RSS

เศรษฐกิจไทยโตเพราะการอัดฉีดและเพราะการขยายตัวของธุรกิจภาคเอกชน แต่ไม่ได้มีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจสังคม

18 เม.ย.

คุณทักษิณเป็นเพียงพ่อค้านักธุรกิจที่เก่งในเรื่องการค้าเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจเอิกชนระยะสั้นเท่านั้น เขาไม่เข้าใจและไม่สนใจเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวม หรือการพัฒนาคนส่วนใหญ่ให้เข้มแข็งอย่างแท้จริง เช่น ไม่เข้าใจว่าคนจนเพราะระบบโครงสร้างเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวาร  เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาต่ำ แต่ต้องซื้อปัจจัยการผลิตในราคาสูง เกษตรกรไม่ได้เป็นเจ้าของ/ ผู้ควบคุมปัจจัยการผลิต

ทักษิณคิดเอาเองง่ายๆ ว่าคนจนเพราะไม่มีเงินไปลงทุน ถ้าเร่งปล่อยสินเชื่อให้คนจนกู้ได้มากขึ้น คนจนก็จะยกฐานะและหายจน แต่นั่นเป็นการแก้ปัญหาส่วนเดียว ไม่ได้แก่ส่วนอื่นด้วย เพราะคนจนจากหลายสาเหตุประกอบกัน ไม่ได้จนเพราะกู้เงินไม่ได้อย่างเดียว ดังนั้น เมื่อยังไม่ได้แก้สาเหตุอื่นๆ อย่างครบวงจร คนจนที่กู้เงินไปก็ยังเสียเปรียบ ขาดทุน เป็นหนี้ต่อ รวมทั้งทำให้พวกเขาเป็นหนี้เพิ่มขึ้น

แนวทางแก้ไขปัญหาคนจนทั้งในชนบทและในเมืองที่จะได้ผลคือ ต้องปฏิรูปที่ดิน การชลประทาน ระบบตลาด การจัดการ ฟาร์ม ฯลฯ หลายอย่างควบคู่ไปอย่างครบวงจร ต้องขยายความรู้ความสามารถในการผลิตและการบริหารจัดการ และอำนาจต่อรองของคนจน ไม่ใช่แค่การปล่อยเงินให้คนจนกู้และบริโภคเพิ่มขึ้น ภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่คนจนเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่นั้น ถึงพวกเขาได้เงินกู้มา แต่ถ้ายังขายผลผลิตได้ราคาต่ำ พวกเขาก็จะขาดทุนอยู่นั่นเอง

คุณทักษิณคิดจากประสบการณ์ของตัวเองสมัยเป็นนักธุรกิจว่าก่อนหน้านี้เขาเคยจนเพราะขาดเงินทุน ถ้าคนมีโอกาสได้กู้ไปลงทุนเหมือนที่เขาเคยกู้ได้แล้ว ก็จะได้กำไร หลุดพ้นความยากจนได้ทุกคน ทั้งๆที่การลงทุนทางธุรกิจมีโอกาสกำไรและขาดทุนได้พอๆกัน ไม่ใช่จะได้กำไรทุกคน โดยเฉพาะในระบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาดที่ด้อยพัฒนาของไทย คนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ต้นทุนสูง ความรู้ความสามารถในการจัดการและอำนาจต่อรองต่ำ  มีโอกาสขาดทุน มีโอกาสจนลง มากกว่าจะได้กำไร  เพราะโครงสร้างแบบนี้ทำให้พวกเขาแข่งขันสู้ทุนขนาดใหญ่ไม่ได้

ที่คุณทักษิณทำให้เศรษฐกิจโดยรวมเติบโตหลังจากที่ผ่านยุคเศรษฐกิจตกต่ำปี 2540-2543 นั้น คุณทักษิณไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการอัดฉีดเพิ่มปริมาณเงิน ปริมาณการจัดซื้อ กระตุ้นให้มีการใช้จ่ายของทั้งภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น เปิดเสรีการค้าการลงทุนกับต่างประเทศมากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเพิ่มขึ้นเท่านั้น

เศรษฐกิจไทยสมัยใหม่ซึ่งเป็นเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมนั้น กำลังการผลิตที่แท้จริงอยู่ที่ภาคอุตสาหกรรม เกษตร การค้า บริการของธุรกิจเอกชนเป็นส่วนใหญ่ และขึ้นอยู่กับฝีมือของรัฐบาลเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เศรษฐกิจที่ขึ้นอยู่กับภาคธุรกิจเอกชนเช่นนี้เมื่อตกต่ำไประยะหนึ่งมักจะค่อยๆฟื้นตัวได้ตามวัฏจักรขึ้นๆลงๆของเศรษฐกิจโดยรวม และตามการฟื้นตัวขอเศรษฐกิจโลกได้อยู่แล้ว ไม่ได้เป็นฝีมือของรัฐบาลทักษิณทั้งหมด

ในยุคก่อนรัฐบาลทักษิณ และก่อนปี 2540 เศรษฐกิจไทยเคยเติบโตปีละ 10-11% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่ายุคทักษิณมากมาแล้ว ดังนั้นประชาชนที่ถูกชักจูงให้เชื่อว่าไม่มีใครเก่งในการพัฒนาเศรษฐกิจเท่าคุณทักษิณหรือกลุ่มคุณทักษิณ เช่น คุณสมคิดได้ จึงเชื่ออย่างผิดๆ

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
ก้ามข้ามระบอบทักษิณ สู่เส้นทางปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ. – –  กรุงเทพฯ : บ้านพระอาทิตย์, 2550.
ISBN 978-974-8003-90-0

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

One response to “เศรษฐกิจไทยโตเพราะการอัดฉีดและเพราะการขยายตัวของธุรกิจภาคเอกชน แต่ไม่ได้มีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจสังคม

  1. stemis

    มิถุนายน 22, 2009 at 5:44 pm

    ผมชอบเรื่องราวของประเทศไทยมากเลยครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: