RSS

การพัฒนาทางด้านจิตใจ จะช่วยการแก้ปัญหาเศรษฐกิจสังคมได้อย่างสำคัญ

28 เม.ย.

บทควาทที่ตีพิมพ์ใน นสพ. ผู้จัดการรายสัปดาห์ 13 เมษายน 2551 18:51 น.

ปัญหาความคิดจิตใจของคนเชื่อมโยงกับปัญหาของสังคม

คนไทยยังสนใจศึกษาเรื่องจิตวิทยา การพัฒนาความฉลาด (วุฒิภาวะ) ทางอารมณ์ และความฉลาดทางด้านจิตสำนึกเพื่อสังคม ค่อนข้างน้อยอย่างน่าห่วงใย แม้จะมีการลงทุนทางการศึกษา สื่อสารมวลชน และการพัฒนาทางเศรษฐกิจมาก แต่เป็นการศึกษาและสื่อสารกันในเรื่องความรู้ทางวิชาชีพ ความบันเทิง การส่งเสริมลัทธิบริโภคนิยม มากกว่าที่จะส่งเสริมการเรียนรู้จักตัวเองและพัฒนาตัวเองในทุกด้าน เป็นพลเมืองดี เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศใหญ่ มีประชากรถึง 65 ล้านคน (ใหญ่อันดับที่ 19 ของโลก) มีนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และผู้สนใจการพัฒนาด้านความคิดจิตใจน้อย แต่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรมที่เพิ่มขึ้นและซับซ้อนขึ้นมาก ปัญหาเหล่านี้มีรากฐานมาจากการที่คนส่วนใหญ่ยังโง่และเห็นแก่ตัวมากกว่าที่จ ะฉลาดรอบด้านและเห็นแก่ส่วนรวม

ก ารจะหาทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจการเมืองให้เป็นธรรม เป็นประชาธิปไตย และพัฒนาได้อย่างยิ่งยืนจริงๆ นอกจากการแก้ไขเรื่องกฎหมายและการต่อสู้ทางการเมืองและเศรษฐกิจซึ่งเป็นปัญห าเฉพาะหน้าแล้ว เราจะต้องมองแนวทางแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาวแบบเชื่อมโยงถึงเรื่องของการพ ัฒนาชีวิตของคนแต่ละคน ชุมชนแต่ละชุมชน และระบบนิเวศอย่างเป็นระบบองค์รวม คือ ต้องมุ่งปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาตนเองของประชาชนให้ฉลาดอย่างรอบด้า นและมีจิตสำนึกเป็นพลเมืองดีด้วย จึงจะมีหนทางสร้างสังคมที่ดีที่คนจะอยู่กันอย่างมีความสุขได้อย่างแท้จริง

แนวทางแก้ไขปัญหาที่สำคัญคือ เราต้องช่วยกันศึกษาปัญหาและรณรงค์ผลักดันให้เกิดการปฏิรูป ว ิธีการเลี้ยงดูเด็กที่ส่งเสริมให้เด็กฉลาดทุกด้าน มีวุฒิภาวะทางอารมณ์และสุขภาพจิตที่ดี ต้องปฏิรูปสถาบันการศึกษา การวิจัย และการศึกษานอกระบบให้มีคุณภาพที่เหนือกว่าการศึกษาแบบท่องจำ/เลียนแบบท ี่เราทำกันอยู่ โดยเฉพาะส่งเสริมคนไทยเรียนรู้จักตนเอง การรณรงค์ให้คนรักการอ่าน การใฝ่การเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ การวิจัย การอภิปรายโต้แย้งกันทางปัญญาอย่างจริงจัง และรู้วิธีที่จะพัฒนาตนเอง ทั้งครอบครัว ชุมชน สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนจะต้องร่วมมือกันทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรีย นรู้ มุ่งพัฒนาทั้งทางความคิดจิตใจ อารมณ์ บุคลิกนิสัยคนไทยทั้งประเทศ อย่างสร้างสรรค์ และมีวุฒิภาวะ การมุ่งหาทางแก้ไขและพัฒนาด้านความคิดจิ ตใจและการทำให้ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดี มองโลกในแง่บวก มีความสุข มีใจกว้างที่อยากช่วยเหลือเผื่อแผ่คนอื่น เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมระยะยาวมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวระยะสั้น จะเป็นเรื่องที่ไปหนุนช่วยแนวทางแก้ไขปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ได้อย่างสำคัญ

ความรู้เรื่องความคิดจิตใจของคนเรา

มนุษย์เราคิดถึงเรื่องความคิด จิตใจ อารมณ์ ความฉลาดและพฤติกรรมของมนุษย์มาหลายพันปีแล้ว ที่เป็นหลักฐานก็เช่น พระพุทธเจ้า อริสโตเติล แ ละนักคิดยุคโบราณคนอื่นๆ แต่เป็นการคิดแบบคาดคะเนและเป็นการคิดในเชิงปรัชญามากกว่าการศึกษาแบบสังเกต การณ์ ทดลอง เก็บรวบรวมแยกแยะข้อมูล อย่างเป็นวิทยาศาสตร์เหมือนวิชาจิตวิทยาสมัยใหม่ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีการพัฒนาในรอบ 200 – 300 ปี หลัง

นักจิตวิทยาสมัยใหม่พบว่า ความคิดจิตใจของเรา ทั้งความหวัง ความรัก ความปรารถนา ความกลัว ฯลฯ ล้วนอยู่ในเนื้อเยื่อสีเทาภายใต้กะโหลกของเรา (สมอง) ความคิดจิตใจที่ส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรมและวิวัฒนาการของมนุษย์ส่วนหนึ่งมาจ ากสภาพแวดล้อมตั้งแต่วัยเด็ก นักจิตวิทยาเช่น ซิกมุนด์ ฟรอยด์ แพทย์ชาวออสเตรีย เน้นเรื่องอิทธิพลของจิตใต้สำนึกเก็บกดเรื่องเพศว่ามีผลต่อพฤติกรรมของคนเรา เมื่อจิตแพทย์ช่วยให้คนได้เรียนรู้เข้าใจเรื่องจิตใต้สำนึกเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยแก้ปัญหาโรคจิตประสาทได้

นักจิตวิทยาที่เคยร่วมงานกับฟรอยด์เช่น คาร์ล จุง อัลเฟรด แอดเลอร์ แยกตัวมาคัดค้านฟรอยด์ในแง่ที่ว่าฟรอยด์เน้นเรื่องจิตใต้สำนึกเก็บกดเรื่องเพศมากไป แต่ คาร์ล จุง เห็นด้วยในแง่ที่ว่าจิตใต้สำนึกของมนุษย์เรื่องอื่นๆ เช่น จิตสำนึกรวมหมู่ (Collective Unconscious) ซึ่งเป็นผลมาจากวิวัฒนาการของมนุษย์ในฐานะสัตว์สังคม และแอดเลอร์เห็นว่าจิตใต้สำนึกในการมุ่งสร้างสิ่งที่ดีขึ้นเพื่อชดเชยสิ่งที ่เป็นที่ต้องการขาดแคลนตั้งแต่วัยเด็ก มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมมนุษย์

บี เอฟ สกินเนอร์ นักจิตวิทยาสำนักพฤติกรรมนิยมเ สนอว่า สภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คนเราเป็นอยู่ และคนเราเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการกระทำของเรา ตามที่เราเรียนรู้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีต่อการอยู่รอดของเรา ถ้าหากเราต้องการสร้างโลกที่ดีขึ้น เราจะต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให ้คนมีพฤติกรรมสร้างสรรค์และมีจริยธรรมมากขึ้น นั่นก็คือเราควรส่งเสริมการให้รางวัลการทำดีและพฤติกรรมการทำเพื่อส่วนรวม แทนที่จะให้รางวัลสำหรับพฤติกรรมแบบอื่นๆ

นักจิตวิทยาแนวเอกซิสเตนเชียลลิสม์ – มนุษยนิยม (Existentiaist – Humanistic Psychology) เสนอให้ศึกษาพิจารณาความเป็นคนทั้งหมด ไม่ใช่แค่บุคลิกภาพ หรือส่วนที่มีบทบาทในการเรียนรู้เป็นส่วนๆ ของคน

อับราฮัมธมาสโลว์ เสนอว่า คนเรามีความต้องการจำเป็นหลายขั้น ตั้งแต่ขั้นต่ำสุดคือความต้องการทางร่างกาย ไปถึงขั้นสูงสุดขั้นที่ 5 คือ มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้วยตนเอง (Self Actualized Person) เขาเห็นว่าถ้าเราช่วยให้คนเรียนรู้และพัฒนาความต้องการถึงขั้นสูงได้ จะทำให้คนมีสุขภาพจิตที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์และช่วยกันสร้างโลกที่ดีขึ้น

คาร์ล โรเจอร์ เสนอให้เห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้คนเรียนรู้จักตนเอง เห็นความสำคัญของตัวเอง และร่วมแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง เขาเป็นผู้เริ่มการบำบัดทางจิตแบบให้ถือคนไข้เป็นศูนย์กลาง

จิตแพทย์แนว Cognitive (จิตวิทยาการรู้คิด) ได้เสนอแนวคิดว่า ความคิด (Thoughts) ของคนเราเป็นตัวกำหนดอารมณ์ (Emotions) ของเรา ไม่ใช่ในทางกลับกัน ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิดของเรา เช่น การคิดในทางบวกอย่างสมจริง การคิดในทางสร้างสรรค์ เราจะสามารถลดปัญหาความซึมเศร้าหรือสามารถควบคุมพฤติกรรมของเราได้ดียิ่งขึ้ น

นักจิตวิทยาแนวบวก – (Positive Psychology) พยายามเปลี่ยนทิศทางของวิชาจิตวิทยาซึ่งที่ผ่านมาเน้นแต่เรื่องปัญหาความป่ว ยไข้ทางจิต มาศึกษาว่ามีปัจจัยอะไรทำให้คนมีความสุข มองโลกในแง่ดีและมีความคิดสร้างสรรค์ในทางบวก พวกเขาเห็นต่างจากสำนักจิตวิทยา Cognitive Psychology ว่าสำนักนั้นเน้นเรื่องความคิดเป็นตัวกำหนดอารมณ์แบบสุดโต่งด้านเดียว โดยสำนักจิตวิทยาทางบวกเสนอว่า ทั้งความคิดและอารมณ์ต่างมีอิทธิพลต่อกันและกัน

สำนักจิตวิทยาแนววิพากษ์ (Critical Psychology) ของนักจิตวิทยากลุ่มก้าวหน้าในมหาวิทยาลัยที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมันในทศวรรษ 1970 วิจารณ์จิตวิทยากระแสหลักว่า ศึกษาและหาทางพัฒนาเรื่องจิตใจมนุษย์แบบปัจเจกชนด้านเดียว หลีกเลี่ยงการมองว่าสภาพแวดล้อม ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการเมืองมีอิทธิพลสำคัญต่อความคิดจิตใจของปัจเจกชนใ นสังคมต่างๆในยุคต่างๆและเป็นตัวการกำหนดความคิดจิตใจของคนรวมทั้งเรื่องควา มคับข้องใจและปัญหาสุขภาพจิตด้วย พวกเขาเห็นว่าการศึกษาวิชาจิตวิทยาที่จ ะเข้าใจชีวิตและสังคมได้อย่างแท้จริง ต้องศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม ที่มีผลกระทบต่อความคิดจิตใจของคนอย่างมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน อย่างเชื่อมโยงเป็นระบบองค์รวม คือต้องมองไปถึงการเปลี่ยนแปลงที่ระบบสังคมหรือสภาพแวดล้อมทั้งหมดด้วย ไม่ใช่มุ่งเปลี่ยนแปลงที่ความคิดจิตใจของปัจเจกชนด้านเดียว

นักจิตวิทยาและจิตแพทย์ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐฯ เสนอแนวคิดจิตวิทยาที่เน้นเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ในครอบครัวและสังคมแบบองค์รวม (Relation Psychology) มากกว่าการเน้นเรื่องปัจเจกชนแบบแยกส่วนของจิตวิทยากระแสหลักที่ครอบงำด้วยก รอบความคิดแบบสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ และระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดที่เน้นการแข่งขันเอาชนะแบบมือใครยาวสาวได้ส าวเอา

ความรู้เพื่อการปลดปล่อยคนไทยให้เป็นอิสระ

วิชาจิตวิทยากำลังพัฒนาเป็นวิทยาศาสตร์ที่มีพื้นฐานอยู่บนความรู้เรื่องสมองและชีววิทยา และพันธุศาสตร์เพิ่มขึ้น และมีการผสมผสานความรู้สาขาอื่น เช่น สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ มานุษยวิทยา ฯลฯ มาพัฒนาวิชาความรู้แบบข้ามสาขาที่จะช่วยให้เราเข้าใจความเป็นมนุษย์ที่มีหลายมิติอย่างซับซ้อนมากขึ้น น่าเสียดายที่นักวิชาการด้านจ ิตวิทยาและนักวิชาการที่สนใจด้านความคิดจิตใจของไทยยังมีน้อยเกินไป ทั้งๆที่เราเป็นชาวพุทธ แต่กลับมีการวิจัยค้นคว้าด้านพุทธศาสนาแบบวิเคราะห์วิจัยน้อยมากเมื่อเทียบก ับนักจิตวิทยาและนักวิชาการฝรั่งที่สนใจเรื่องจิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์แบบพุท ธมากขึ้น เราควรช่วยกันกระตุ้นความสนใจในเรื่องการพัฒนาทางความคิดจิตใจของคนตั้งแต่เ ด็กถึงผู้ใหญ่อย่างเร่งด่วนและกว้างขวาง จะช่วยให้คนไทยเพิ่มความฉลาดและความมีจิตสำนึกที่จะคิดได้ไกลกว่าเรื่องประโ ยชน์ระยะสั้นของตัวเอง คือ คิดถึงส่วนรวม คิดระยะยาวมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จะไปช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคมได ้อย่างสำคัญ

(อ่านเพิ่มเติม วิทยากร เชียงกูล จิตวิทยา ความฉลาด และความคิดสร้างสรรค์ 14 แนวคิดจิตวิทยาสำคัญของโลก สายธาร 2551)

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: