RSS

ปัญหาการขนส่งและอุบัติเหตุ

16 มิ.ย.

วิทยากร เชียงกูล

    ในปี 2537 คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน 18,514 คน เฉลี่ยคือ มีคนถูกฆ่าบนท้องถนนชั่วโมงละ 2 คน และยังมีผู้พิการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกปีละหลายหมื่นคน  ประมาณว่าร้อยละ 30 ของจำนวนเตียงในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต้องถูกใช้ไปสำหรับรักษาผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดจากยานยนต์ และเป็นสาเหตุแห่งการตาย เป็นอันดับต้นๆเทียบกับอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคภัยร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ และมะเร็ง

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ประมาณการว่า อุบัติเหตุยานยนต์ก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินเฉลี่ยชั่วโมงละ 7-10 ล้านบาทในปี 2536 คิดรวมทั้งปีแล้ว การสูญเสียมีมากกว่างบของกระทรวงสาธารณสุขทั้งกระทรวง 2.8 เท่า ความสูญเสียจากอุบัติเหตุยานยนต์นั้นมหาศาลจริงๆ หากเราคิดว่าคนที่ต้องเสียชีวิตแต่วัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคนนั้น สังคมได้ลงทุนให้การศึกษาอบรมเขามามากเพียงไร และถ้าไม่ตายไปเพราะอุบัติเหตุพวกเขาจะทำงานให้สังคมได้อีกมากเพียงไร ทั้งนี้ยังไม่ได้นับถึงความสูญเสียส่วนตัวทั้งทางเศรษฐกิจและทางจิตใจที่ครอบครัวต้องรับอีกด้วย  คนที่ไม่ตายแต่พิการก็เป็นภาระให้แก่ทั้งครอบครัวและสังคมมากด้วยเช่นกัน

สิ่งที่น่าคิดคือ แนวโน้มอุบัติเหตุยานยนต์ ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 170 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี 2532 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุยานยนต์เพียง 6,053 คน แต่ปี 2537 เพิ่มเป็น 18,514 คน แนวโน้มนี้นับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามโรงพยาบาลจังหวัดต่างๆ ต้องมารับภาระปัญหาคนประสบอุบัติเหตุจากยานยนต์นี้มากขึ้น จนหมอผ่าตัดบางคนรับไม่ไหวลาออกไปหลายราย คนทั่วไปมักคิดว่าแนวโน้มอุบัติเหตุยานยนต์จะต้องเพิ่มเป็นธรรมดา เพราะสภาพเศรษฐกิจสังคมเจริญเติบโต มีการใช้ยานยนต์มากขึ้น มีการขนสินค้าการเดินทางไปที่ต่างๆมากขึ้น แต่ประเทศไทยนั้น มีอุบัติเหตุยานยนต์มากเกินกว่าที่ควรเป็น ทั้งรัฐและเอกชนน่าจะคิดหาป้องกันให้อุบัติเหตุยานยนต์ลดลงได้มากกว่านี้

    ผู้ประสบอุบัติเหตุจำนวนมาก มีแอลกอฮอล์ในเลือก บางคนมีระดับสูงเกินกว่ากฏหมายกำหนด โดยเฉพาะผู้ขับรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุมากที่สุดนั้น ดื่มสุราก่อนเกิดเหตุกันมาก

การที่สังคมไทยมีการใช้จักรยานยนต์กันมาก คือมีถึง 8 ล้านกว่าคัน ในปี 2537 ไม่มีการควบคุมความเร็วของจักรยานยนต์ ไม่มีเลนให้แล่นต่างหาก และคนขับจักรยานยนต์มักเป็นคนหนุ่มที่ได้ใบขับขี่มาง่ายๆ ไม่มีความชำนาญเรื่องการจราจรมากเพียงพอและชอบขับเร็ว ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และคนนั่งรถจักรยานยนต์มีโอกาสเสียชีวิตได้มากด้วย (จักรยานยนต์ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เครื่อง 2 จังหวะ ยังเป็นตัวสร้างมลพิษทางอากาศมากด้วย)

รถบรรทุกที่มีจำนวนมากเช่นกันมักจ้างคนขับที่มีระดับการศึกษาต่ำ ค่าจ้างถูก ถูกใช้งานยาวนาน หลายคนนิยมกินยากระตุ้นประสาท ยาม้าต่างๆ เพื่อฝืนตัวเองไม่ให้ง่วง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากขึ้น

สภาพถนนที่ไม่ดีพอ เช่น ทางหลวงหลายแห่งยังเป็นถนน 2 เลนที่มีรถสวนกันได้ สภาพทางโค้ง ทางแยก ที่ไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน ไม่มีสะพานหรืออุโมงค์ให้คนข้ามถนน ก็ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากยานยนต์เพิ่มขึ้นกว่าที่ควรเป็น

ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลไม่ตื่นตัวต่อปัญหา เพราะคิดว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว เราสามารถป้องกันหรือลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้พอสมควร ถ้าเราวิเคราะห์สาเหตุที่มาของปัญหา และหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง

ด้านการดื่มเหล้านั้น ประเทศไทยดูจะเป็นประเทศเพียงไม่กี่แห่งในโลกนี้ซื้อขายและดื่มเหล้ากันได้อย่างเสรี และไม่มีการตรวจจับคนขับขี่รถที่ดื่มสุราอย่างจริงจัง เพาะค่านิยมของผู้ชายไทยเห็นการดื่มสุราเป็นเรื่องการหาความสนุกโดยปกติวิสัย ตำรวจเองก็ยังชอบดื่มสุรา จึงไม่ค่อยรู้สึกว่าควรจะเข้มงวดกับคนขับรถที่ดื่มสุรา ทั้งๆที่คนขับรถที่ดื่มสุรานั้นไม่ได้เป็นอันตรายเฉพาะต่อตัวเองเท่านั้น แต่เป็นอันตรายต่อคนอื่นด้วย ควรมีการรณรงค์ในเรื่องการต่อต้านการดื่มสุราซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและเป็นความสิ้นเปลืองทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เหมือนที่เคยมีการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ซึ่งได้ผลมาบ้างในระดับหนึ่ง

ด้านจักรยานยนต์ ควรจะมีการควบคุมการออกใบขับขี่ และการต่ออายุขับขี่ให้เข้มงวดกวดขัน  โดยน่าจะต้องให้ผู้ขอใบขับขี่จักรยานยนต์ต้องสอบแบบเข้มงวดพอๆกับการขอใบขับขี่รถยนต์ คนที่ขี่จักรยานยนต์เป็นอย่างเดียว และไม่เคยขับรถยนต์มักจะไม่สามารถเข้าใจปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนนได้ดี เนื่องจากการขี่จักรยานยนต์นั้นขี่ง่ายคล่องตัวกว่ารถยนต์ หลายคนจึงขับแซงซ้ายแซงขวาอุตลุต หารู้ไม่ว่าคนขับรถยนต์เขามีโอกาสมองเห็นจักรยานยนต์ที่พุ่งแซงขึ้นลงมาอย่างรวดเร็วน้อยมาก รถจักรยานยนต์จึงมักเกิดอุบัติเหตุเสมอๆ จึงควรจำกัดความเร็วของรถจักรยานยนต์และกำหนดให้วิ่งเฉพาะไหล่ถนน หรือเลนซ้ายด้วย ทุกวันนี้ตำรวจจราจรเวลาดักเรียกตรวจจักรยานยนต์มักจะมองในแง่มีอุปกรณ์อะไรครบหรือไม่ มีใบอนุญาตหรือไม่เพื่อหาช่องทางปรับหรือรีดไถ มากกว่าที่จะเข้มงวดกับคนขี่ที่ขับเร็วชอบแซงทั้งซ้ายและขวา หรือตรวจว่าดื่มสุราหรือไม่ เพื่อประโยชน์ของสาธารณชน

เรื่องยากระตุ้นประสาท ยาม้าต่างๆ ที่ระบาดกันมาก เป็นทั้งปัญหา เรื่องความหละหลวมและการฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทั้งค่านิยม ความเข้าใจผิดของคนขับรถบรรทุก รวมทั้งคนอาชีพอื่นๆ หรือแม้แต่นักเรียน นักศึกษา ที่คิดว่าการเสพย์จะช่วยให้คึกคัก ไม่ง่วงทำงานได้มากขึ้น ในแง่คนขับรถบรรทุก ควรมีการดูแลสวัสดิภาพการทำงานของพวกเขา  ตรวจสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต และตรวจเรื่องการดื่มสุรา ยาเสพย์ติดอย่างเข้มงวด ห้ามนายจ้างใช้งานเกินวันละ 8 ชั่วโมง ถ้าขับทางไกล โดยเฉพาะกลางคืนควรจะมีคนขับ 2 คน ผลัดเปลี่ยน นี่ไม่ใช่เรื่องแค่แรงงานสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกิจการกับรถบรรทุก ถ้าหากรัฐบาลไม่ดูแลตรงนี้ ก็เท่ากับรัฐบาลปล่อยให้คนที่มีโอกาสเป็นฆาตกรขับรถคันใหญ่ เพ่นพ่านบนท้องถนน

    การคิดแก้ปัญหาความคับคั่งของการจราจรด้วยการสร้างทางด่วนระหว่างเมืองและถนนสี่เลนขึ้นไปเพิ่มขึ้น ถนนเลี่ยงเมือง ทางแยกต่างระดับ ตลอดจนสร้างสะพานคนเดินข้าม การติดตั้งสัญญาณให้เหมาะสม ก็ควรรีบทำอย่างเร่งด่วน โดยควรหางบประมาณจากการเก็บภาษี ค่าธรรมเนียมจากคนที่ใช้รถยนต์เพิ่มขึ้น และควรพัฒนาการคมนาคมและขนส่งโดยทางเครื่องบิน รถไฟและทางน้ำรวมทั้งการขนส่งชายฝั่งเพิ่มขึ้น จะได้ลดการขนส่งสินค้าทางรถบรรทุกลง ลดการใช้รถยนต์ลงและเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนบนท้องถนนมากขึ้น การกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ให้เมืองใหญ่ๆ ในต่างจังหวัดมีทุกอย่างครบวงจรไม่มารวมศูนย์ที่กรุงเทพฯ มาก ก็จะเป็นการลดความคับคั่งของการใช้ยานยนต์ได้ทางหนึ่ง ทุกวันนี้รถแล่นเข้าออกกรุงเทพกันมาก และก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากเช่นกัน

คนไทยในยุคเศรษฐกิจเติบโตเห่อการใช้รถส่วนตัวกันมากขึ้น มีรถยี่ห้อแพงๆ รถทันสมัยทุกยี่ห้อแล่นอยู่บนท้องถนน คนไทยใช้เงินซื้อรถยนต์ส่วนตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าประเทศใดในเอเชีย แต่ความรู้ความสามารถในด้านการป้องกันความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุ ยังพัฒนาล้าหลังอยู่มาก มีฆาตกรและคนที่มีโอกาสเป็นฆาตกรบนท้องถนนอยู่เต็มไปหมด และโอกาสในการเสี่ยงที่คนเราจะตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมีมากพอๆกับโรคร้ายแรงอื่นๆ อาจจะมากกว่าโรคบางโรคที่เราหลีกเลี่ยงได้ด้วยซ้ำ เพราะถึงเราจะขับรถหรือใช้ถนนอย่างระมัดระวังอย่างไร คนบ้าๆคนขับรถงี่เง่าคนอื่นๆที่มีอยู่มากก็มีโอกาสจะชนเราได้ทุกนาที ถ้าเรายังไม่ตระหนักถึงปัญหานี้และรณรงค์หาทางป้องกัน และลดอุบัติเหตุจากยานยนต์กันอย่างจริงจัง

    แนวนโยบายการปฏิรูปการเมืองและสังคม ควรตระหนักว่า การขนส่งเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อช่วยให้คนเราเดินทางไปทำธุรกิจและติดต่อกันได้สะดวกปลอดภัยเท่านั้น ดังนั้นการพัฒนาการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย ประหยัด ทำลายสภาพแวดล้อมน้อย เช่น รถไฟ เรือ รถไฟฟ้า จักรยาน จึงควรเป็นเป้าหมายในการพัฒนา รวมทั้งการสร้างเมืองให้ดี ไม่จำเป็นต้องใช้รถเก๋งส่วนตัวมาก

ที่มา …จาก
วิทยากร เชียงกูล – ปฏิรูปการเมือง.– กรุงเทพฯ : มิ่งมิตร, 2540.
152 หน้า
ISBN 974-89872-7-2

+ +

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: