RSS

ความเมตตากรุณาและการมีสายสัมพันธ์กับคนอื่นๆ

16 มี.ค.

วิทยากร เชียงกูล – เรียบเรียง
    1. ดาไล ลามะ มองว่า ธรรมชาติพื้นฐานของมนุษย์คือความอ่อนโยน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่การที่พ่อแม่และเด็กอ่อนโยนต่อกันและกัน และมนุษย์เราเติบโตมาด้วยความ เมตตากรุณา และการมีสายสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ วิทยาศาสตร์และปรัชญาชอบอธิบายว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่เห็นแก่ตัว แต่การศึกษาวิจัยจำนวนมากพบว่ามนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะเห็นแก่ส่วนรวม ถ้าหากพวกเขามีโอกาส (เช่น ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ยามเกิดวิบัติ)

     เราอาจจะมองว่า เด็กทารกคือตัวอย่างของมนุษย์ที่ใช้ชีวิตแบบมุ่งเน้นสนองความต้องการของตนเอง แต่ถ้าเรามองในอีกแง่หนึ่ง จะพบว่าเด็กทารกคือผู้ให้ความน่ารัก ความรู้สึกอารมณ์ดีแก่ผู้ที่อยู่รอบข้างเขาหรือเธอ โลกจึงเริ่มมาจากโลกของความเมตตากรุณา มากกว่าโลกของความก้าวร้าว

     2. ความเมตตากรุณา ไม่ได้หมายถึง “การรู้สึกสงสารคนอื่น” แต่หมายถึงการรู้สึกว่าเป็นมิตรกับเพื่อนมนุษย์ ร่วมโลก รู้สึกว่าคนเรามีอะไรที่เหมือนกัน มากกว่าจะมองส่วนที่ต่างกัน สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา ก็อาจจะเกิดขึ้นกับเราได้ คือ การนับถือคนอื่นๆ การพยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรา การมีความปรารถนาดีต่อคนอื่น ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกเป็นมิตร เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหรือสังคมโลก ทำให้เรามีสุขภาพจิตที่ดีที่เป็นผลดีต่อสุขภาพทางร่างกายด้วย

     3.การมีเมตตากรุณา รู้สึกเป็นมิตรกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ ทำให้เราไม่ว้าเหว่ เป็นทุกข์ คนที่รู้สึกว้าเหว่ เพราะเขายึดติดกับตัวเองมาก และไปคาดหมายว่าจะมี “คนพิเศษ” มารักเขามาคอยดูแลให้เขามีความสุขอยู่ตลอดเวลา คนประเภทนี้อาจจะว้าเหว่ได้ ทั้งๆที่เขามีคู่ครอง ญาติน้อง เพื่อนฝูง ถ้าเขามองไม่เห็นส่วนดีของคนเหล่านั้น คนที่มีจิตใจเปิดกว้าง มองว่ามนุษย์มีส่วนดีอยู่ มีชะตากรรมร่วมกับเรา และพร้อมที่จะเป็นมิตร จะเป็นคนที่ไม่รู้สึกว้าเหว่

     4. เราต้องแยกให้ออกระหว่าง ความรักแบบผูกพัน และความรักแบบมีเมตตากรุณา มนุษย์ทุกคนต้องการความสุขและหลีกเลี่ยงความทุกข์ แทนที่เราจะรักใครเพียงเพื่อหวังว่าเขาจะรักตอบ เราควรเริ่มด้วยการมองเห็นลักษณะที่เหมือนกันในสภาพความเป็นมนุษย์ และดูว่าเราสามารถทำอะไรได้ เพื่อทำให้คนคนนั้นมีความสุขเพิ่มขึ้น ความรักด้วยความเมตตากรุณา การนับถือให้เกียรติกันในฐานะมนุษย์ คือความรักที่แท้จริง ให้ความสุขยั่งยืนกว่าความรักแบบหวือหวาโรแมนติก ซึ่งอาจให้ความสุขได้เพียงชั่วคราว

     5. ถ้าหากคุณไม่สามารถพัฒนาความเมตตากรุณาได้ หรือไม่สามารถร่วมรับอารมณ์ความรู้สึกทุกข์ยากของคนอื่นได้ คุณจะสูญเสียความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของความรู้สึกอบอุ่นและแรงบันดาลใจ  การร่วมรับอารมณ์ความรู้สึกทุกข์ยากของคนอื่น จะทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และจะเป็นการเตือนสติเรา ทีจะทำให้เรารับมือกับความทุกข์ที่มาเยี่ยมเราในวันใดวันหนึ่งได้ดีกว่า การไปร่วมรับอารมณ์ความรู้สึกทุกข์ยากของคนอื่น  ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปแบกภาระวิตกกังวลหรือความทุกข์แทนเขา แต่หมายความว่า เราได้แสดงความปรารถนาดี การทำดีไม่ได้มีผลดีทางจิตใจเฉพาะผู้รับเท่านั้น ยังเป็นผลดีทางจิตใจต่อผู้ให้ด้วย

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล – จิตวิทยาในการสร้างความสุข
กรุงเทพฯ : สายธาร, 2548
ISBN : 974-9606-62-1

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , ,

3 responses to “ความเมตตากรุณาและการมีสายสัมพันธ์กับคนอื่นๆ

  1. love

    กันยายน 15, 2009 at 7:12 pm

    ขอบคุณมากค่ะที่ให้ข้อมูล

     
  2. fly

    ธันวาคม 12, 2009 at 11:12 am

    งง

     
  3. na name

    พฤษภาคม 29, 2012 at 9:28 pm

    งงมาก

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: