RSS

เทคโนโลยีชีวภาพอุตสาหกรรมเกษตรกับการพัฒนาประเทศ

23 พ.ค.

วิทยากร เชียงกูล

    คำว่า เทคโนโลยีชีวภาพ (BIO-TECHNOLOGY) หมายถึง การใช้เทคนิคใดๆที่อาศัยสิ่งมีชีวิต หรือส่วนของสิ่งมีชีวิตเพื่อเอาไปใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตพัฒนาพืชสัตว์ จุลินทรีย์ ฯลฯ เพื่อประโยชน์ทางสังคมเป็นการผสมผสานศาสตร์ทางชีวเคมี จุลชีววิทยา วิศวกรรมเคมี ฯลฯ เข้าด้วยกัน และเป็นศาสตร์ที่กว้างมาก กินความตั้งแต่อุตสาหกรรมการเกษตร เทคโนโลยีอาหาร การเกษตร การปศุสตว์ ฯลฯ

ประเทศไทยเป็นประเทศที่พื้นฐานทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ที่ภาคเกษตร แม้ว่ามูลค่าของผลผลิตภาคเกษตรและการส่งออกผลผลิตเกษตรล้วนๆ จะทยอยลดความสำคัญลง เทียบกับภาคอุตสาหกรรมและการค้า การบริการที่เติบโตในอัตราสูงกว่า แต่จริงๆแล้วผลผลิตทางการเกษตรเป็นพื้นฐานที่ก่อให้เกิดผลผลิตและการจ้างงานในภาคอื่นๆสูง อุตสาหกรรมการผลิตของไทยประมาณร้อยละ 60 เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหรือผลผลิตเกษตรแปรรูปตกปีละ 8 หมื่นล้านบาท แรงงานในภาคอุตสาหกรรมเกษตรมีราว 1.8 ล้านคน ขณะที่เรายังมีนักวิชาการด้านเทคโนโลยีชีวภาพน้อยมาก และมีการลงทุนวิจัยด้านนี้น้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่อย่างเกาหลีไต้ ใต้หวัน

การเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของเราอยู่ในสภาพที่ล้าหลังด้านเทคโนโลยีประสิทธิภาพการผลิตมาก ไม่ว่าจะในเรื่องผลผลิตต่อไร่ เทคนิคการเก็บเกี่ยว การดูแลรักษาผลผลิตการเกษตร เรื่องการปศุสัตว์ หรือการแปรรูป การสกัดสารบางอย่างไปใช้ในอุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา การอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ เทคโนโลยี การพัฒนาแบบยั่งยืน ฯลฯ ดังนั้นไทยจึงมีศักยภาพที่จะพัฒนางานเหล่านี้ได้อย่างกว้างขวางมาก ถ้าหากรัฐบาลและภาคเอกชนจะเอาใจใส่และหาทางเร่งรัด พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพอย่างจริงจัง

    เรื่องเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นเรื่องสำคัญที่ประเทศอื่นที่เขามีจินตภาพถึงอนาคต ต่างก็ให้ความสำคัญลงทุน วิจัยและพัฒนาเรื่องนี้อย่างมาก ทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน หนังสือที่พูดถึงแนวโน้มโลกอนาคต เช่น เมกาเทร็นด ก็มักจะพูดเรื่องการพัฒนาการทางเทคโนโลยีชีวภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านการส ื่อสารโทรคมนาคม อย่างญี่ปุ่นมีการวิจัยด้านนี้มาก การที่ญี่ปุ่นมาวิจัยต้นเปล้าน้อยในไทยแล้วไปจดกรรมสิทธิ์ทำเป็นตัวยารักษาโ รคแผลในกระเพาะไปขายได้ทั่วโลก เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าเรายังล้าหลังไม่รู้จักหาประโยชน์จากของที่มีอ ยู่ในบ้านเราได้อย่างเต็มที่ปล่อยให้คนอื่นที่มีทุนเทคโนโลยีและความสามารถใ นการบริหารจัดการที่เหนือกว่ามาหาผลประโยชน์ได้มากกว่าเราซึ่งเป็นเจ้าของทร ัพยากรเอง รวมทั้งตัวเราเองยังพัฒนาเศรษฐกิจแบบหากำไรระยะสั้นทำลายความหลากหลายทางชีว ภาพของธรรมชาติด้วย

อุปสรรคในการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพก็เช่นเดียวกับการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สาขาอื่นๆ คือ ไม่ได้อยู่ที่งบประมาณ เพราะรัฐเริ่มเห็นความสำคัญ รวมทั้งต่างประเทศหรือภาคเอกชนก็เห็นความสำคัญ ปัญหาอยู่ที่การขาดกำลังคนและการจัดการที่ดี รวมปัญหาระบบราชการ ปัญหาระบบบริหารต่างๆที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ไม่คล่องตัวมากกว่า

    ทางแก้ปัญหาคงต้องทำหลายทางประกอบกันไป โดยเฉพาะการสร้างคนนั้น ต้องสร้างกันตั้งแต่วัยเด็ก อยู่ๆจะมาขยายมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์ก็อาจจะสายไป เพราะถึงเปิดมาก็หาคนที่มีพื้นฐานดีและสนใจเรียนได้ยาก เราจะต้องส่งเสริมให้เด็กไทยมีจิตใจเป็นคนที่สนใจการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ การคิดการวิจัยศึกษาค้นคว้าต่อ สนับสนุนให้คนสนใจเรียนสาขาวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น พัฒนาการเรียนการสอนให้ดีขึ้น มีห้องทดลอง เครื่องมือทดลอง เครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทำให้น่าสนใจชวนติดตาม มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์และธรรมชาติในเมืองใหญ่ๆให้ทุนวิจัยแรงจูงใจแก่ผู้เรียนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น ปัจจุบันการค้นคว้าวิจัยของเรายังมีน้อยมาก เพราะขาดการส่งเสริมคนที่จะทำวิจัยยังคงมีน้อย ภาคเอกชนยังไม่ได้ให้ความสนใจมากพอ เพราะนักลงทุนไทยชอบทำธุรกิจประเภทรวยเร็ว จึงจะมองการณ์ไกลไปสัก 10 ปีข้างหน้าไม่ค่อยมี

    ปัญหาที่น่าห่วงเมื่อมองในระยะยาว คือ ครู อาจารย์สายวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานจะหาได้ยาก เพราะปัจจุบันคนหันไปเรียนหรือไปทำงานสายวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สายวิชาชีพ ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า มีความก้าวหน้ามากกว่า นักเรียนนักศึกษาโดยทั่วไปก็ไม่นิยมเรียนสายวิทยาศาสตร์เพราะมีความคิดว่ายากไป ไม่สนุกและไม่ได้ผลตอบแทนสูงพอ เยาวชนหันไปนิยมเรียนวิชาประเภทนิเทศศาสตร์ บริหารธุรกิจ ซึ่งพวกเขามองว่าสนุก เรียนง่ายหางานง่าย มีโอกาสก้าวหน้า หรือได้ผลตอบแทนสูงกันมาก คนเก่งๆทางสายวิทยาศาสตร์ก็ไปเรียนหมอ วิศวะ สถาปัตย์ คนที่จะเรียนวิทยาศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพบำบัด ฯลฯ มีน้อย ทั้งๆที่เป็นสาขาที่เป็นที่ต้องการของสังคม

ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องส่งเสริมทั้งในแง่ให้แรงจูงใจด้านผลตอบแทนแก่ครูอาจารย์และบุคลากรที่ทำงานสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และแรงจูงใจด้านการลงทุนด้านการเรียนการสอนการวิจัย ให้มีทุน ห้องทดลอง อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยท้าทายน่าสนใจมากขึ้น ตลอดจนควรหาทางสร้างค่านิยมให้คนหันมาให้ความสำคัญยกย่องคนที่มีผลงานวิจัยค้นคว้าบุกเบิกด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมากขึ้น  แทนที่จะยกย่องกันแต่พวกดารา นักร้อง นางงาม นักการเมือง นายทหาร หรือนักธุรกิจ อย่างที่อยู่ในเวลานี้ เพราะถ้าใน 10-20 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจสังคมไทยเสื่อมถอย มีปัญหาวิกฤติการณ์มากมาย พวกคนดังๆประเภที่เรายกย่องกันในเวลานี้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ เราจะต้องพัฒนาภูมิปัญญาในทุกด้านกันอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนี้ จึงจะแก้ปัญหาทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้

ที่มา …จาก
วิทยากร เชียงกูล – ปฏิรูปการเมือง.– กรุงเทพฯ : มิ่งมิตร, 2540.
152 หน้า
ISBN 974-89872-7-2

+ +

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: