RSS

ต้องทำให้ได้..เพื่อหาพลังงานทดแทนและธัญญพืชแห่งชาติ

13 มิ.ย.

วันนี้.เหตุการณ์บ้านเมืองเดินทางมาถึงทางแยกที่สำคัญอีกครั้ง เราต้องตัดสินใจสู่ความชัดเจนด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อพัฒนาการที่ยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนที่ถาถมสู่ประเทศไทย และเราต้องควบคุมให้ได้ ตั้งแต่

การจัดการภาวะราคาน้ำมันที่อาจจะมากกว่า 40 บาทต่อลิตรที่ส่งผลกระทบประเทศทั้งระบบ


การลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนพร้อมกับความผันผวนของสภาพอากาศ เช่น ภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบภูมิภาคเอเชียเราอย่างคาดไม่ถึง เหตุการณ์ภัยวิบัติพายุไซโคลนนาร์กีสที่ทำลายพม่าหรือกรณีแผ่นดินไหวที่จีนส ร้างความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตกว่า 50,000 คน

การรับมือวิกฤติการณ์เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่สร้างปรากฏการณ์แปลกๆให ้กับหลายประเทศ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา การขนส่ง ความมั่นคง

พ บว่า สิ่งที่ท้าทายความอยู่รอดของแต่ละประเทศต้องอาศัยการตัดสินใจที่ถูกต้อง จิตเที่ยง และต้องอยู่บนเจตนารมย์ ที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาวันนี้ ไม่ก่อปัญหาในอนาคต

จากนโยบายการหาพลังงานทดแทนและธัญพืชแห่งชาติของรัฐบาล ยังไม่มีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนว่า “ประเทศไทยต้องทำอะไรบ้าง เพื่อสามารถแก้ปัญหาทั้งระบบได้”

ผมขอวิพากย์ผลกระทบและสิ่งที่ต้องกระทำและต้องทำให้ได้

1. นโยบายนี้ต้องมีเจ้าภาพชัดเจน
ปกตินโยบายแห่งชาติจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพราะมีอำนาจสั่งการได ้เต็ม แต่วันนี้รัฐบาลได้แต่งตั้งรองนายกมิ่งขวัญเป็นประธาน ซึ่งต่อมาก็พบความแตกต่างในระบบสั่งการ

ดังนั้นประธานต้องพิสูจน์ ว่าสามารถสั่งการได้จริงและเร่งรีบโชว์ผลงานที่ท้าทายการบูรณาการให้เต็มที่ รวดเร็ว เพราะปัญหานี้มีกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมาย

สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นวันนี้ คือ นโยบายและโครงสร้างการบริหารที่ชัดเจนที่หน่วยงานสามารถปฏิบัติเชื่อมโยงและนำไปปฏิบัติได้อย่างชัดเจน

2. ต้องลงรายละเอียดการปฏิบัติเป็นรายธัญพืช / อุตสาหกรรม ขั้นต่ำ 6 ชนิด

การประกาศแบบรวม ๆ กลาง ๆ ผู้ปฏิบัติไม่สามารถปฏิบัติได้ เพราะ
แต่ละอุตสาหกรรมมีปัญหาและความพร้อมต่างกัน เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนภาครัฐต้องสรุปว่า ต้องการพลังงานทดแทนเท่าไร เพื่อกำหนดผลผลิตธัญญพืชแต่ละชนิด การกำหนดพื้นที่เพาะปลูกและระบบที่เอื้ออำนวยต่อการผลิต สนับสนุนด้านระบบชลประทาน และการดูแลราคาไม่ให้ผันผวน

นโยบายนี้ จะต้องไม่ทำงานตามกระแสหรือสนองความต้องการของตนเองฝ่ายเดียวแต่ต้องทำให้ทุ กฝ่ายต้องอยู่ได้ ธัญพืชที่อย่างน้อยต้องมีความชัดเจน ได้แก่

* ข้าว เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศเกี่ยวข้องกับคนทั่วไป ต้องดูแลปัจจัย ปริมาณข้าวในระบบทั้งบริโภคภายในและส่งออกให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้ระดับราคามีความผันผวนสูง เพราะข้าวมีวงจรชีวิตสั้นและสามารถผลิตได้ในหลายประเทศ ดังนั้นการควบคุมอุปสงค์ให้สอดคล้องกับความต้องการจึงมีความสำคัญมาก ถ้าจัดการไม่ดี ราคาข้าวตก ชาวนาเดือดร้อน รัฐบาลจะรับมืออย่างไร

เกษตรกรต้องมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้นไทยต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งด้านพันธุ์พืช ดิน น้ำ ปุ๋ย เพราะนาทีนี้..เราแพ้นานาชาติอยู่

* ปาล์ม ช่วงนี้เสมือนหนึ่งจะขาดแคลนทำให้ราคาขึ้น แต่กลับกันพอวันที่เกษตรกรจะขายผลผลิต ราคากลับตก ทำให้เกิดการประท้วงรุนแรง นี่คือตัวอย่างขั้นต้นของการไม่เตรียมตัวทั้งระบบ

* มันสำปะหลัง วันนี้ทุกภาคหันมาปลูกมากขึ้น เพราะราคาดี

* ข้าวโพด ต้องติดตามตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพราะข้าวโพดเป็นธัญพืชที่ขึ้นกับราคาตลาดโลก เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความผันผวนสูง ที่ต้องบริหารจัดการ วันนี้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งได้ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านปลูกมากขึ้น เพราะมีความต้องการสูง

* อ้อย เป็นผลผลิตหลักที่ใช้ผลิตเอทานอลความต้องการจะเปลี่ยนแปลงรุนแรง ส่งผลต่อระบบราคาแน่นอน ดังนั้นระบบบริหารจัดการตั้งแต่กระบวนการปลูก การหีบน้ำตาล ราคา จะกระทบแน่นอน

* ถั่วเหลือง ระบบถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง การผลิตภายในและตลาดโลก คือปัจจัยสำคัญ

* ยางพารา

3. การบริหาร 3F

* อาหารคน (Food) ต้องมีราคาไม่แพง จัดหาให้ประชาชนบริโภคอย่างเ พียงพอ

* อาหารสัตว์ (Feed) ปศุสัตว์สามารถเปลี่ยนอนาคตประเทศได้ จะเป็นส่วนที่นำผลิตภัณฑ์ที่เหลือใช้จากการทำเอธานอลมาใช้เลี้ยงสัตว์ ดังนั้นต้องต่อยอดเรื่องคุณภาพและวิธีการนำไปใช้ได้และภาครัฐต้องจัดการด้าน ราคาและปริมาณ เพราะถ้าปล่อยปละละเลย ผู้ประกอบการส่วนนี้ก็อยู่ไม่ได้

* อาหารเครื่องจักร (Bio-fuel) ประเทศไทยต้องเร่งปฏิบัติและวางแผนเรื่องปริมาณการผลิต เพราะเป็นเครื่องมือแรกที่จะรับภาระวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันลงได้ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนลงได้ แถมประเทศไทยยังสามารถใช้คาร์บอนเครดิตหาประโยชน์ได้เพิ่มขึ้น

4. แก้ปัญหาเฉพาะหน้า”ข้าวยากหมากแพง”และช่วยเหลือผู้อ่อนแอในสังคม ได้แก่

* ผู้บริโภค กับปัญหาค่าครองชีพ รายรับรายจ่าย “ข้าวยากหมากแพง”

* เกษตรกร ไม่ให้กลุ่มคนกลางฉวยโอกาสกดราคา โดยเฉพาะช่วงผลผลิตสู่ตลาด ดังนั้นต้องสร้างระบบการตลาดและการรวมตัวของเกษตรกรเป็นสหกรณ์ มีแผนงานรองรับที่ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก

* ผู้ประกอบการรายย่อย ที่จะได้รับผลกระทบแน่นอนเนื่องจากศักยภาพไม่เอื้ออำนวย และไม่สามารถดูแลได้ทั้งระบบ เพราะปัญหาราคาน้ำมันแพงครั้งนี้จะกระทบต้นทุนการผลิตทางตรง เช่น การขนส่ง ประมง การผลิต การเงิน และการคลัง

5. นโยบายต่อเนื่องเพื่อการแก้ปัญหาระยะกลางที่ต้องสำเร็จภายใน 3 ปี

* ระบบชลประทาน เพราะการปลูกพืชต้องอาศัยน้ำ จากข้อมูลปัจจุบันฝนจะตกในภูมิภาคเพิ่มขึ้นแต่ไม่เป็นฤดูกาล ดังนั้น ถ้าไม่มีระบบชลประทาน นโยบายแห่งชาติต้องสร้างความชัดเจนเรื่องนี้ครับ

* การพัฒนาระบบสหกรณ์ เพื่อสร้างความแข็งแรงแก่เกษตรกรรายย่อยให้สามารถยืนหยัดในระบบนี้ ดังนั้น สหกรณ์ต้องทำงานได้ ไม่ใช่คอยรับความช่วยเหลืออย่างเดียว

* ระบบการซื้อขายล่วงหน้า เพื่อปรับระบบจัดซื้อและจัดจำหน่าย สินค้าธัญญพืชจะเกี่ยวข้องกับตลาดโลกอยู่ในระบบตลาดล่วงหน้าที่มีระบบการเก็ งกำไร เราอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ จะต้องติดต่อสัมพันธ์กับนานาชาติ ดังนั้นต้องเปลี่ยนระบบโครงสร้างบริหารจัดการภายในประเทศ มิฉะนั้นจะไม่สามารถจัดการปริมาณ และแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำได้

* การควบคุมคุณภาพครบวงจร เพราะ ระบบ”ปริมาณ ราคา คุณภาพจะมาพร้อม ๆ กัน” ดังนั้นเกษตรกรต้องสร้าง ธัญพืชมีคุณภาพ ไม่มีการปนเปื้อน สู่ผู้บริโภค

6. การขยายผลสู่ความเพียงพอบน”ความมั่นคง” ของประเทศ
ก้าวย่างเรื่องนี้จะเป็นความมั่นคงทางอาหารและศักยภาพทางเศรษฐกิจสำค ัญของประเทศ สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประเทศได้ การจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดต้องอาศัย “เศรษฐกิจพอเพียง” ดังนั้น
การสร้างประเทศไทยให้อยู่ได้ “สบาย ๆ” ในโครงสร้างสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ จะต้องสร้างความพอดี ไม่ประมาท มีภูมิคุ้มกัน บนพื้นฐานความรู้ และคุณธรรม ให้ได้ครับ

แนวปฏิบัติทั้งหมดหกด้านต้องปฏิบัติแล้วครับ
เราหมดเวลาที่จะทะเลาะกันแล้ว
สิ่งที่ท้าทายประเทศชาติกำลังรอคอยความสำเร็จจากพวกเราทุกคนครับ

บทความที่น่าสนใจ จาก นสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: