RSS

บทบาทของปัญญาชนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 (บทนำ)

24 ก.พ.

เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ แต่ทั้งๆที่เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้วมานี้เอง แต่ก้ได้ถูกชนชั้นนำในสังคมผู้ครอบงำความรู้อำนาจ ทำให้ลืมเลือนหรือพร่ามัวบิดเบือนไปในปัจจุบัน เยาวชนรุ่นหลังไม่ได้รับการบอกเล่าหรือการสอนในชั้นเรียนให้รู้จักประวัติศาสตร์ช่วงนี้ หรือไม่ก็ได้รับการบอกเล่าการสอนที่พร่ามัวผิดๆพลาดๆ ดังจะเห็นได้จากการที่ไม่มีการบรรจุเรื่องเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ไว้ในหนังสือเรียนส่วนใหญ่ ยกเว้นระดับมหาวิทยาลัยบางเล่ม และการที่รัฐบาลเพิกเฉยต่อการสร้างอนุสาวรีย์วีรชน 14 ตุลาคม ที่บริเวณตึก กตป. เดิม ทั้งๆที่โครงการได้ผ่านการอนุมัติทุกขั้นตอน ตลอดจนคนสำคัญของประเทศได้มาวางศิลาฤกษ์แล้ว

สภาพของการจงใจลดความสำคัญของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 สนับสนุนแนวคิดทฤษฎีของนักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ผู้หนึ่งซึ่งเสนอว่า การผลิตการสื่อสารแสดงออก (discourse) ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานเขียน การบรรยาย คำบอกเล่า ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับถือว่าเป็นความรู้หรือความจริงนั้น ถูกกำหนด จัดการ และกระจายโดยกลุ่มคนที่มีอำนาจในสังคม ผ่านกระบวนการที่แน่นอนจำนวนหนึ่ง กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ สิ่งที่เราเรียกว่าความรู้ วิชาการหรือประวัติศาสตร์แท้จริงเป็นเพียง สื่อสาร (discourse) ที่สังคมหนึ่งๆ ในสมัยหนึ่งๆ ผลิตขึ้นมา เพื่อดำรงไว้ซึ่งโครงสร้างความสัมพันธ์แบบที่เป็นอยู่ของสังคมนั้นๆ เท่านั้น (1)

สำหรับสังคมไทย เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ไม่ใช่ตัวอย่างเดียว เหตุการณ์อย่างการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ก็ถูกลดความสำคัญลงเช่นกัน จากที่เคยเป็นวันชาติ กลายเป็นวันที่ไม่มีการฉลองหรือพูดถึงอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน และคณะราษฎร ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ถูกลดความสำคัญลงจนเกือบจะไม่ได้เครดิตในการเป็นผู้ก่อให้เกิดประชาธิปไตยแบบรัฐสภาเลย

สภาพของ Discourse ทางประวัติศาสตร์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจึงขัดแย้งกับทัศนะของวิชาการเสรีนิยมที่มองว่า “ประวัติศาสตร์ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ในสถานที่และกาลเวลาหนึ่งๆ หรืออย่างน้อยก็คือ ภาพเหตุการณ์ที่นักประวัติศาสตร์พยายามสร้างขึ้นมาใหม่ให้มีลักษณะใกล้เคียงความเป็นจริง อย่างเป็นภววิสัย เป็นกลาง ไม่เข้าข้างใคร” ความเป็นจริงก็คือ เราไม่มีทางที่จะรู้ถึง “สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ” ในกาลเวลาก่อนสมัยของเราได้ แม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานในสมัยของเราเองที่มีประจักษ์พยานบุคคล รวมทั้งนักประวัติศาสตร์ นักวิชาการ ร่วมรับรู้อยู่ก็ยังยากที่จะหา “สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ” ได้ เพราะคนที่ร่วมรับรู้เหตุการณ์แต่ละคน ต่างก็รับรู้และ “ตีความ” เหตุการณ์ไปแตกต่างกันตามแต่ภูมิหลังทางสังคม พื้นฐานทางการศึกษา พื้นฐานทางผลประโยชน์ ทัศนะและอคติที่เขามีต่อสิ่งต่างๆ

ดังนั้น สิ่งที่เรียกว่า ประวัติศาสตร์ จึงเป็นเพียงภาพของเหตุการณ์ที่คนที่มีความรู้อำนาจสร้างขึ้นมาใหม่ และสถาปนาว่านี่คือความรู้หรือความจริง รวมทั้งยังเผยแพร่กระจาย สร้างขึ้นมาทดแทนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก อย่างมีผลกระทบต่อความรับรู้ของคนในสังคม และต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม ประวัติศาสตร์ก็เช่นเดียวกับองค์ความรู้ในสาขาวิชาทั้งหลายจึงไม่เคยเป็นกลาง ไม่เคยเป็นภววิสัยโดยสมบูรณ์และไม่มีทางที่จะเป็นเช่นนั้นได้

+/+/+/+/+
(1) Michel Foucault, Power/Knowledge Colin Gordon (ed.), N.Y. : Pantheon Books, 1980.

วิทยากร เชียงกูล
ปัญญาชน : ชนชั้นนำในโลกยุคข้อมูลข่าวสาร
ISBN 974-89302-5-2

+ + +

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: