว่าคุณเลิศอยุ่จังหวัดไหนเป็นผู้ประกบการหรือผู้บริโภคค่ะ ราคาน้ำมันในตลาดโลกทุกวันผันผวนไม่แน่นอนมาตรการการควบคุมราคาน้ำมันก็มีอย่างต่อเนื่องในกรณีพื้นที่จัดส่งน้ำมันอยู่ไกลหน่อยก็ต้องมีค่าขนส่งเกิดขึ้นผู้บริโภคก็เลยได้รับผลกระทบตรงนั้น

     
  8. Wasan

    กุมภาพันธ์ 15, 2011 at 10:27 am

    แนวพระราชชดิริ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เพื่อพลังงานทดแทน

    น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ (R.B.D.palm olein) เป็นน้ำมันที่สกัดจากผลปาล์มตามกรรมวิธีสะอาด ใช้ปรุงอาหารรับประทานได้
    ด้วยคุณสมบัติพิเศษนี้จึงนำมาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีระบบส่งน้ำมัน เชื้อเพลิงและระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปั้มและหัวฉีดน้ำมันที่ผลิตมา
    ด้วยงานละเอียด จากผลการทดลองพบว่า ไม่มีผลกระทบใด ๆ ในทางลบกับเครื่องยนต์ดีเซล
    การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ทำให้เพิ่มกำลังแรง บิดให้กับเครื่องยนต์ ลดมลพิษในไอเสียของเครื่องยนต์เพิ่มการหล่อลื่น
    ทำให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานได้นาน ประหยัดเงินตราในการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลได้บางส่วน ช่วยเหลือเกษตรกร
    นอกจากนี้ ยังเป็นทางเลือกใหม่ในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่สามารถปลูกทดแทนได้

     
  9. Wasan

    กุมภาพันธ์ 15, 2011 at 10:32 am

    ถ่านอัดแท่งตามแนวพระราชดิริ

    การผลิตถ่ายไม้จำเป็นต้องใช้ แท่งฟืนมาเผาเป็นจำนวนมาก แต่การกระทำเช่นนี้จะส่งผลให้เกิดผลกระทบเกี่ยวกับการขาดแคลนไม้ในอนาคต
    แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแลเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้น พระองค์ทรงมีพระราชดำริ ให้วิจัยและ พัฒนาพลังงานทดแทน
    หนึ่งในโครงการพลังงานทดแทนตามแนวพระราชดำริในการผลิตถ่าน พระองค์ทรงมีพระราชดำริในการนำวัสดุเหลือใช้ เช่น ผักตบชวา มาอัดเป็นแท่งเชื้อเพลิง
    ซึ่งเรียกว่า “เชื้อเพลิงเขียว” และถ่านจากแกลบ ซึ่งปัจจุบันโครงการส่วนพระองค์ในสวนจิตรดา ก็มีโครงการเกี่ยวกับการผลิตถ่านอัดแท่ง ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม
    เพื่อจะได้นำความรู้ไปพัฒนาสำหรับการประกอบอาชีพให้เหมาะสมกับตนเองเพื่อ ความเป็นอยู่ที่พอเพียงต่อไป

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: