RSS

เงินไม่สำคัญเท่าความรักและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง

27 ก.พ.

วิทยากร เชียงกูล เรียบเรียง

การวิจัยหลายต่อหลายครั้งยืนยันไปนทิศทางเดียวกันว่า การมีอารมณ์ความรู้สึก/ชีวิตที่ดี (Well Being) เป็นคนละเรื่องกับความร่ำรวยทางวัตถุ (Well Off) แต่แม้กระนั้นคนส่วนใกญ่ก็มีความเชื่ออย่างผิดๆ เนื่องจากพวกเขาถูกสังคมทุนนิยมเพื่อการบริโภคกล่อมเกลาให้มีความเชื่อว่า ถ้าเขามีเงินมากขึ้น เขาจะมี ความสุขเพิ่มขึ้น

การมีเงินอาจจะช่วยเสริมความสุขได้ในกรณีของคนที่จนมากจนเดือดร้อนทางกายภาพ เช่น ไม่มีบ้านที่เหมาะสม ไม่ได้กินอาหารที่มีคุณค่าอย่างเพียงพอ ไม่มีเงินไปหาหมอ ฯลฯ แต่สำหรับคนที่พอมีปัจจัยยังชีพเพียงพออยู่แล้ว การได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น ไม่ได้แปลว่าเขาจะมีความสุขเพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืน เขา อาจมีอารมณ์เบิกบานในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นในช่วงแรกๆเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็จะค่อยๆปรับตัวเองกลับไปสู่สภาพอารมณ์ปรกติ

ในรอบ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา คนอเมริกันระดับทั่วไปมีเงินจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นเท่าตัวเนื่องจากผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น และคนชั้นกลางรวยขึ้น ผู้ คนมีรายได้ที่จะซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น รถยนต์ เครื่องเล่นดีวีดี คอมพิวเตอร์พกพา เครื่องทำความเย็น เครื่องทำความอุ่น โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า คนจะซื้อความสุขได้เพิ่มขึ้น การสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันโดยให้เขาตอบว่ามีความสุขความพอในมาก ปานกลาง น้อย หรือ น้อยมาก พบว่า ในปี 1957 (ซึ่งคนอเมริกันมีรายได้เฉลี่ยสุทธิปีละ 3,500ดอลลาร์) มีคนตอบว่ามีความสุขมาก (Very Happy) 35% แต่ในปี 2002 (ซึ่งคน อเมริกันมีรายได้เฉลี่ยสุทธิปีละ 23,000 ดอลล่าร์) คนที่ตอบว่ามีความสุขมากกลับมีเพียง 30% ลดลงจากเดิม 5% ด้วยซ้ำ

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการสำรวจอารมณ์ความรู้สึกของคนซึ่งเป็นเรื่องเชิงอัตวิสัยอย่างเดียว สถิติทางสังคมอื่นๆ ก็ยืนยันว่าคนอเมริกันมีความทุกข์เพิ่ม อัตราการ หย่าร้างเพิ่มขึ้นเท่าตัว อัตราการฆ่าตัวตายหมู่ในวัยรุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ปัญหาหดหู่ซึมเศร้า (Depression) ขยายตัวแบบดอกเห็ด ปัญหาอาชญากรรม ความรุนแรง การติดยา ติดเหล้า ฯลฯ ล้วนแต่เพิ่มขึ้น การค้นพบในเรื่องนี้ชี้ว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ได้มีส่วนช่วย การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม (Social Well Being) หรือความสุขแต่อย่างใด ในหลายกรณีกลับเป็นตัวการในการสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น

การสำรวจวิจัยคนในหลายประเทศ โดย Richard Ryan (1999) และนักจิตวิทยาคนอื่นๆ พบว่า ปัจเจกชนที่ดิ้นรนต่อสู้เพื่อเงินเป็นด้านหลัก มักเป็นคนที่มี ความสุขน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มุ่งหาความร่ำรวยเพื่อพิสูจน์ตนเอง เพื่อหาอำนาจหรือเพื่อโอ้อวด มากกว่าเพื่อมุ่งนำไปช่วยเหลือครอบ ครัว

ส่วนคนที่ต่อสู้ชีวิตเพื่อมุ่งสร้าง “ความใกล้ชิดสนิทสนม” กับครอบครัวและเพื่อนๆ ความเจริญงอกงามทางจิตใจของตนเอง และมีส่วนช่วยเหลือชุมชน มักจะ เป็นคนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีหรือมีความสุขมากกว่าคนที่มุ่งเน้นการหาเงินเป็นด้านหลัก การสำรวจศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย 800 คนของ H.N. Perkins (1991) พบว่า คนที่มีค่านิยมแบบทุ่มเทแสวงหาความสำเร็จมรนอาชีพที่มีตำแหน่งและเงินเดือนสูง มากกว่าสนใจสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ครองและกับเพื่อน ตอบ ว่าตนไม่มีความสุขขนาดปานกลางหรืออย่างมาก (Very Unhappy) เป็นสัดส่วนสูงกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ไม่มีค่านิยมแบบนี้ถึงเท่าตัว การสำรวจนักศึกษา 7,167 คน ใน 41 ประเทศโดย Diener and Oishi (2000) พบว่า คนที่มีค่านิยมให้ความสำคัญกับความรักมากกว่าเงิน มีความพอใจในชีวิตมากกว่าคนที่มี ค่านิยมเน้นการหาเงิน

Kenon Sheudon และคณะ (2001) วิจัยโดยการตั้งคำถามนักศึกษามหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ว่า อะไรคือประสบการณ์ที่ให้ความพอใจในการ ตอบสนองความต้องการหลากหลายของเขาได้มากที่สุด ประสบการณ์ที่คนเลือกตอบมากที่สุด 2 อันดับแรก คือ ความพอใจจากความภูมิใจในตัวเอง (Self Esteem) และความต้องการการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นหรือรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่ง (Relatedness Belonging) ในขณะที่ความต้องการได้เงินทองเพื่อไป ใช้จ่ายในระดับสูงขึ้นกว่าปรกติ เป็นสิ่งที่คนให้ความสำคัญไว้อันดับท้ายๆ

การสำรวจสิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่า ในกลุ่มนักศึกษากลุ่มที่มีความสุขมากนั้นไม่มีสหสัมพันธ์กับระดับรายได้ของพวกเขาแต่อย่างใด แต่สัมพันธ์กับประเด็นที่ว่า พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด อบอุ่นกับเพื่อนมากกว่าคนกลุ่มอื่นที่มีความสุขน้อยกว่า ดังนั้น ความสัมพันธ์ที่ดีหรือรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (The Need to Belong) จึงเป็นความต้องการที่ลึกซึ้ง หรือนำไปสู่ความสุขยิ่งกว่าความต้องการเงินทอง

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล – จิตวิทยาในการสร้างความสุข – – กรุงเทพ : สายธาร, 2548
152 หน้า
ISBN : 974-9609-62-1

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , ,

3 responses to “เงินไม่สำคัญเท่าความรักและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง

  1. Razor

    กุมภาพันธ์ 6, 2013 at 3:47 pm

    ขอบคุณสำหรับบทความ

     
  2. CJ

    กุมภาพันธ์ 7, 2013 at 1:02 pm

    คนรวยเท่านั้นที่คิดว่าเงินไม่สำคัญเท่าความรัก

     
  3. Jojo

    กุมภาพันธ์ 7, 2013 at 1:03 pm

    เราคิดว่าสำคัญทั้งคู่ล่ะ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: