RSS

Daily Archives: เมษายน 18, 2008

benchmarking -กระบวนการที่องค์กรประเมินผลวิธีดำเนินงานที่เคยทำกันใหม่


benchmarking – กระบวนการที่องค์กรประเมินผลวิธีดำเนินงานที่เคยทำกันใหม่ โดยการเปรียบเทียบกับวิธีการดำเนินงานที่ดีที่สุดขององค์กรอื่น เพื่อปรับปรุงพัฒนาวิธีการดำเนินงานของตนให้ดีขึ้น

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อธิบายศัพท์สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, – – กรุงเทพฯ : สายธาร, 2550.
ISBN : 978-974-94365-7-8

 

ป้ายกำกับ: , , ,

antitrust laws – กฎหมายต่อต้านทรัสต์



antitrust laws – กฎหมายต่อต้านทรัสต์

= กฎหมายต่อต้านการรวมกลุ่มเพื่อการผูกขาดครองอำนาจในตลาด เพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับบริษัทใหญ่ได้ และผู้บริโภคไม่ถูกเอาเปรียบ แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีช่องโหว่ให้บริษัทใหญ่หาวิธีหลีกเลี่ยงได้ เช่น การแยกตัวไปตั้งบริษัทใหม่ เปลี่ยนชื่อยี่ห้อผลิตภัณฑ์ ฯลฯ

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อธิบายศัพท์สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, – – กรุงเทพฯ : สายธาร, 2550.
ISBN : 978-974-94365-7-8

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

anarchism – คติอนาธิปไตย



anarchism – คติอนาธิปไตย

= ขบวนการและหลักคำสอนทางปรัชญาการเมือง สังคม เศรษฐกิจที่ต่อต้านสิทธิอำนาจ (authority) ที่กำหนดมาจากเบื้องบน โดยเฉพาะจากรัฐ สนับสนุนการร่วมมือกันโดยสมัครใจจากเอกชน และกลุ่มที่เป็นอิสระ บนพื้นฐานของการกระจายอำนาจ พื้นฐานทางทฤษฎีและโครงการปฏิรูปของขบวนการนี้ได้พัฒนาในยุโรป (ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และรัสเซีย) และลาตินอเมริกาในขอบเขตหนึ่งระหว่างศตวรรษที่ 19 นักทฤษฎีคนสำคัญ มี W. Godwin (1756 – 1863), P.J. Prodhon, K. Schmidt (1806-1856), E. Reclus (1830-1905) M.A. Bakunin, P.A. Kropotkin, L. Toistoy และ Emma Goldman (1869-1949)

คติอนาธิปไตยมีการตีความต่างกัน นับตั้งแต่พวกที่นิยมสันติวิธี และปัจเจกนิยมไปจนถึงพวกที่นิยมความรุนแรงและมีแนวโน้มไปทางคอมมิวนิสต์ คติอนาธิปไตยแบ่งได้เป็นแขนงใหญ่ คือ

  1. Anarcho – individualism สนับสนุนการกลับไปสู่ระบบผู้ผลิตอิสระขนาดเล็ก ทำการผลิตแบบพึ่งตัวเองตามธรรมชาติและค้าขายแบบแข่งขัน
  2. Anarcho – cooperativism สนับสนุนให้กิจกรรมทางสังคม เศรษฐกิจทั้งหลายขึ้นอยู่กับชุมชนสหกรณ์
  3. Anarcho – syndicalism สนับสนุนให้มีการจัดการจัดองค์กรทางสังคมและเศรษฐกิจการจัดการและการดำเนินการต่างๆ ให้ขึ้นกับสหภาพแรงงาน
  4. Anarcho – communism สนับสนุนการเปลี่ยนไปสู่สังคมคอมมิวนิสต์อย่างรวดเร็ว โดยให้ยกเลิกรัฐ และนำระบบกรรมสิทธิ์ร่วมกันอย่างอิสระมาใช้ (Free collective)
  5. Athistic anarchism ปฏิเสธสถาบันศาสนาและแม้กระทั่งสถาบันแต่งงาน
  6. Ethical anarchism เน้นการใช้จริยธรรมทางสังคมระดับสูงและกฏของการบริจาคเป็นเครื่องมือในการควบคุมความสัมพันธ์ทางสังคมและการดำเนินการทางเศรษฐกิจ

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อธิบายศัพท์สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, – – กรุงเทพฯ : สายธาร, 2550.
ISBN : 978-974-94365-7-8

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

ภาวะการนำ อยู่ที่แนวทางพัฒนาเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างยั่งยืนและผู้นำที่มีความรู้และคุณธรรม


แทนที่เราจะคิดแบบอัตวิสัยว่าใครจะขึ้นมาบริหารประเทศเก่งเท่าคุณทักษิณได้  ควรเริ่มจากการคิดว่ามีนโยบายอะไรที่จะดีสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ในระยะยาวมากกว่านโยบายแบบทักษิณ หรือระบอบทักษิณที่ทำให้เศรษฐกิจโตแบบฉาบฉวย และกลายเป็นทุนนิยมผูกขาดแบบเป็นบริวารทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น และคนส่วนใหญ่ยากลำบากมากขึ้น

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , ,

เศรษฐกิจไทยโตเพราะการอัดฉีดและเพราะการขยายตัวของธุรกิจภาคเอกชน แต่ไม่ได้มีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจสังคม


คุณทักษิณเป็นเพียงพ่อค้านักธุรกิจที่เก่งในเรื่องการค้าเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจเอิกชนระยะสั้นเท่านั้น เขาไม่เข้าใจและไม่สนใจเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวม หรือการพัฒนาคนส่วนใหญ่ให้เข้มแข็งอย่างแท้จริง เช่น ไม่เข้าใจว่าคนจนเพราะระบบโครงสร้างเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวาร  เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาต่ำ แต่ต้องซื้อปัจจัยการผลิตในราคาสูง เกษตรกรไม่ได้เป็นเจ้าของ/ ผู้ควบคุมปัจจัยการผลิต

ทักษิณคิดเอาเองง่ายๆ ว่าคนจนเพราะไม่มีเงินไปลงทุน ถ้าเร่งปล่อยสินเชื่อให้คนจนกู้ได้มากขึ้น คนจนก็จะยกฐานะและหายจน แต่นั่นเป็นการแก้ปัญหาส่วนเดียว ไม่ได้แก่ส่วนอื่นด้วย เพราะคนจนจากหลายสาเหตุประกอบกัน ไม่ได้จนเพราะกู้เงินไม่ได้อย่างเดียว ดังนั้น เมื่อยังไม่ได้แก้สาเหตุอื่นๆ อย่างครบวงจร คนจนที่กู้เงินไปก็ยังเสียเปรียบ ขาดทุน เป็นหนี้ต่อ รวมทั้งทำให้พวกเขาเป็นหนี้เพิ่มขึ้น

แนวทางแก้ไขปัญหาคนจนทั้งในชนบทและในเมืองที่จะได้ผลคือ ต้องปฏิรูปที่ดิน การชลประทาน ระบบตลาด การจัดการ ฟาร์ม ฯลฯ หลายอย่างควบคู่ไปอย่างครบวงจร ต้องขยายความรู้ความสามารถในการผลิตและการบริหารจัดการ และอำนาจต่อรองของคนจน ไม่ใช่แค่การปล่อยเงินให้คนจนกู้และบริโภคเพิ่มขึ้น ภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่คนจนเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่นั้น ถึงพวกเขาได้เงินกู้มา แต่ถ้ายังขายผลผลิตได้ราคาต่ำ พวกเขาก็จะขาดทุนอยู่นั่นเอง

คุณทักษิณคิดจากประสบการณ์ของตัวเองสมัยเป็นนักธุรกิจว่าก่อนหน้านี้เขาเคยจนเพราะขาดเงินทุน ถ้าคนมีโอกาสได้กู้ไปลงทุนเหมือนที่เขาเคยกู้ได้แล้ว ก็จะได้กำไร หลุดพ้นความยากจนได้ทุกคน ทั้งๆที่การลงทุนทางธุรกิจมีโอกาสกำไรและขาดทุนได้พอๆกัน ไม่ใช่จะได้กำไรทุกคน โดยเฉพาะในระบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาดที่ด้อยพัฒนาของไทย คนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ต้นทุนสูง ความรู้ความสามารถในการจัดการและอำนาจต่อรองต่ำ  มีโอกาสขาดทุน มีโอกาสจนลง มากกว่าจะได้กำไร  เพราะโครงสร้างแบบนี้ทำให้พวกเขาแข่งขันสู้ทุนขนาดใหญ่ไม่ได้

ที่คุณทักษิณทำให้เศรษฐกิจโดยรวมเติบโตหลังจากที่ผ่านยุคเศรษฐกิจตกต่ำปี 2540-2543 นั้น คุณทักษิณไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการอัดฉีดเพิ่มปริมาณเงิน ปริมาณการจัดซื้อ กระตุ้นให้มีการใช้จ่ายของทั้งภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น เปิดเสรีการค้าการลงทุนกับต่างประเทศมากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเพิ่มขึ้นเท่านั้น

เศรษฐกิจไทยสมัยใหม่ซึ่งเป็นเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมนั้น กำลังการผลิตที่แท้จริงอยู่ที่ภาคอุตสาหกรรม เกษตร การค้า บริการของธุรกิจเอกชนเป็นส่วนใหญ่ และขึ้นอยู่กับฝีมือของรัฐบาลเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เศรษฐกิจที่ขึ้นอยู่กับภาคธุรกิจเอกชนเช่นนี้เมื่อตกต่ำไประยะหนึ่งมักจะค่อยๆฟื้นตัวได้ตามวัฏจักรขึ้นๆลงๆของเศรษฐกิจโดยรวม และตามการฟื้นตัวขอเศรษฐกิจโลกได้อยู่แล้ว ไม่ได้เป็นฝีมือของรัฐบาลทักษิณทั้งหมด

ในยุคก่อนรัฐบาลทักษิณ และก่อนปี 2540 เศรษฐกิจไทยเคยเติบโตปีละ 10-11% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่ายุคทักษิณมากมาแล้ว ดังนั้นประชาชนที่ถูกชักจูงให้เชื่อว่าไม่มีใครเก่งในการพัฒนาเศรษฐกิจเท่าคุณทักษิณหรือกลุ่มคุณทักษิณ เช่น คุณสมคิดได้ จึงเชื่ออย่างผิดๆ

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
ก้ามข้ามระบอบทักษิณ สู่เส้นทางปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ. – –  กรุงเทพฯ : บ้านพระอาทิตย์, 2550.
ISBN 978-974-8003-90-0

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

รัฐบาลไม่ได้สนใจลงทุนด้านพัฒนาคุณภาพของการศึกษา สื่อสารมวลชน และการพัฒนาชุมชน


เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความรู้ มีการรวมกลุ่ม มีความสามารถด้านบริหารจัดการและสร้างอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง ไม่มีการปฏิรูปที่ดิน ไม่มีการปฏิรูปการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ไม่มีการปฏิรูประบบภาษีอากร การคลังและการธนาคาร

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

การหาผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้เกิดความด้อยประสิทธิภาพและประเทศไทยจะแข่งขันสู้คนอื่นไม่ได้ในระยะยาว


ประชาชนส่วนหนึ่งยังูถูกกล่อมเกลาให้เชื่อแบบง่ายๆว่า ถึงรัฐบาลทักษิณจะโกงบ้าง แต่ก็ทำให้เศรษฐกิจเติบโตกว่ารัฐบุดก่อนๆ แต่ความจริงคือ การหาผลประโยชน์ทับซ้อนในยุคทักษิณมีขนาดใหญ่มาก ชนิดที่ทำให้เกิดความผูกขาดและความเหลื่อมล้ำจนเกิดผลเสียหายต่อประเทศอย่างมหาศาล มากกว่าผลประโยชน์ที่ประชาชนได้จากการที่เศรษฐกิจโดยรวมทั้งประเทศที่เติบโตแบบฉาบฉวยหลายสิบเท่า

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

รัฐธรรมนูญคือกติกาของคนทั้งประเทศ ที่ประชาชนควรมีส่วนร่วมร่างมากกว่านักกฏหมายล้วนๆ


รัฐธรรมนูญปี 2540 แม้จะกำหนดเรื่องสิทธิประชาชนและแนวนโยบายพื้นฐานไว้สวย แต่รัฐธรรมนูญก็เป็นแค่วรรณกรรมฉบับหนึ่ง และเป็นกฏหมายที่มีช่องโหว่ให้รัฐบาลทักษิณเข้ามาครองอำนาจผูกขาดและสร้างปัญหามากมายได้ การพูดว่า รัฐธรรมนูญดี แต่คนใช้ไม่ดี ไม่มีความหมายอะไร  ประชาชนสามารถที่จะคิดค้นและผลักดันให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีเนื้อหาและการบังคับใช้ที่ดีกว่าเก่าได้อยู่เสมอ  ถ้ารัฐธรรมนูญปี 2550 ยังไม่ดีพอ  ก็ต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป เพื่อให้เกิดกติกาของประเทศที่เอื้อประโยชน์คนส่วนใหญ่และใช้บังคับตามเจตนารมณ์ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่อไป

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

consumerism


consumerism
1. ลัทธิบริโภคนิยม ความเชื่อว่า ความสำคัญของการบริโภคเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ดี
2. การปกป้องสิทธิของผู้บริโภค เช่น ขบวนการของนักสิทธิผู้บริโภค Ralph Nader และคณะของเขาในสหรัฐฯ

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อธิบายศัพท์สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, – – กรุงเทพฯ : สายธาร, 2550.
ISBN : 978-974-94365-7-8


 

ป้ายกำกับ: , , ,

cradle-to-cradle



cradle-to-cradle โมเดลทางเศรษฐกิจซึ่งเสนอว่าแทนที่เราจะขายสินค้าสำหรับผู้บริโภค เราควรใช้วิธีให้เช่าแทน เช่น การให้เช่าเครื่องซักผ้า เครื่องทำความเย็น-อุ่น และสินค้าอื่นๆเหมือนกับการให้เช่าเครื่องถ่ายซีรอกซ์และเราจะเปลี่ยนจากเศรษฐกิจผู้บริโภคเป็นเศรษฐกิจให้บริการแทน ผู้บริโภคจะได้ไม่ต้องทิ้งขยะ แต่ผู้ผลิตผู้ให้เช่าต้องเป็นผู้ดูแลซ่อมแซมหรือเมื่อมันหมดอายุก็ถอดชิ้นส่วนไปทำอย่างอื่น เพื่อการใช้ใหม่ได้

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อธิบายศัพท์สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, – – กรุงเทพฯ : สายธาร, 2550.
ISBN : 978-974-94365-7-8


 

ป้ายกำกับ: , , ,

conflict of interest ผลประโยชน์ขัดแย้งกัน



conflict of interest ผลประโยชน์ขัดแย้งกัน
= ผลประโยชน์ทับซ้อน สถานการณ์ซึ่งผู้มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเพื่อส่วนรวม เช่น เจ้าหน้าที่รัฐ, ผู้บริหารองค์กร มีผลประโยชน์ขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัว (เช่น การถือหุ้นในบริษัท) และผลประโยชน์ส่วนรวม และเขาอาจจะใช้อำนาจหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวได้ ถือเป็นรูปแบบการทุจริตฉ้อฉลรูปแบบหนึ่งซึ่งอาจซ่อนเร้น จับได้ยาก แต่รัฐบาลประเทศประชาธิปไตยก็สามารถหามาตรการป้องกันและตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนได้

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อธิบายศัพท์สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, – – กรุงเทพฯ : สายธาร, 2550.
ISBN : 978-974-94365-7-8


 

ป้ายกำกับ: , , , ,

community medicine เวชศาสตร์ชุมชน



community medicine เวชศาสตร์ชุมชน
= การศึกษาและการประเมินความต้องการและแนวโน้มทางด้านสุขภาพของชุมชน แทนที่จะมองปัญหาเฉพาะปัจเจกชน

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อธิบายศัพท์สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, – – กรุงเทพฯ : สายธาร, 2550.
ISBN : 978-974-94365-7-8


 

ป้ายกำกับ: , , , ,