RSS

ทางออกของปัญหา:นโยบายพรรคการเมืองควรไปไกลกว่าตลาดเสรีและประชานิยม

03 ก.พ.

ทางออกของปัญหา:นโยบายพรรคการเมืองควรไปไกลกว่าตลาดเสรีและประชานิยม
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 25 ตุลาคม 2550 15:17 น.

วิทยากร เชียงกูล

พรรคการเมืองใหญ่ทุกพรรคยังเสนอนโยบายแนวตลาดเสรีและประชานิยม ซึ่งในแง่การตลาดคงหาเสียงได้ดี แต่ไม่ได้เสนอทางออกที่แท้จริงสำหรับเศรษฐกิจของไทยซึ่งมีปัญหาเชิงโครงสร้างคือเป็นทุนนิยมผูกขาดแบบบริวาร

นโยบายแนวตลาดเสรียังสร้างปัญหาอื่นๆอีกมาก การเน้นการผลิตขนาดใหญ่ ที่ใช้เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ ทุนมาก ใช้แรงงานน้อย ทำให้เกษตรกรรายย่อย ผู้ผลิตรายย่อยแข่งขันสู้ไม่ได้ ต้องล้มละลาย คนว่างงานเพิ่ม? เกษตรกร คนงานและผู้ประกอบอาชีพอิสระ ได้ผลตอบแทนต่ำ มีรายได้ที่ซื้อของได้แท้จริงลดลง เพราะปัญหาราคาสินค้าสูงขึ้นการดำเนินนโยบายแบบตลาดเสรีพึ่งการลงทุนและการค้าต่างประเทศมากกว่าพึ่งตลาดภายในประเทศ จึงมีความเสี่ยงสูง

การพัฒนาในแนวตลาดเสรีและประชานิยม ยังส่งเสริมการเพิ่มการผลิตและการบริโภคเพื่อหากำไรเอกชนโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนทางสังคมและคุณภาพชีวิตของคน ไม่สนใจการกระจายทรัพย์สินและรายได้ให้เป็นธรรม นำไปสู่การบริโภครถยนต์ส่วนตัว การใช้สินค้า บริการ และพลังงานอย่างฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นของคนรวยและชนชั้นกลาง ทำให้ประเทศไทยใช้น้ำมันเพิ่มในอัตราสูงกว่าการเพิ่มผลผลิต ประเทศขาดดุลการค้าและเป็นหนี้มากขึ้น และทั้งทำลายสภาพแวดล้อม ทำลายสมดุลของทั้งธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรม ทำให้เกิดวิกฤติสภาพแวดล้อมที่เราเรียกว่า “ภาวะโลกร้อน” และวิกฤติทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคมวัฒนธรรม ที่โฆษณาให้คนคิดแต่เรื่องแก่งแย่งแข่งขันเพื่อประโยชน์ระยะสั้นของตัวเอง อย่างไม่เห็นการณ์ไกลและไม่มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม

ทางเลือกของไทยควรเป็นสังคมประชาธิปไตยใหม่

แนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤติของไทยควรเป็นระบบเศรษฐกิจแบบสังคมประชาธิปไตยใหม่ที่ผสมผสานส่วนที่ดีของระบบตลาดเสรีที่เป็นธรรม (ไม่ใช่ทุนนิยมผูกขาดและกึ่งผูกขาด) ระบบสหกรณ์และการพึ่งตนเอง (ในระดับประเทศ) ได้เป็นสัดส่วนสูง ระบบที่เอื้อให้ประชาชนและพนักงานถือหุ้นในบริษัทและองค์กรต่างๆเป็นสัดส่วนที่สูง ระบบรัฐสวัสดิการที่เป็นประชาธิปไตยและมีประสิทธิภาพ ระบบเศรษฐกิจแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงต้นทุนทางสังคม คำนึงถึงปัญหาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมแบบชาวพุทธ ชาวอิสลาม ชาวคริสต์ ฯลฯ แบบดั้งเดิม ที่ให้ความสำคัญต่อคุณค่าทางสังคม คุณค่าทางจิตใจ มากกว่าคุณค่าที่คิดเป็นเงินเป็นการซื้อขายในราคาตลาด มาใช้แทนระบบทุนนิยมแบบผูกขาดที่เป็นบริวารบรรษัทข้ามชาติ

การสร้างทางเลือกใหม่เพื่อทำให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่เป็นธรรม ยั่งยืน เป็นจริงได้ในทางปฏิบัติ ควรใช้นโยบายใหม่คือ

1.เปลี่ยนนโยบายการพัฒนาประเทศแบบตลาดเสรี มาเน้น เศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองในระดับชุมชนและประเทศ ลดสัดส่วนการพึ่งการลงทุนและการค้ากับต่างประเทศลง เน้นการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาแรงงาน ทรัพยากร เงินทุน ตลาดภายในประเทศ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีการศึกษาที่ดี มีงานทำ มีรายได้ที่จะซื้อสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศกันมากขึ้น

2.ปฏิรูปโครงสร้างภาษีและงบประมาณ ปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปการเกษตร ปฏิรูปราชการและรัฐวิสาหกิจ ปฏิรูปการศึกษา สื่อสารมวลชน ปฏิรูปการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจ สังคม ในทุกๆด้าน เพื่อกระจายทรัพย์สินและรายได้ การมีงานทำ การศึกษา ข้อมูลข่าวสารให้เป็นธรรมและทั่วถึง แก้ปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และการผลิตโดยเน้นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนและระบบสหกรณ์ให้เข้มแข็งมาแทนที่ระบบบริษัทเอกชน

คนไทยควรเลิกบูชาระบบตลาดและการเปิดประตูเสรีอย่างหลงใหล เพราะเศรษฐกิจทุนนิยมโลกที่เป็นจริงเป็นระบบผูกขาด โดยบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ไม่เสรีและไม่เป็นธรรมจริง ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบและถูกครอบงำมากขึ้น คนไทยควรหันมาศึกษาแนวทางเลือกอื่นๆเช่นการควบคุมเงินตราต่างประเทศของมาเลเซีย การควบคุมการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ และส่งเสริมการออม และการลงทุนภายในประเทศของชิลี การเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศมากกว่าพึ่งพาต่างประเทศของ อินเดีย เวียดนาม ลาว ภูฏาน ศรีลังกา และอีกหลายประเทศ ซึ่งยืนต้านทานพายุจากวิกฤติทุนนิยมโลกได้ดีกว่าไทย

การบูชาระบบเศรษฐกิจแบบตลาดอย่างหลงใหล ได้แผ่ซ่านเข้าในกรอบคิดความเชื่อของคนไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชนชั้นนำของไทยอย่างไม่รู้ตัว และที่น่าห่วงคือ คือ การที่ชนชั้นนำและคนทั่วไปไม่สนใจจะรับฟัง หรืออ่านแนวคิดที่เป็นทางเลือกใหม่ เช่น สังคมนิยมประชาธิปไตย ระบบสหกรณ์ ระบบรัฐสวัสดิการ เศรษฐศาสตร์ชาวพุทธ พัฒนาแนวยั่งยืน ฯลฯ ทำให้สังคมไทยไม่ได้เรียนรู้บทเรียนจากแนวนโยบายการพัฒนาประเทศที่ผิดพลาดและไม่ได้พัฒนาความคิดสติปัญญาที่จะวิเคราะห์หาทางแก้ปัญหาอย่างวิพากษ์วิจารณ์และสร้างสรรค์ เป็นตัวของตัวเอง

วิกฤติในประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงแค่วิกฤติทางเศรษฐกิจการเมืองเท่านั้น แต่เป็นวิกฤติทางกรอบคิดหรือวิกฤติทางภูมิปัญญาและการขาดจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมของชนชั้นนำผู้ที่เริ่มมองเห็นแนวทางใหม่แนวคิดใหม่จะต้องช่วยกันจัดตั้งและเผยแพร่แนวทางการพัฒนาแบบสังคมประชาธิปไตยใหม่และระบบสหกรณ์ เพื่อรวมพลังผลักดันให้คนไทยส่วนใหญ่ เปลี่ยนกรอบคิดเรื่องแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่คิดถูกทำถูก เพื่อคนส่วนใหญ่ในระยะยาวให้ได้ก่อน เราจึงจะมีทางเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย และมีทางออกจากวิกฤติที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยนี้ได้

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: