RSS

โลจิสติกส์พันธุ์ไทย กำลังจะ “เจ๊ง” แบบโชวห่วย

23 พ.ค.

สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์
ประธานกรรมการบริษัทในกลุ่ม อีบีซีไอ จำกัด

ธุรกิจ “โลจิสติกส์” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และมีผลต่อการได้เปรียบ-เสียเปรียบในเชิงการแข่งขันทางการค้า ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ กำลังจะ “เจ๊ง” แบบธุรกิจโชวห่วย

เพราะธุรกิจโลจิสติกส์ที่จดทะเบียนประมาณ 15,000 รายนั้น 90% เป็นธุรกิจประเภท SMEs ที่กำลังจะถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติไล่ทุบ ไล่ต้อน และไล่ซื้อ

ความจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือ บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ ซึ่งมีเงินทุนและเทคโนโลยีเหนือกว่า ได้เข้ามาทำธุรกิจโลจิสติกส์ด้วยวิธีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งทำให้ได้เปรียบในหลาย ๆ ด้าน พร้อมกับเสนอค่าบริการตัดราคา ทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์รายเล็ก ๆ ค่อย ๆ เจ๊ง หรือต้องเข้าไปเป็น Outsource ของบริษัทต่างชาติ

เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือ บริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง ได้ซื้อท่าเรือแห่งหนึ่งแถบแหลมฉบัง และเสนอค่ารถขนส่งถูกกว่าผู้ขนส่งรายเล็ก ๆ จนผู้ขนส่งรายเล็ก ๆ สู้ไม่ได้ จากนั้น บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้จะเรียกบริษัทขนส่งเล็ก ๆ ให้เข้าไปเป็น Outsource ของตน โดยจ่ายค่าขนส่งต่ำ และต้องขนส่งสินค้าในนามของบริษัทต่างชาติแห่งนั้น ชื่อบริษัท โลโก้บริษัท ต้องเปลี่ยนเป็นชื่อและโลโก้ของบริษัทแห่งนั้นด้วย บริษัทต่างชาติแห่งนี้จะกิน “ค่าหัวคิว” หรือคือ ขนกำไรที่เกิดจากส่วนต่างกลับบ้าน

ถ ามว่ารัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐได้เข้ามามีบทบาท ควบคุม ดูแล ให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายเล็ก ๆ ในแถบแหลมฉบังอย่างไร หรือไม่ และเพียงใด

ตัวอย่างจริงอีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นที่พิษณุโลก โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติด้านโลจิสติกส์เข้าไปติดต่อว่าจ้างให้บริษัทขนส่ งกระจายสินค้าขนาดเล็กแห่งหนึ่งทำการขนส่ง กระจายสินค้าให้กับตน เมื่อดำเนินการได้หนึ่งปี บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติก็บอกเลิกสัญญา แล้วดำเนินการเอง เพราะได้ข้อมูลต่าง ๆ ของลูกค้าไว้ในมือครบถ้วน

ยังมีเรื่องจริงทำนองนี้อีกมากที่ธุรกิจโลจิสติกส์ขนาดเล็กถูกบริษัท ยักษ์ใหญ่ต่างชาติกลืนกินจนใกล้เจ๊ง หรือกำลังจะหมดสภาพเหมือน “ยี่ปั๊ว” “ซาปั๊ว” ที่หายไปภายหลังจากมี Modern Trade เข้ามาในประเทศไทยเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านไป

ความจริงเหล่านี้ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่รู้
เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติด้านโลจิสติกส์เข้ามาในประเทศไทยตามควา มตกลงทางการค้าในกรอบต่าง ๆ หรือเข้ามาครอบงำธุรกิจโลจิสติกส์ในรูปแบบของ Nominee

ถามว่า รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐให้ความสนใจเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจังมากน้อยแค่ไห น และตระหนักถึงปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมาหรือไม่

แม้จะมีการกล่าวอ้างว่า ได้มีการเตรียมเงินกองทุนไว้ให้ความช่วยเหลือธุรกิจโลจิสติกส์ขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบ

แต่… เงินจากกองทุนเหล่านั้น ม ักจะเป็นการเตรียมการเพื่อช่วยเหลือธุรกิจหรือสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการ ผลิต/ขายสินค้ามากกว่าจะมุ่งช่วยเหลือธุรกิจโลจิสติกส์หรือการค้าบริการสาขา อื่น ๆ

รัฐบาลพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ และรัฐบาลคุณสมัคร สุนทรเวช ซึ่งเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเช่นกัน ต่างให้ความสนใจน้อยมากต่อความ “ล่มสลาย” ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อธุรกิจโลจิสติกส์ขนาดเล็ก

เพราะรัฐบาลพลเอก สุรยุทธ์ มุ่งที่จะทำให้มีรัฐธรรมนูญ และลุ้นให้มีรัฐบาลใหม่ ส่วนรัฐบาลคุณสมัครก็ยุ่งกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (แม้คุณสมัครจะพยายามบอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลก็ตาม)

ทั้งสองรัฐบาลจึงไม่มีเวลาสนใจเรื่องโลจิสติกส์อย่างจริง ๆ จัง ๆ

ภาครัฐ ทั้งรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ราชการที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสนใจและเอาใจใส่อย่ างจริงจังมากขึ้นในการกำหนดนโยบาย แผนงาน แผนปฏิบัติที่ชัดเจนในการรองรับให้ความช่วยเหลือต่อธุรกิจโลจิสติกส์ระดับ SMEs รวมถึงการกำหนด ควบคุม ดูแลให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายเล็ก ๆ เช่น การตัดราคาค่าบริการของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติเพื่อให้ธุรกิจโลจิสติกส์ขนาดเล็กปิดกิจการ หรือการที่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ขนาดเล็กต้องได้รับการสนับสนุนด้านภาษี เงินได้นิติบุคคล หรือได้รับการสนับสนุนด้านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือแม้แต่ก ารซื้ออุปกรณ์เครื่องมือเพื่อพัฒนาระบบงานโลจิสติกส์ ควรจะตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้เป็น 2 เท่า รัฐจัดหาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ฟรี หรือการมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบง่าย ๆ ที่ไม่แพงขายให้ธุรกิจโลจิสติกส์ขนาดเล็กเพื่อใช้และเพิ่มประสิทธิภาพการให้ บริการ ฯลฯ

ในส่วนของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ขนาดเล็ก ต้องรวมตัวกันเพื่อสร้าง Network ในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ เพื่อเป็นพลังต่อรองกับยักษ์ใหญ่ต่างชาติ ต้องมองว่าตนเองมีปัญหาหลักอะไร ต้องการให้รัฐช่วยเหลือ สนับสนุนอย่างไรเพื่อให้ธุรกิจของตนเองอยู่ได้ พร้อมกับที่ต้องสนใจและเอาใจใส่อย่างจริงจังในการปรับปรุงระบบการจัดการให้ม ีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ก ารเจรจาความตกลงทางการค้าในกรอบต่าง ๆ ต้องให้ธุรกิจโลจิสติกส์ขนาดเล็กที่เป็นตัวจริง เสียงจริง ได้มีส่วนสะท้อนปัญหา ความต้องการของตน (ไม่ใช่มีแต่ผู้แทนจากบริษัทขนาดใหญ่ หรือผู้แทนที่ไม่เข้าใจปัญหาลึก ๆ ของธุรกิจโลจิสติกส์ขนาดเล็กเป็นคณะเจรจา) โดยเข้าไปมีส่วนร่วมในกรอบเจรจาของความตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ

หากรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐไม่ปกป้อง ให้การสนับสนุนโลจิสติกส์พันธุ์ไทยขนาดเล็กอย่างจริงจัง ในไม่ช้า ความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศของไทยจะสู้ต่างประเทศไม่ได้ เพราะธุรกิจโลจิส ติกส์จะถูกผูกขาด ครอบงำโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ

ถึงเวลานั้น … ก็อาจจะสายเกินไป ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี

ที่มา จาก คอลัมภ์ เวทีทัศนะ    ใน  ผู้จัดการรายสัปดาห์

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: