RSS

บทสรุป บทบาทของปัญญาชนไทย รุ่น พ.ศ. 2475 และหลังจากนั้น..

21 มี.ค.

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะทางด้านกระแสความคิด ดูเป็นไปอย่างเชื่องช้า เมื่อ เทียบกับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและสังคมบางอย่างมีลักษณะถอยหลังเข้าคลอง การที่ระบอบประชาปไตยแบบรัฐสภายังไม่ค่อยมั่นคง สมาชิกสภาผู้ แทนและคณะรัฐสภายังไม่ค่อยมั่นคง สมาชิกสภาผู้แทนและคณะรัฐบาลยังไม่ค่อยมีคุณภาพ ทหารและสถาบันอำนาจดั้งเดิมยังมีอำนาจเหนือระบบรัฐสภา ทำให้ปัญญาชนเสรีนิยมส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนกับว่าแทบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้นแต่อย่างใด บางคนก็มองถึงขนาดเป็นการย่ำเท้าอยู่กับที่

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังมีทัศนะว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นมากพอสมควรในรอบ 60 ที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแม้จะมีลักษณะขึ้นๆ ลงๆ แบบที่อาจจะเรียกได้ว่า บางช่วงกระแสความคิดประชาธิปไตยพุ่งสูงบางช่วงกระแสต่ำ แต่ก็ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบวัฏจักรซ้ำซาก นั่นก็คือแม้แต่ใน ช่วงกระแสประชาธิปไตยที่ต่ำที่สุด ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตการเมืองทุกด้านจะต่ำไปกว่าสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ก่อนที่จะมีการยึดอำนาจเปลี่ยนแปลง การปกครอง 2475

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสำคัญจากเมื่อกึ่งศตวรรษที่แล้ว คือ มีชนชั้นกลาง มีปัญญาชน มีคนงานและชาวนาชาวไร่ที่มีการศึกษาและมีความตื่นตัวทางการ เมือง หรืออย่างน้อยก็มีความตื่นตัวทางเศรษฐกิจสังคมมากขึ้น ประชาชนรู้จักรวมกลุ่มและสร้างอำนาจต่อรองมากขึ้น และแนวคิดประชาธิปไตยแบบรัฐสภาก็ ได้เป็นแนวคิดที่เป็นที่ยอมรับในหมู่คนจำนวนมากขึ้น รวมทั้งในหมู่ชนชั้นสูงและชนชั้นกลาง อย่างน้อยก็ในฐานะที่เป็นระบบแห่งการจัดสรรอำนาจและผล ประโยชน์ที่ดีที่สุด ในภาวะที่มีกลุ่มอำนาจและกลุ่มผลประโยชน์หลากหลายขึ้นในปัจจุบัน แม้จะยังมีกลุ่มพวกหัวเก่าอำนาจนิยมที่ขวางโลก เช่น ในเหตุการณ์ ปราบปรามประชาชนเดือนพฤษภาคม 2535 แต่พวกเขาก็ไมาสามารถยืนขวางกระแสประชาธิปไตยได้นานนัก

ดังนั้นประวัติศาสตร์จึงคงไม่หวนกลับไปสู่ระบอบเก่า ความคิดเก่า ไม่ว่าจะเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรืออำนาจนิยมโดยทหารแบบดั้งเดิมอีกแล้ว สิ่งที่ กำลังเกิดขึ้นซึ่งส่วนหนึ่งเป็นไปตามกระแสของการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก คือ การพัฒนาประเทศให้ทันสมัยแบบทุนนิยม ซึ่งรวมทั้งการพัฒนาระบบ ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา เหมือนกับในประเทศทุนนิยมอื่นๆด้วย แม้จะมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดความไม่ลงตัวในการจัดสรรปันส่วนอำนาจและผล ประโยชน์ภายใต้ระบบรัฐสภาจาอำนาจบางกลุ่มในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง แต่กลุ่มที่ขึ้นมาใหม่ ก็ต้องประนีประนอม ให้เข้ากับกรอบของการพัฒนาแบบทุน นิยมสมัยใหม่อยู่ดี เพราะเศรษฐกิจไทยได้กลายเป็นเศรษฐกิจแบบเปิดที่ต้องพึ่งพา และเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกอย่างไม่มีทางถอนตัวออกได้แล้ว การจะอยู่ในสังคมชาวโลกได้ก็ต้องทำตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของชาวโลกในระดับหนึ่ง

การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ในรอบ 60 ปีที่ผ่านมา ปัญญาชนในความหมายกว้างได้มีบทบาทอยู่มาก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนอกจากจะเป็น ประโยชน์ต่อชนชั้นสูงและชนชั้นกลาง ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อตัวปัญญาชนเองอยู่ไม่น้อย ปัญญาชนหลายต่อหลายคน ก็ได้ยกฐานะตัวเองจากชนชั้นล่างหรือ ชนชั้นกลางระดับล่างขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางหรือแม้แต่ชนชั้นสูงในปัจจุบัน นี่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมอื่นๆ รวมทั้งในสังคมที่เรียกตัวเองหรือถูกคนอื่น เรียกว่าสังคมนิยมด้วย เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้และไม่แปลกอะไร

สิ่งที่แปลกหรือไม่น่ายอมรับ คือ การที่พวกปัญญาชนมักจะชอบอ้างราวกับเป็นนักการเมืองว่าพวกเขาพยายามผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประโยชน์กับ ประชาชนส่วนใหญ่ ในขณะที่จริงๆแล้วพวกเขายังคิดแบบชนชั้นนำ และต้องการเปลี่ยนแปลงในระดับที่พวกเขายังมีสถานภาพเป็นชนชั้นนำอยู่ได้ต่อไป มากกว่าที่จะให้ประชาชนส่วนใหญ่มีบทบาทและฐานะเท่าเทียมกับพวกเขา ปัญญาชนยังจะต้องมองตัวเองอย่างวิพากษ์วิจารณ์อีกมาก พวกเขาจึงจะเข้าใจ ฐานะและบทบาทที่แท้จริงของตนเอง และไม่เสแสร้งกล่าวอ้างในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ทำหรือไม่ได้พยายามทำอย่างแท้จริง

.. วิทยากร เชียงกูล
ปัญญาชน : ชนชั้นนำในโลกยุคข้อมูลข่าวสาร
ISBN 974-89302-5-2

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: