RSS

แนวคิดการปฏิรูปการศึกษา

28 พ.ค.

วิทยากร เชียงกูล

    แนวคิดเรื่องการจัดการศึกษา มักจะเน้นที่การมุ่งผลิตแรงงานและ “ทรัพยากรกำลังคน” ให้สอดคล้องกับความต้องการด้านแรงงานสาขาต่างๆที่จะมีเพิ่มขึ้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ผู้วางแผนของรัฐชอบคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะโตเท่าไหร่ โตอย่างไร ต้องการแรงงานประเภทไหนบ้าง แต่สิ่งที่รัฐบาล (ทั้งนักการเมืองและข้าราชการประจำ) ไม่ค่อยได้คิดคือ ควรมีการวิจัยและการจัดการศึกษาชนิดที่เตรียมรับมือกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจสังคม การเมืองใหม่ๆ ท ี่เป็นผลตามมาจากแผนพัฒนาหรือการเติบโตของเศรษฐกิจด้วย ไม่ใช่มองแต่ปัญหาเศรษฐกิจล้วนๆ นักวางแผนที่มีจินตภาพควรมองและเตรียมพร้อมที่จะให้การลงทุนทางด้านการศึกษา มุ่งแก้ปัญหาภาพรวมทั้งหมดด้วย ไม่ใช่แค่มุ่งผลิตแรงงานบุคลากรให้ไปทำงานเฉพาะด้านเท่านั้น

    แผนพัฒนาฉบับที่ 8 คาดหมายว่าจะมีความต้องการแรงงานและทรัพยากรกำลังคนที่มีความรู้ระดับมัธยมเพิ่มขึ้น และระดับสูงกว่ามัธยมในสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมประเภทต่างๆในอนาคต ดังนั้นรัฐบาลจึงเริ่มเน้นการมุ่งพัฒนาสาขาวิทยาศาสตร์ การช่าง วิศวกรรม การอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้น แต่รัฐบาลยังคงถนัดคิดแต่ในทางเพิ่มงบประมาณการจัดการศึกษาด้านนี้มากกว่าที่จะคิดแก้ปัญหาโครงสร้างว่า ทำไมเด็กไทยจึงไม่ชอบเรียนด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรือเรียนด้านนี้กันไม่ค่อยเก่งเท่าที่ควร

    กำลังแรงงานด้านที่เป็นที่ต้องการในช่วงแผน 8 ส่วนหนึ่งคงจะเป็นแรงงานที่จะไปช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบถนน ท่าเรือ ทางรถไฟ การจัดการทรัพยากรน้ำ นิคมอุตสาหกรรม เคหะชุมชนและบริการต่อเนื่อง ระบบสื่อสารคมนาคมต่างๆ กลุ่มที่จะเป็นที่ต้องการมากกลุ่มหนึ่ง คือ แรงงานด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรมธุรกิจ การค้าและการบริการต่างๆ เพราะไทยเป็นประเทศที่กำลังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และเมื่อมีการพัฒนาเมืองและชุมชนมากขึ้น คนก็จะต้องการสินค้าและบริการต่างๆมากขึ้น

    ดังนั้น เมื่อมองในแง่แนวโน้มการพัฒนาทางเศรษฐกิจแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องมีการจัดการศึกษาแบบสมัยใหม่ เพื่อฝึกคนให้เป็นมืออาชีพที่ทำงานเป็น ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกด้านในทุกระดับ เช่น โรงแรม ร้านอาหารในต่างจังหวัดก็ควรมีคนที่รู้จักการจัดการให้มีระเบียบ สะอาด มีประสิทธิภาพ พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการขนาดย่อม ควรรู้จักการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพทันสมัย  มีจิตสำนึกในเรื่องการให้บริการที่มีคุณภาพ ประโยชน์ในระยะยาว ที่คนจะติดใจกลับมาใช้บริการอีก มากกว่าการหากำไรระยะสั้นแบบไม่รับผิดชอบ

    แผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของเรายังให้ความสำคัญภาคเกษตรน้อยกว่าที่ควร และเมื่อพูดถึงภาคเกษตรก็มักมองที่อุตสาหกรรมการเกษตร เช่น การแปรรูปอาหารสัตว์ ผลิตอาหารสัตว์ แปรรูปยาง แต่ที่จริงแล้วการพัฒนาภาคเกษตรยังจำเป็นที่จะต้องพัฒนาอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ 54% ยังอาศัยอยู่ในภาคเกษตรและในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยก็ยังคงลดแรงงานภาคเกษตรลงไม่ได้มากนัก เพราะภาคอุตสาหกรรมและอื่นๆ ยังไม่สามารถรองรับแรงงานได้มาก ทั้งภาคเกษตรยังเป็นแหล่งอาหารและวัตถุดิบที่สำคัญ ดังนั้นการจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่านี้ โดยเฉพาะในเรื่องพืชที่เป็นอาหาร และวัตถุดิบ การเลี้ยงสัตว์การประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ที่มีลู่ทางพัฒนาได้มากกว่านี้

    การลงทุนการศึกษาไม่ควรมีความหมายแค่ การผลิตแรงงานสาขาต่างๆไปป้อนโรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจและบริการซึ่งจะพัฒนาขึ้นมาตามโครงการในแผนพัฒนาเท่านั้น เรายังต้องคิดถึงการจัดการศึกษาในแนวทางที่กว้าง การจัดการศึกษาในทุกๆแห่งไม่ควรลืมเป้าหมายอันแท้จริงของการศึกษา คือ พัฒนาความเป็นมนุษย์ในทุกๆด้าน ไม่ใช่เฉพาะในแง่ความรู้ และทักษะทางวิชาชีพเท่านั้น แต่ในแง่การพัฒนาศักยภาพของคน  การพัฒนาทางสติปัญญา อารมณ์ ความสำนึกทางการเมืองและสังคม ซึ่งหมายถึงการพัฒนาคนหรือมนุษย์เพื่อตัวของเขาเองไม่ใช่พัฒนา “ทรัพยากร” มนุษย์ (เทียบมนุษย์เท่ากับเครื่องจักร ทุน ปัจจัยการผลิตอื่นๆ) เพื่อประโยชน์ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ นี่คือความหมายของการจัดการศึกษาที่แท้จริงที่เราควรทำควบคู่ไปกับการจัดการศึกษาในแนวอาชีพ

    การจัดการศึกษาในแนวนี้ หมายถึงว่า เราต้องจัดการศึกษาทั้งความรู้พื้นฐานที่จะเป็นบันไดในการศึกษาวิชาอื่นๆต่อไป และความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสุขศึกษา จิตวิทยา วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจ การเมือง สังคม หน้าที่ ศีลธรรม จริยธรรม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นั่นก็คือ  เราควรต้องคิดถึงการเตรียมมนุษย์ให้มีคุณภาพอย่างรอบด้าน ให้เขาหัดคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น ศึกษาด้วยตัวเองได้ เพราะสังคมมีการเปลี่ยนแปลง เกิดสภาพแวดล้อมใหม่ และปัญหาใหม่อยู่เสมอ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อรับใช้วิถีชีวิตของมนุษย์ให้มีคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่มนุษย์จะต้องแก้ปัญหาและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา

    การเน้นให้ความสำคัญวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ได้แปลว่าควรจะลดความสำคัญของสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ลง เพียงแต่เราควรลดปริมาณของการผลิตคนจบการศึกษา สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ระดับอุดมศึกษาที่มีมากแล้วลง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องปรับปรุงคุณภาพการศึกษาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ให้มีคุณภาพสูงขึ้นไม่ว่าจะเรียนเป็นวิชาเอก หรือเป็นวิชาความรู้พื้นฐานทั่วไป ผู้ที่จะเรียนสายวิทยาศาสตร์ก็ควรเรียนวิชาพื้นฐานด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์อย่างมีคุณภาพด้วย เพราะจะช่วยให้พวกเขาเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ดีขึ้น และจะช่วยให้พวกเขาเรียนรู้อย่างเชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมได้

    แผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมอาจจะไม่บรรลุเป้าหมาย หรืออาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ที่ไม่ได้คาดไว้ตามมา เช่น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาทางครอบครัวและสังคมเนื่องจากการโยกย้ายอพยพคนไปทำงานในเมืองและชายฝั่งตะวันออก ปัญหาการเปลี่ยนแปลงด้านความคิด ค่านิยม ฯลฯ ดังนั้น เราจึงต้องจัดการศึกษาให้ประชาชนทุกกลุ่มทั่วถึง และเป็นการศึกษาชนิดที่เตรียมพร้อมคนให้เผชิญและแก้ปัญหาในอนาคต ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใด ได้อย่างยืดหยุ่นคล่องตัวด้วย เพราะโลกยุคใหม่เป็นโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก การศึกษาที่มุ่งผลิตคนให้มีความรู้ทางวิชาการเฉพาะด้านอย่างทื่อๆ พอเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง พวกเขาก็อาจตกงาน และไม่รู้จะทำอาชีพอื่นอะไรได้

    การเตรียมการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพจะต้องปฏิรูปการฝึกอบรมครูอาจารย์ การจ้างการบริหารงาน การให้ผลตอบแทนครูอาจารย์อย่างขนานใหญ่ เพื่อจูงใจให้คนที่เก่งที่สุด ดีที่สุดมาเป็นครูอาจารย์ เพื่อจะได้เป็นแบบพิมพ์ที่ดี ไม่ใช่จัดการภายใต้ระบบราชการแบบรวมศูนย์ที่ส่วนกลางในปัจจุบัน ซึ่งมีแต่คนระดับดีพอใช้ หรือระดับสองระดับสามที่หาที่เรียนหรืองานอื่นที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว จึงมาเรียนหรือมาทำงานเป็นครูอาจารย์ คนที่เก่งๆไปเรียนหรือไปทำงานอย่างอื่นที่มีผลตอบแทน แรงจูงใจสูงและท้าทายมากกว่าการเป็นครูอาจารย์ หรือคนเก่งบางคนยังคงเป็นครูอาจารย์ก็จริง แต่แบ่งเวลาไปทำงานอื่นที่ไม่ใช่งานสอนเสียมากเพราะปัญหาเงินเดือนต่ำ สภาพเช่นนี้ทำให้คุณภาพการศึกษาตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด และจะตกต่ำลงไปอีกถ้าไม่รีบแก้ไข

    การศึกษาจะเน้นปริมาณเท่านั้นไม่ได้ ต้องเน้นคุณภาพเป็นอันดับแรก การศึกษาที่มีคุณภาพเท่านั้นที่ทำให้ผู้จบการศึกษามีคุณภาพพอรับมือกับสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบ  การจัดการศึกษาที่มีแต่ปริมาณยิ่งสร้างปัญหา เช่นผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีที่ไม่มีความรู้แน่นพอ ไม่ค่อยฉลาด ทำอะไรไม่ค่อยได้แล้วยังมีนิสัยหยิบโหย่ง ไม่ยอมทำงานที่ตั้งต้นจากระดับล่าง ไม่สู้งาน ไม่รู้จักเรียนรู้งาน หรือผลิตคนที่มีความรู้แต่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ที่มีความฉลาดในทางโกงและเอาเปรียบคนอื่นเพิ่มขึ้น

    เศรษฐกิจไทยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จึงควรจัดการศึกษาชนิดที่เตรียมให้ผู้จบการศึกษาสามารถที่จะศึกษาต่อด้วยตนเอง มีทางเลือกของตนเองที่จะทำงานตามสาขาที่ตนชอบหรือหางานได้ เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการจ้างงานเปลี่ยนแปลงไป คนที่มีการศึกษาแบบใหม่ควรจะปรับตัวและหาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตนเองได้มากกว่าคนที่ไม่ค่อยมีการศึกษา ดังนั้น การศึกษานอกจากจะต้องจัดการให้สอดคล้องกับแนวโน้มของการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแล้ว ควรต้องเป็นการศึกษาชนิดเปิดกว้างและสร้างคนให้มีคุณภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ริเริ่ม และสามารถพัฒนาตัวเองได้ต่อไปเป็นประการสำคัญ ไม่ใช่เน้นแต่การศึกษาด้านอาชีพ ด้านทักษะแบบท่องจำอย่างทื่อๆชนิดที่เราทำกันอยู่

 

ที่มา …จาก
วิทยากร เชียงกูล – ปฏิรูปการเมือง.– กรุงเทพฯ : มิ่งมิตร, 2540.
152 หน้า
ISBN 974-89872-7-2

+ +

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: