RSS

มาตรการที่เป็นรูปธรรมในการปฏิรูประบบราชการ

24 พ.ค.

วิทยากร เชียงกูล

1. รัฐบาลควรสังคายนาแก้ไขกฏหมาย วิธีการและขั้นตอนการทำงานของราชการให้ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นลงเพื่อให้การทำงานเป็นไปโดยรวดเร็วขึ้น ชัดเจนขึ้น วัดผลงานได้ ทำนองเดียวกับการบริหารงานสมัยใหม่ในองค์กรเอกชน ในการนี้ต้องระดมทั้งนักกฎหมาย นักวิชาการ นักวิชาชีพต่างๆ ทั้งภาคราชการและเอกชน ประชุมสัมมนาเพื่อหาทางปฏิรูปร่วมกันอย่างจริงจัง โดยเลิกคิดว่าเป็นผลงานของพรรคไหน หรือแก้กฎหมายไปแล้วพรรคไหนจะได้เปรียบเสียเปรียบ น่าจะเชิญหรือรับข้อเสนอของพรรคฝ่ายค้านด้วย เวลาเสนอแก้กฎหมายในสภาจะได้แก้ง่ายขึ้น วิธีการจัดประชุมสัมมนาจัดกลุ่มทำงานควรใช้วิธีการแบบธุรกิจเอกชน คือ มุ่งให้เกิดผลอย่างจริงจัง เพราะถ้าตั้งคณะทำงานปฏิรูปแบบราชการที่นิยมแต่งตั้งกรรมการตามตำแหน่งนานๆประชุมทีก็คงประชุมกันอีกปีสองปีกว่าจะมีข้อสรุป หรือข้อเสนอแนะอะไรออกมาได้ และถ้าคณะทำงานมีแต่ข้าราชการ พวกเขาก็มักปกป้องตนเอง ไม่ได้มองปัญหาอย่างวิพากษ์วิจารณ์ ต้องเชิญคนที่ออกจากภาคราชการไปแล้ว และคนที่ไม่ใช่ข้าราชการมาทำงานการปฏิรูประบบราชการจึงจะได้ผล

2. คณะรัฐบาลรวมทั้งนายกรัฐมนตรีก็ควรปฏิรูปตัวเอง หากที่ปรึกษา สต๊าฟทำงานที่เข้าใจปัญหาเห็นการณ์ไกล มีแนวคิดและการทำงานที่เป็นเอกภาพและมีวุฒิภาวะ (ความเป็นผู้ใหญ่) กำหนดโครงสร้างการทำงาน วิธีพบปะ ประชุม ตัดสินใจทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นโยบายโครงการไหนที่ไม่แน่ใจว่าควรทำดีหรือไม่ ก็เปิดการสำรวจประชามติ เปิดการไต่สวนสาธารณะ เพื่อให้ได้ข้อมูล ให้ได้ข้อสรุปภายในเวลาเท่านั้นเท่านี้ ไม่ใช่โยนเรื่องให้หน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้ หรือตั้งคณะกรรมการชุดนี้ชุดนั้นศึกษา โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา ทำให้โครงการใหญ่ที่จำเป็นต้องยืดยาดออกไปหลายปีจนเป็นผลเสียหาย

3. ทำระบบราชการและรัฐวิสาหกิจให้เล็กลง เปลี่ยนรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทมหาชนโดยให้พนักงานถือหุ้นเป็นสัดส่วนสูงพอสมควร ให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจเกษียณอายุ 55 ปี โดยให้บำเหน็จบำนาญเท่าหรือใกล้เคียงกับการเกษียณตอนอายุ 60 ปี และให้ต่ออายุหรือจ้างต่อได้เฉพาะกรณีที่จำเป็น งานบางอย่างควรโอนให้เอกชนทำแทน หรือทำให้เป็นองค์กรอิสระกระจายอำนาจให้ระดับกลาง ระดับล่าง โดยเฉพาะให้หน่วยงานในท้องถิ่น มีความรู้และอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้นลดอำนาจกระทรวงส่วนกลางลง ให้ส่วนท้องถิ่นบริหารตนเองมากขึ้น มีผู้บริหารและสภาท้องถิ่นตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงตำบล หมู่บ้านที่มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจในการเก็บภาษีหารายได้กำหนดนโยบาย จัดสรรทรัพยากรในท้องที่ได้ด้วยตนเองมากขึ้นตามลำดับ เรื่องการกระจายอำนาจนี้ ควรวางแผนให้ทยอยทำและทำได้หลายรูปแบบให้เหมาะสมกับแต่ละท้องที่ไม่จำเป็นต้องคิดเป็นสูตรเดียวกันเพื่อประกาศใช้พร้อมกันทั่วประเทศ

4. ปฏิรูปการศึกษา การสื่อสารมวลชนอย่างจริงจัง ให้มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา สถานีวิทยุ โทรทัศน์ของรัฐมีระบบบริหารที่เป็นอิสระมากขึ้น และสนับสนุนสถาบันการศึกษาเอกชน ให้พัฒนาด้านคุณภาพเพิ่มขึ้น ส่งเสริมพัฒนารายการวิทยุและโทรทัศน์ การใช้คอมพิวเตอร์และมัลติมีเดีย เพื่อการศึกษาและความบันเทิงแบบประเทืองปัญญา เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสและทางเลือกในการค้นหารับข่อมูลข่าวสาร ความบันเทิงมากขึ้น มีความเฉลียวฉลาด รู้ข่าวสาร รู้ปัญหา รู้ข้อมูลและแนวทางแก้ไขปัญหา พัฒนาอาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนการพัฒนาสังคมมากขึ้น

ที่มา …จาก
วิทยากร เชียงกูล – ปฏิรูปการเมือง.– กรุงเทพฯ : มิ่งมิตร, 2540.
152 หน้า
ISBN 974-89872-7-2

+ +

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: