RSS

การพัฒนาที่พอเพียง

23 พ.ค.

ในบรรดานักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลกในยุคปัจจุบันที่ผมให้ความสน ใจและติดตามผลงานมีอยู่ 2 ท่านด้วยกัน ซึ่งทั้งสองท่านนี้ล้วนแล้วแต่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับกันทั่ว โลก จนได้รับรางวัลโนเบลมาแล้ว

ท่านแรกคือ ศาสตราจารย์ ดร.อมาตยาเซ็น และท่านที่สองคือ ดร.โจเซฟ อี สติกลิต

สาเหตุที่ผมมีความประทับใจในผลงานของทั้งสองท่านเพราะทั้งสองท่านเป็ นผู้ให้ความสนใจทุ่มเทกับการสร้างองค์ความรู้ รวมทั้งยึดมั่นในหลักปรัชญาของการพัฒนาเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางหรือเป้าหมาย การพัฒนา

แม้ทั้งสองท่านจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิชาเศรษฐศาสตร์อย่างเยี่ยม ยอดแทนที่ท่านจะนำความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาใช้แต่ในด้านของเงินๆทองๆ การผลิตสินค้า การค้า การลงทุน การส่งออก การบริโภคการขยายตัวทางเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว ท่านกลับให้ความสำคัญต่อการสร้างองค์ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ที่เน้นความอยู่ด ี มีสุข อย่างยั่งยืนของมนุษย์ซึ่งเป็นแนวคิดของการพัฒนาที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางแบบบ ูรณาการ

ท่านอมาต เซ็น ในหนังสือของท่านเรื่อง Development and Freedom ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนากับมนุษย์หรือคน ซึ่งในทัศนะของท่านการพัฒนาจะต้องเป็นการเพิ่มสมรรถนะของมนุษย์ ต้องพัฒนามนุษย์ให้พึ่งตนเองได้และในทางกลับกันเมื่อมนุษย์มีขีดความสามารถม ากขึ้นก็จะทำให้การพัฒนาโดยรวมก้าวหน้าไปได้อย่างยั่งยืน

ก ารพัฒนาที่เน้นกันแต่การเสริมสร้างสมรรถนะของมนุษย์ให้เป็นแค่ปัจจัยในการเพ ิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจนั้นท่านเห็นว่าไม่เพียงพอไม่ได้นำไปสู่การพัฒนามนุษย์ ให้เกิดความอยู่ดีมีสุขมีสิทธิเสรีภาพพึ่งตนเองได้อยู่ในสังคมที่เป็นประชาธ ิปไตยอย่างแท้จริง

สำหรับท่าน ดร.โจเซฟ ก็เช่นกันท่านเป็นบุคคลสำคัญในวงการวิชาการทางเศรษฐศาสตร์ระดับโลกท่านให้คว ามสำคัญต่อการพัฒนาที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางอย่างยั่งยืน

ท่านเป็นผู้ที่ต่อต้านแนวคิดทางเศรษฐกิจเสรีแบบสุดโต่งหรืออย่างที่ม ีคนบางกลุ่มในบ้านเราเรียกว่า ระบบนายทุนสามานย์ อย่างรุนแรงตลอดมาแม้ว่าท่านจะเป็นคนอเมริกันก็มีความคิดที่ต่อต้านแนวคิดเศ รษฐกิจเสรีหรือการค้าเสรีอันเป็นแนวคิดทางเศรฐศาสตร์กระแสหลักที่นำโดยสหรัฐ อเมริกา

ในทัศนะของ ดร.โจเซฟ แนวนโยบายทางเศรษฐกิจที่สหรัฐครอบงำโลกซึ่งเรียกว่าฉันทานุมัติแห่งกรุงวอชิ งตัน ซึ่งประกอบด้วยเมนูของนโยบายต่างๆรวมประมาณ 10 ประการหลักด้วยกันรวมทั้งแนวนโยบายทางด้านการจัดทำงบประมาณแบบสมดุลเน้นระเบ ียบวินัยการคลัง การส่งเสริมการค้าเสรี รวมทั้งการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การลดบทบาทของรัฐเพิ่มบทบาทของเอกชนในการลงทุนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายทาง เศรษบกิจที่สุดโต่งเน้นในเรื่องประสิทธิภาพทางเศรษบกิจหรือการขยายตัวทางเศร ษฐกิจมากเกินไป

การละเลยมิติทางด้านการเสริมสร้างความเป็นธรรมทางด้านการกระจายรายได้ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจรวมทั้งความยั่งยืนของการพัฒนา

ดร.โจเซฟ ชี้ให้เห็นว่าในอดีตที่ผ่านมาเมื่อประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลายประสบกับปัญหาวิก ฤตทางเศรษฐกิจ การส่งออกมีปัญหาเงินทุนไหลออกจนหมดตัวต้องพึ่งพาอาศัยสถาบันการเงินระหว่าง ประเทศโดยเฉพาะกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF เข้ามาให้กู้เงินมาจุนเจือเงินทุนสำรองที่ต้องหมดไปประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี ้ต้องผจญกับเงื่อนไปของ IMFในการให้เงินกู้ที่จะต้องปฏิบัติตามเมนูนโยบาย “ฉันทานุมัติแห่งวอชิงตัน”ที่สร้างความทุกข์ยากให้แก่ประชาชนอย่างมาก

ดร.โจเซฟ ไม่เชื่อในแนวคิดทางเศรษฐกิจขององค์การระหว่างประเทศภายใต้อิทธิพลของสหรัฐท ี่เชื่อว่าตลาดเสรีในตัวของมันเองจะนำไปสู่ความมีสิทธิภาพของเศรษบกิจรวมทั้ งความเสมอภาคและการมีงานทำอย่างเต็มที่ในสังคมได้

เขาไม่เชื่อว่าเมนูของนโยบายที่เรียกว่าฉันทานุมัติแห่งวอชิงตันจะเป็น
เสือนยาชุดขนานเอกที่จะนำไปใช้กับประเทศด้อยพัฒนาได้ทุกประเทศเพราะแ ต่ละประเทศมีภูมิหลังรวมทั้งสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจสังคม การเมือง วัฒนธรรมไม่เหมือนกัน

สมัยที่ประเทศไทยเราเจอวิกฤตเศรษบกิจต้มยำกุ้งเราก็ได้รับรวชาตดของยาชุดเมนูนโยบายของ IMFมาแล้วว่ามันขมขนาดไหน

ดร.โจเซฟ ชี้ให้เห็นว่ากระแสโลกาภิวัตน์ทางด้านเศรษบกิจในระยะที่ผ่านมาแม้จะทำให้เศร ษบกิจของประเทศที่กำลังพัฒนาหลายๆประเทศขยายตัวรวดเร็วจำนวนร้อยละของปนะชาก รในโลกระดับที่ยากจนข้นแค้นที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นวัดรายได้ยากจนขั้นต่ำสุด ประมาณ 2 เหรียญสหรัฐหรือ 60 กว่าบาทต่อวันจะลดลงแต่จำนวนของคนจนก็ยังเพิ่มขึ้นอยู่ดี

ประเทศจีนได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา ทั้งทางด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ ความสำเร็จจาการส่งออกทำให้จีนสามารถทำให้คนจีนหลายร้อยล้านคนพ้นจากสภาวะคว ามยากจน ที่น่าสังเกตก็คือจีนดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบสายกลาสงตามหลักเศรษฐกิจพอเพีย ง ไม่เปิดตลาดให้มีการนำเข้าอย่างรวดเร็วเกินไป แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่ยอมอนุญาตให้มีการนำเงินทุนร้อนๆเข้ามาเพื่อการ เก็งกำไรในประเทศ เงินร้อนประเภทนี้คือเงินทุนที่เข้ามาหาผลตอบแทนในอัตราสูงๆในระยะสั้นๆแล้ว รีบถอนออกไปในทันทีที่มีเค้าลางว่าในประเทศนั้นๆกำลังมีปัญหา

สำหรับประเทศอื่นๆนั้น ดร.โจเซฟ ให้ข้อมูลว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาไม่ได้โชคดีอย่างจีน ความยากจนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้พลเมืองโลกประมาณร้อยละ 40 หรือ 6 พันห้าร้อยล้านคนยังอยู่ในสภาวะยากจนเมื่อเปรียบเทียบกับร้อยละ 36ในปี 1981 ส ิ่งที่ผมมีความประทับใจในความคิดของ ดร.โจเซฟมากก็คือเขาให้ข้อสังเกตว่าแม้การเพิ่มรายได้และมาตรฐานการครองชีพข องมนุษย์จะมีความสำคัญก็ตามแต่ปัญหาที่เกิดจากความยากจนยังมีมากกว่าการไม่ม ีเงินไม่มีรายได้

ผลการศึกษาวิจัยจ ากการพูดคุยกับคนยากคนจนประมาณ 60,000 คนใน 60 ประเทศชี้ให้เห็นว่า ความยากจนเหล่านี้ไม่ได้ต้องการมีแต่รายได้ที่พอเพียงเท่านั้นแต่พวกเขายังย ้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีความมั่นคงในชีวิต การมีส่วนร่วมในการตัดสินโชคชะตาของตนเองซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมิ ติทางด้านสังคม การเมือง มิใช่แค่มิติทางเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว

วิธีคิดของนักเศรษฐศาสตร์ทั้งสองท่านที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแน วนโยบายการพัฒนาทางเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมสุดโต่ง ยึดหลักทฤษฎีทางวิชาการตามตำราแต่เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอไม่ได้ก่อให ้เกิดการสร้างความอยู่ดีมีสุขของคนอย่างยั่งยืนได้

ผมว่าน่าจะถึงเวลาที่บรรดาผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบกับการดำเนินนโยบ ายทางเศรษฐกิจในบ้านเราควรจะได้ตระหนักถึงข้อจำกัดในการมุ่งแต่นโยบายการส่ง เสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเสริมสร้างการค้าเสรี รวมทั้งการลดบทบาทของรัฐกันให้ดีๆก่อนที่จะสายเกินไป

เ ราควรพิจารณากำหนดทิศทางการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษบกิจพอเพียงอย่างแท้จริงโ ดยให้เกิดความสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การสร้างความเสมอภาคความเป็นธรรมและความยั่งยืนของการพัฒนาซึ่งเป็นวิธีคิดท ี่มุ่งเน้นเป็นเป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนาในทุกเรื่องอย่างแท้จริง

ที่มา จาก คอลัมภ์ สู่วิสัยทัศน์ใหม่    ใน  ผู้จัดการรายสัปดาห์

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: