RSS

จะฟื้นฟูพุทธศาสนาเพื่อแก้ไขวิกฤติทางเศรษฐกิจและการเมืองได้อย่างไร

20 พ.ค.

บทความที่ตีพิมพ์ใน นสพ. ผู้จัดการรายสัปดาห์ 8 พฤษภาคม 2551 08:39 น.

ปัญหาและสาเหตุของความทุกข์

พุทธศาสนา เป็นศาสนา(หรือปรัชญา)ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยอมรับ เพราะเป็นศาสนาที่เน้นการหาความจริงตามหลักเหตุผลแบบวิทยาศาสตร์มากกว่าเรื่ องศรัทธาและพิธีกรรม คำอธิบายเรื่องความจริงของสรรพสิ่งในธรรมชาติรวมทั้งคน ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา (ของไม่ใช่ตน) และหลักคำสอนเรื่องความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ (ทุกข์ สาเหตุของทุกข์ สภาวะการดับทุกข์ แนวทางดับทุกข์) แนวทางดับทุกข์ 8 ประการ (คิดชอบ วาจาชอบ ทำมาหาเลี้ยงชีพ ฯลฯ) ฯลฯ นั้นเป็นหลักการที่เป็นสากล มีเหตุผลรองรับแบบวิทยาศาสตร์ที่น่าจะประยุกต์ใช้แก้ปัญหาชีวิตประชาชนและปั ญหาสังคมในยุคปัจจุบันได้ เพียงแต่เราจะต้องศึกษาพุทธธรรมอย่างฉลาด ไม่ใช่ศรัทธาอย่างงมงาย หรือตีความเคร่งครัดตามตัวหนังสือในคัมภีร์อย่างคับแคบ

การที่พุทธศาสนาแบบที่คนไทยส่วนใหญ่เชื่อถือและปฏิบัติ ยังไม่สามารถช่วยให้คนไทยสร้างชีวิตและสังคมที่ดีได้เท่าที่ควร จนประเทศไทยมีปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจการเมืองขนาดหนักในปัจจุบันนั้น เป็นปัญหาของคนไทยเอง ไม่ใช่ปัญหาที่พุทธศาสนา

ปัญหาของประชาชนไทย คือ ไม่ได้ศึกษาและเผยแพร่เนื้อหาสาระของพุทธศาสนาที่แท้จริง ต ิดยึดอยู่ในกรอบแคบๆของพิธีกรรม และการมุ่งหวังผลบุญจากการลงทุนถวายอาหารและบริจาคทรัพย์สินเงินทองให้พระแล ะวัดแบบง่ายๆ โดยที่ประชาชนไทยไม่ได้สนใจฝึกปฏิบัติธรรมด้วยตนเองคือการละความชั่ว ทำดีต่อคนอื่น และทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว (พยายามละกิเลสเช่น โลภ โกรธ หลง) อย่างแท้จริง

คนไทยจำนวนไม่น้อยรวมทั้งชนชั้นสูงด้วย นำเอาลัทธิเชื่อผีสางเทวดาที่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติ, ลัทธิพราหมณ์ ที่เชื่อเรื่องพระเจ้า,สวรรค์ ,นรก, ลัทธิทุนนิยม/บริโภคนิยมท ี่เชื่อเรื่องใครเก่งใครได้ เน้นว่าเงินคือความสุข มาผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า “ศาสนาพุทธ” แบบไทยๆ ทั้งๆที่ลัทธิทั้ง 3 นี้มีแนวคิดและการกระทำที่ต่างหรือตรงข้ามกับพุทธศาสนา แต่คนบางกลุ่มใช้ลัทธิเหล่านี้มาใช้ในนามของพุทธศาสนาเพื่อจะขายศรัทธา ความเชื่อ และความฝันให้ประชาชนหลงซื้อ เพื่อที่พวกผู้เผยแพร่เองจะได้ประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าจะในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง อำนาจบารมี ชื่อเสียง ในขณะที่ประชาชนไทยก็ยังทุกข์ยากต่อหรือทุกข์ยากเพิ่มขึ้น

ปัญหาการที่พุทธศาสนาในประเทศไทยถูกลัทธิอื่นครอบงำจนแทบไม่เหลือเนื้อหาสาระที่แท้จริงอยู่นั้นมาจากชนชั้นนำไทยยังมีความโง่ (อวิชชา) และ เห็นแก่ตัว (ติดตัณหา) มาก ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ถูกสภาพแวดล้อมภายใต้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมสมัยใหม่ครอบ งำให้ต้องแข่งขันทำงานหนักโดยไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ทำให้ประชาชนอยากเลือกเชื่อในสิ่งที่เชื่อได้ง่ายๆ และคิดว่าทำให้ตนเองมีกำลังใจ มีความหวังได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องศึกษาเนื้อหาสาระของพุทธศาสนา ไม่ต้องปฏิบัติธรรมที่ยากมากกว่า และต้องใช้เวลามากกว่าทั้งๆที่ความจริงการศึกษาและปฏิบัติธรรม ใช้เงินน้อยกว่า แต่ได้ผลดีกว่า

การดับทุกข์และทางดับทุกข์

คนไม่ได้ทำชั่ว เพราะเขาคิดว่านั่นคือความชั่ว แต่เขาทำ เพราะเขาคิดว่านั่นคือสิ่งที่จะทำให้เขามีความสุข เช่น ลักขโมยเพื่อหาเงินมาซื้อสินค้าและบริการสนองความต้องการของร่างกาย ความเชื่อที่ผิดๆนี้มีทั้งระดับโจรผู้ร้ายถึงโจรผู้ดีและปุถุชนธรรมดาที่มุ่ งสนองกิเลสตัณหาของตน เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งและความทุกข์ในโลก

สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะคนยังไม่เข้าถึงธรรมหรือความจริง ไม่เข้าใจปัญหาความทุกข์และแนวทางดับทุกข์ที่แท้จริง เช่น ไม่ยึดทางสายกลาง ไม่ยึดหลักการทำอาชีพที่สุจริต ใช้ชีวิตที่ประหยัด เรียบง่าย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น ฯลฯ สาเหตุอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะพัฒนาการของระบบเศรษฐกิจการเมืองของไทยที่ผ่านม าจนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นศักดินา , เผด็จการทหาร, ทุนนิยม ล้วนเป็นไปในทางที่ทำให้คนรวยส่วนน้อยได้เปรียบคนจนส่วนใหญ่ ทำให้คนส่วนใหญ่ยากจน ไม่สามารถแม้แต่จะสนองความต้องการปัจจัยสี่ที่จำเป็นคืออาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคได้อย่างพอเพียง ทำให้คนไทยที่ยากจนมีความทุกข์ทั้งทางกายและทางใจ

การที่ผู้เผยแพร่พุทธศาสนาของไทยมองเรื่องศาสนาแยกจากเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองสังคม เน้นการสอนให้แก้ปัญหาที่ใจของปัจเจกชน ทำให้สร้างคนดีได้จำนวนหนึ่ง และในระดับหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากสำหรับคนยากจนที่ยังมีทุกข์ทางกายระดับการขาดแ คลนปัจจัยสี่ รัฐบาลและคนรวยคนชั้นกลางในประเทศต้องช่วยแก้ไขปัญหาของคนที่ยากจนต่ำกว่าระ ดับยังชีพให้ได้ก่อน ชาวพุทธที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นแล้วจึงจะชี้แนะให้คนแก้ไขทุกข์ทางใจด้วยการละก ิเลส ละความชั่ว ทำความดีและทำจิตใจให้ผ่องแผ้วอย่างได้ผลกว่าที่ได้ทำมา

ชาวพุทธในประเทศไทย มักจะมองศาสนาแยกออกจากเศรษฐกิจและการเมืองและมุ่งสอนให้ปัจเจกชนควบคุมขัดเ กลากิเลสและมีสติรู้ทันคน ซึ่งถ้าเผยแพร่ธรรมได้ผลทำให้เกิดคนดีได้มาก รวมทั้งเป็นคนดีที่รู้จักช่วยเหลือเผื่อแผ่คนอื่นโดยเฉพาะคนที่จนกว่า คนที่รู้น้อยกว่าด้วย ก็จะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจการเมืองสังคมไทยดีขึ้นบ้าง แ ต่ในทางความเป็นจริงแล้ว การสอนให้คนเป็นคนดีด้วยตัวเองโดยไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคม เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจสังคมที่เป็นประชาธิปไตยเป็นธรรมและพัฒนาอย่างยั่งยื นจะทำได้จำกัด ทั้งการสร้างจำนวนคนดีได้ไม่มาก และการไม่สามารถยกระดับคุณภาพของคนดีให้เป็นคนที่อุทิศตัวช่วยเหลือคนอื่นอย่างแท้จริง

เพราะคนดีของไทยส่วนใหญ่ก็มุ่งแต่หาทางดับทุกข์ใจของตนเองเป็นหลัก โดยคิดช่วยเหลือคนอื่นน้อย หรือคิดว่าแค่การเจียดทรัพย์สินส่วนน้อยของตนไปทำบุญทำทานก็ถือว่าตนได้ทำดี แล้ว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วชาวพุทธที่เป็นคนรวยคนชั้นกลางของไทยยังมีขีดความสาม ารถที่จะ ช่วยให้ประชาชนที่ยากจนกว่าพ้นจากทุกข์โดยเฉพาะทางกายได้มากกว่าปัจจุบันหลา ยเท่า

ประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ภายใต้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารบรรษัทข้ามชาติ ที่ยิ่งพัฒนาในแนวนี้ก็จะมีความเหลื่อมล้ำต่ำสูงระหว่างคนรวยกับคนจนเพิ่มขึ ้น เกิดปัญหาคนจน ปัญหาอาชญากรรม ความขัดแย้ง ความรุนแรงต่างๆ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ที่ยากจนหาทางดับทุกข์และมีความสุขได้ยาก แม้แต่คนรวย คนมีการศึกษา คนที่มีความรู้เรื่องพุทธศาสนามาก คนที่ทำสมาธิได้เก่งก็อาจจะดับทุกข์ทางใจให้ตนเองได้ในบางระดับหรือได้เป็นช ่วงๆ แต่ก็มักจะไม่ยั่งยืนเพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมใหญ ่ คือต้องติดต่อสัมพันธ์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับคนอื่นๆในสังคมเดียวกันที่ จนกว่า รู้น้อยกว่า มีความทุกข์ และดิ้นรนกระเสือกกระสนมากกว่า

การจะดับทุกข์ในสังคมไทยอย่างได้ผลจึงจะต้องทำทั้ง 2 ทางพร้อมกัน คือปฏิรูปทางเศรษฐกิจการเมืองด้วย ปฏิรูปทางการรับรู้สัจจะธรรมความคิดจิตใจของคนแต่ละคนด้วย นั่นก็คือต้องปฏิรูปการศึกษาและเผยแพร่หลักพุทธธรรมที่แท้จริง ให้คนไทยได้เรียนรู้ความจริง (ธรรม) คิดเป็น ปฏิบัติธรรมด้วยตนเองเป็น และปฏิรูประบบทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ให้เป็น ธรรมาธิปไตย คือมี ประชาธิปไตยที่เป็นธรรม ทั้งในทางเศรษฐกิจ (ต่อต้านการผูกขาดของทุนขนาดใหญ่ สร้างระบบสหกรณ์ผู้ผลิตผสมกับทุนนิยมแข่งขันที่เป็นธรรม ระบบรัฐสวัสดิการที่เก็บภาษีคนรวยมาช่วยคนจน) ประชาธิปไตยในทางการเมือง (ประชาชนมีการศึกษา จิตสำนึกและจัดตั้งองค์กร มีประชาธิปไตยแบบทางตรงและประชาชนมีส่วนกำหนดเพิ่มขึ้น) ประชาธิปไตยทางสังคม (การปฏิรูปการศึกษา, สื่อสารมวลชนให้มีคุณภาพ ,การจัดตั้งองค์กรทางสังคมให้ทั่วถึงและมีคุณภาพ มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม)

ต่อเมื่อชาวพุทธที่รู้แล้ว ตื่นแล้ว ลงมือช่วยกันปฏิรูปทั้ง 2 ด้านอย่างจริงจังทั่วถึง สังคมไทยจึงจะสามารถฟื้นฟูพุทธศาสนาให้เป็นหลักคิดหลักปฏิบัติที่มีประสิทธิ ภาพและประสิทธิผลในการแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน ช่วยให้ประชาชนไทยมี ปัญญา (ความรอบรู้ รู้ทั่ว รู้ซึ้ง) ศีล (แนวทางปฏิบัติเพื่อหลีกความชั่ว) สมาธิ (ภาวะที่จิตสงบนิ่งที่จะช่วยให้รับรู้ความจริง) ที่จะสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมที่ดีกว่าสังคมไทยในปัจจุบันได้อย่างแท้จริง

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , ,

One response to “จะฟื้นฟูพุทธศาสนาเพื่อแก้ไขวิกฤติทางเศรษฐกิจและการเมืองได้อย่างไร

  1. โกศล อนุสิม

    พฤษภาคม 21, 2008 at 10:45 am

    สาธุ เห็นด้วยครับ

    คำสอนแห่งพระบรมศาสดาพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง ถ้าทำจริง

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: